ขณะนี้กรมส่งเสริมการเกษตรได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ระดับพื้นที่ว่าพบหนูระบาดในนาข้าวและไร่ข้าวโพดจังหวัดเชียงรายเป็นจำนวนมาก สร้างความเสียหายรวมกว่า 11,095 ไร่ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้เร่งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ให้ความรู้และช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาการระบาดของหนูดังกล่าว เพื่อให้สามารถควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เกิดความเสียหายในวงกว้างและสามารถจัดการและป้องกันกำจัดหนูได้อย่างถูกวิธี อย่างไรก็ตาม เนื่องจากช่วงนี้นาข้าวหลายพื้นที่อยู่ในระยะตั้งท้อง และข้าวโพดฤดูฝนอยู่ในระยะออกไหมสร้างเมล็ด จึงขอเตือนให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว และเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง หมั่นสำรวจแปลงเพาะปลูกของตนเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันหนูเข้ามาทำลายผลผลิตที่กำลังจะให้ผลพร้อมเก็บเกี่ยว
ลักษณะการทำลายของหนู สามารถพบได้ตั้งแต่เริ่มการเพาะปลูก โดยในนาข้าวนั้น หนูจะกัดกินเมล็ดข้าวที่เริ่มงอก หากข้าวเข้าสู่ระยะแตกกอหนูจะกัดต้นข้าว แต่อาจจะไม่กินข้าวที่กัดนั้นทั้งหมด เมื่อข้าวออกรวงหนูจะกัดกินลำต้นหรือคอรวงให้ขาด แล้วแกะเมล็ดออกจากรวงกิน ทั้งยังเก็บสะสมรวงข้าวไว้ในรัง เพื่อเป็นอาหารหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยวด้วย สำหรับข้าวโพด หนูจะคุ้ยดินและกัดกินเมล็ดที่เพิ่งปลูกหรือเริ่มงอกใหม่ๆ เมื่อข้าวโพดอยู่ในระยะติดฝักจะกัดต้นให้ล้มเพื่อแทะกินเมล็ด หรือ ปีนต้นข้าวโพดขึ้นไปกัดกินเมล็ดตั้งแต่ฝักอ่อนจนถึงเก็บเกี่ยว
วิธีการป้องกันกำจัดหนูทำลายผลผลิตทางการเกษตร เกษตรกรจะต้องหมั่นกำจัดวัชพืชบริเวณแปลงปลูก และพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อไม่ให้เป็นที่อาศัยของหนู ใช้กรงดักหรือกับดักจับ หรือ ใช้สัตว์ศัตรูธรรมชาติ เช่น นกแสก เหยี่ยว รวมทั้งหมั่นสำรวจแปลงปลูกเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง หากสำรวจพบร่องรอยการทำลายของหนู หรือรูหนูในพื้นที่ที่จะเพาะปลูกให้ใช้วิธีป้องกันกำจัดแบบผสมผสาน คือ ใช้กรงดักหรือกับดักร่วมกับการใช้เหยื่อพิษตามคำแนะนำ และ/หรือ เหยื่อโปรโตซัวกำจัดหนู โดยเหยื่อพิษมี 2 ประเภท ได้แก่ สารประเภทออกฤทธิ์เร็ว เช่น ซิงค์ฟอสไฟด์ 80 % ชนิดผง 1 กิโลกรัม ผสมกับเมล็ดพืช (ปลายข้าว ข้าวกล้อง ข้าวโพดป่น) 100 กิโลกรัม ผสมเป็นเหยื่อพิษก่อนปลูกข้าววางตามคันนาหรือแหล่งที่หนูอาศัยรอบแปลงปลูก จุดละประมาณ 1 ช้อนชา ห่างกันประมาณ 5-10 เมตร แต่ไม่ควรใช้เกิน 1 ครั้ง ต่อ 1 ฤดูปลูก เพราะทำให้หนูเข็ดขยาดต่อเหยื่อพิษได้ง่าย ส่วนสารประเภทออกฤทธิ์ช้า เช่น โฟลคูมาเฟน 0.005 %, โบรมาดิโอโลน 0.005 %, โบรดิฟาคูม 0.005 %, ไดฟีไทอาโลน 0.0025 % โดยเลือกสารชนิดใดชนิดหนึ่ง อัตรา 100 กรัมหรือประมาณ 20 ก้อน/ไร่ หรือ คูมาเตตระลิล 0.0375 % อัตรา 400 กรัม หรือประมาณ 40 ก้อน/ไร่ วางในภาชนะใส่เหยื่อบนทางเดินของหนูตามคันนาหรือใส่ลงในรูหนูโดยตรง หรือวางตามแหล่งที่มีหนูระบาด ควรใช้เหยื่อพิษกำจัดหนู 2 - 3 ครั้ง ครั้งแรกใช้เมื่อข้าว หรือธัญพืชเริ่มปลูกครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 ใช้หลังวางเหยื่อพิษครั้งแรกไปแล้ว 30 และ 60 วัน ตามลำดับ ควรวางเหยื่อพิษในแนวป้องกันรอบ ๆ แปลง เพื่อป้องกันหนูเคลื่อนย้ายมาในแปลง สำหรับเหยื่อโปรโตซัว ให้ใช้ในอัตรา 20 - 25 ก้อน/ไร่ โดยวางจุดละ 1-3 ก้อน บริเวณรอยทางวิ่ง หรือรอยทำลายให้ทั่วแปลง ตั้งแต่ระยะเริ่มปลูกจนถึงระยะก่อนเกี่ยวแต่ละครั้งห่างกัน 15 - 20 วัน โดยต้องระวังไม่ให้โดนน้ำหรือแสงแดดและควรถูกหนูกินภายใน 1 สัปดาห์ จึงจะให้ผลที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัดหนู
เปิดตัว "โนโบซอย" นมถั่วเหลืองเจนใหม่ จาก "โอ๊ตไซด์" พลิกโฉมเครื่องดื่มคลาสสิก สู่ไลฟ์สไตล์แก้วโปรดสุดชิคของคนรุ่นใหม่
อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผนึก พพ. และ TESTA ดัน ASEW 2026 เป็นเวทีความร่วมมือพลังงานระดับภูมิภาค ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานสะอาดของเอเชีย
ทางยกระดับดอนเมือง (DMT) ติดโผหุ้นกลุ่ม ESG Emerging ปี 69
Red Sky Celebrates the Season with a Black Truffle Menu
ผู้บริหารเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมเปิดนิทรรศการ The Apothecary Diaries POP-UP Store Thailand เอาใจแฟนอนิเมะและนักสะสม ตอกย้ำศูนย์กลางอนิเมะใจกลางเมือง
เดลล์ เทคโนโลยีส์ เปิดตัวเว็บแคม Dell Pro ใหม่ 2 รุ่น ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยงานมืออาชีพยุคใหม่ได้เหนือชั้น
ยกระดับมื้อพิเศษใจกลางกรุงฯพร้อมวิว 360 องศา ด้วยรสชาติเห็ดทรัฟเฟิลดำสุดพรีเมียม
"WASH" เชนร้านสะดวกซัก WashXpress เดินเกมส์ "โลคัล มาร์เก็ตติ้ง" ชวนคนพิษณุโลก - นครสวรรค์ "ซักฟรี 3 วัน" กระตุ้นการใช้บริการ มุ่งหนุนยอดขาย SSSG เริ่ม 19 มิถุนายนนี้
ผู้ประกอบการแห่จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ดันคำขอใหม่พุ่งกว่า 3.1 หมื่นคำขอ ใน 5 เดือนแรกปี 69 กรมทรัพย์สินทางปัญญาเผยเร่งยกระดับการคุ้มครอง โดยรับจดทะเบียน IP เพิ่มสูงขึ้น 11.16%