กทม. เข้มกวดขันแก้ปัญหาขอทานต่างด้าว เร่งรณรงค์ "หยุดให้ = หยุดขอทาน"

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

นายอนุชิต พิพิธกุล ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ (สนท.) กทม. กล่าวถึงมาตรการเข้มงวดกวดขัน เพื่อแก้ปัญหาขอทานและต่างด้าวในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า สนท. ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาขอทานต่างด้าวในพื้นที่ โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกวดขันและบังคับการตามกฎหมาย เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก สถานีตำรวจนครบาล (สน.) ท้องที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ซึ่งในส่วนของ กทม. ในฐานะเจ้าของพื้นที่มีอำนาจหน้าที่ให้การสนับสนุนหน่วยงานหลัก เช่น การตรวจสอบแหล่งพักพิง การตรวจตราสอดส่องดูแลพื้นที่อย่างต่อเนื่องและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกรณีพบขอทานต่างด้าวในพื้นที่ พร้อมทั้งจัดชุดสายตรวจออกตรวจตราในพื้นที่สำคัญ หรือพื้นที่เสี่ยงต่อการฝ่าฝืนกฎหมาย และได้กำชับให้ทุกสำนักงานเขตดำเนินการตามนโยบายข้างต้นอย่างเคร่งครัด โดยได้ประชุมมอบนโยบายและแจ้งข้อราชการแก่หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ 50 สำนักงานเขตอย่างต่อเนื่องและมีผลการดำเนินการกับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายมาโดยตลอด

กทม. เข้มกวดขันแก้ปัญหาขอทานต่างด้าว เร่งรณรงค์ "หยุดให้ = หยุดขอทาน"

นางสาวกาญจนา ภูพิพัฒน์ผล รองผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม (สพส.) กทม. กล่าวว่า สพส. ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานในสังกัดและหน่วยงานภายนอก เช่น พม. สตม. กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) เป็นต้น ในรูปของคณะทำงานด้านคนไร้บ้านและขอทานตามคำสั่ง พม. เพื่อสร้างความตระหนักถึงปัญหาการขอทาน ผลกระทบทางสังคมที่เกิดขึ้น และเพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยกระบวนการทำงาน เมื่อได้รับการประสานแจ้ง หรือตรวจพบผู้ทำการขอทานจะแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2559 และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ และดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ซึ่งต้องมีการบันทึกภาพเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะส่งตัวให้กับพนักงานสอบสวน เพื่อเชิญตัวผู้ทำการขอทานไปยังสถานีตำรวจ เนื่องจากฝ่าฝืนมาตรา 13 หากคัดกรองพบว่าผู้ทำการขอทานไทยที่เป็นกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ หรือคนที่อยู่ในภาวะยากลำบาก (ตามมาตรา 15 และ 16) และยินยอมเข้ารับการคุ้มครอง จะส่งตัวไปยังสถานคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ทำการขอทาน กรณีเจ็บป่วยจะส่งตัวเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลของรัฐตามสิทธิการรักษาพยาบาล ดำเนินการฟื้นฟูสภาพทางร่างกายและจิตใจ หากประสงค์จะฝึกอาชีพจะดำเนินการฝึกอาชีพและประสานจัดหางานตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล โดยในพื้นที่กรุงเทพฯ จะส่งต่อสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งชายธัญบุรีและสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งหญิงธัญบุรี หากเป็นขอทานที่ไม่ใช่กลุ่มคนตามมาตรา 15 และ 16 ต้องดำเนินคดีตามมาตรา 19 โดยพนักงานสอบสวนจะเปรียบเทียบปรับ หรือส่งฟ้องแล้วแต่กรณี หากเป็นกรณีขอทานต่างด้าวจะดำเนินการเปรียบเทียบปรับ หรือส่งฟ้องตาม พ.ร.บ. ควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2559 หากพบว่าหลบหนีเข้าเมืองจะดำเนินการตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 และส่งตัวไปยัง สตม. เพื่อผลักดันกลับประเทศต้นทาง และหากเป็นคู่แม่ลูกต้องดำเนินการตรวจพิสูจน์ DNA โดยพักคอยที่สถานคุ้มครองของ พม. ก่อนนำส่งกลับประเทศต้นทางต่อไป

นอกจากนี้ กทม. ยังได้ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และขอความร่วมมือประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติในย่านแหล่งท่องเที่ยว แหล่งวัฒนธรรม ย่านธุรกิจการค้า หน้าห้างสรรพสินค้า แหล่งชุมชน สถานีรถไฟฟ้า และสะพานลอย งดการให้เงินขอทานตามแนวคิด "หยุดให้ = หยุดขอทาน" และประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่า การขอทานเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2559

นายอิทธิพล อิงประสาร ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน กทม. กล่าวว่า สำนักงานเขตฯ ได้จัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่บริเวณ Skywalk ย่านราชประสงค์ และหน้าห้างสรรพสินค้าในพื้นที่รับผิดชอบ โดยกวดขันห้ามไม่ให้ทำการขอทาน ขอเงิน หรือทรัพย์สินจากผู้อื่นเพื่อเลี้ยงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการขอด้วยวาจา ข้อความ หรือแสดงกิริยาอาการใด พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี บูรณาการความร่วมมือเข้มงวดตรวจตราในบริเวณดังกล่าว ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้จับกุมต่างด้าวชาวกัมพูชากระทำการขอทาน ๒ ราย ในขั้นต้นได้แจ้งข้อกล่าวหา "เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต" ซึ่งผู้ต้องหาไม่มีเอกสารการพิสูจน์สัญชาติมาแสดงได้ จึงได้ควบคุมตัวไว้เพื่อส่งต่อ สตม. ในการตรวจสอบเอกสาร การพิสูจน์สัญชาติ และผลักดันส่งกลับออกนอกราชอาณาจักร รวมทั้งได้ติดป้ายประชาสัมพันธ์ตามจุดต่าง ๆ เพื่อขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวหยุดให้เงินขอทานและเพิ่มความเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดระเบียบขอทานต่างด้าวต่อไป


ข่าวกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์+พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์วันนี้

CPNREIT โชว์ศักยภาพ 'เซ็นทรัล พัทยา' และ 'เซ็นทรัล มารีนา เอาต์เล็ต' ร่วมสร้างปรากฏการณ์ Pride Month ยิ่งใหญ่ ดันพัทยาสู่ Pride Destination โลก

"ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท" หรือ "CPNREIT" สะท้อนความแข็งแกร่งของทรัพย์สินศักยภาพสูง โชว์ความสำเร็จของศูนย์การค้า 'เซ็นทรัล พัทยา' และ 'เซ็นทรัล มารีนา เอาต์เล็ต' ในฐานะแลนด์มาร์คการท่องเที่ยวระดับโลก ผนึกกำลัง เมืองพัทยา, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), อำเภอบางละมุง, มูลนิธิซิสเตอร์ และเครือข่ายพันธมิตรกว่า 100 องค์กรทั่วประเทศ สร้างปรากฏการณ์เฉลิมฉลองในงาน "PATTAYA International PRIDE Festival 2026" ผ่านแนวคิด "PROUD IN EVERY SHADE,

นางสาวกาญจนา ภูพิพัฒน์ผล ผู้อำนวยการสำนัก... กทม. จัดระเบียบคนไร้บ้านทั่วกรุง เร่งส่งเสริมอาชีพ-ฟื้นฟูคุณภาพชีวิต ให้กลับสู่สังคมได้ — นางสาวกาญจนา ภูพิพัฒน์ผล ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม (สพส.) กทม. ...

ภายใต้แนวคิด "Together We Can Stop Human ... พม. เตรียมจัดงานใหญ่ "วันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ประจำปี 2569" — ภายใต้แนวคิด "Together We Can Stop Human Trafficking" ผนึกกำลังทุกภาคส่วน สร้างสังคมไทย...

TCEB นำโดย ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยก... "TCEB" ผนึกกำลังพันธมิตรทุกภาคส่วนสุดพลัง! ประกาศ "ประเทศไทยเสนอชื่อเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030" — TCEB นำโดย ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่ง...