"เบทาโกร" เปิดตัวโรงงานอาหารสัตว์แห่งแรกที่ สปป.ลาว ด้วยงบลงทุน 650 ล้านบาท ยกระดับซัพพลายเชนด้านอาหาร ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย เพื่อชีวิตที่ยั่งยืน

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ "BTG" เปิดตัวโรงงานอาหารสัตว์แห่งแรกใน สปป.ลาว ภายใต้งบลงทุนกว่า 650 ล้านบาท นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการผลิตอาหารสัตว์และบริหารทรัพยากร ด้วยกำลังการผลิต 108,000 ตันต่อปี มุ่งสร้างผลิตภัณฑ์คุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำ รองรับดีมานด์ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุน ลดการนำเข้าอาหารสัตว์จากไทย มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คน ด้วยอาหารที่ดีกว่า และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของ สปป.ลาวให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

"เบทาโกร" เปิดตัวโรงงานอาหารสัตว์แห่งแรกที่ สปป.ลาว ด้วยงบลงทุน 650 ล้านบาท ยกระดับซัพพลายเชนด้านอาหาร ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย เพื่อชีวิตที่ยั่งยืน

นายวรวุฒิ วณิชกุลบดี ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG เปิดเผยว่า เบทาโกรในฐานะผู้ประกอบธุรกิจอาหารและเกษตรอุตสาหกรรมครบวงจรชั้นนำระดับสากล เพื่อการบริโภคในประเทศและส่งออกไปกว่า 30 ประเทศทั่วโลก รวมถึงการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งเมียนมา ลาว และกัมพูชา โดยกลุ่มธุรกิจต่างประเทศมุ่งเน้นการเพิ่มปริมาณผลผลิตด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ผ่านการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพ ทั้งยังบริหารจัดการต้นทุนได้ดียิ่งขึ้น ครั้งนี้จึงเดินหน้าลงทุน 650 ล้านบาท สร้างโรงงานผลิตอาหารสัตว์เบทาโกรแห่งแรกใน สปป.ลาว ที่มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยมาใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ และได้มีการเปิดโรงงานผลิตอาหารแห่งนี้อย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจาก "นายสีปะไพ ไชสงคราม" ปลัดกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาเป็นประธานในพิธี "เบทาโกร" เปิดตัวโรงงานอาหารสัตว์แห่งแรกที่ สปป.ลาว ด้วยงบลงทุน 650 ล้านบาท ยกระดับซัพพลายเชนด้านอาหาร ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย เพื่อชีวิตที่ยั่งยืน

โดยโรงงานอาหารสัตว์เบทาโกร สปป.ลาว นับเป็นอีกหนึ่งโรงงานอาหารสัตว์ในต่างประเทศของบริษัทฯ สามารถผลิตอาหารสัตว์หลากหลายชนิด ทั้งสุกร ไก่ไข่ ไก่เนื้อ โดยนำเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยมายกระดับจัดการหลากหลายมิติ ได้แก่ 1) ระบบ SCADA (Supervisory Control and Data Acquisition) และระบบ SAP (Systems, Applications and Products in Data Processing) นำมาใช้ในการจัดการวัตถุดิบและผลิตอาหารสัตว์ เพื่อยกระดับการผลิตให้มีความถูกต้องและแม่นยำยิ่งขึ้น 2) ระบบการบริหารจัดการโรงงาน เพื่อควบคุมและรายงานผลการผลิต (Smart Dashboard) 3) ระบบการผลิตอาหารสัตว์และการใช้สารผสมล่วงหน้า (Smart Premix) 4) ระบบการบรรจุอาหารสัตว์ที่ทันสมัย (Smart Bagging) 5) ระบบการจัดการฐานข้อมูลผลวิเคราะห์วัตถุดิบอาหารสัตว์เพื่อการควบคุมคุณภาพ (Best LIMS - Laboratory Information Management System) และ 6) ระบบการกำจัดฝุ่นและกลิ่น (Jet Filter) เพื่อลดผลกระทบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมโดยรอบ โดยการลงทุนโรงงานอาหารสัตว์เบทาโกร สปป.ลาว แห่งนี้ คาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพและปลอดภัย ทั้งยังเป็นการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ภายใน สปป.ลาว และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอีกด้วย

ปัจจุบันโรงงานอาหารสัตว์เบทาโกร สปป.ลาว มีอัตราการเดินเครื่องอยู่ที่ 70% ของการผลิตรวม และคาดว่าจะผลิตเต็มกำลัง 100% หรือ 108,000 ตันภายในปี 2568 อีกทั้งยังมีแผนขยายกำลังการผลิตเป็น 144,000 ตันต่อปี ในปี 2570 เพื่อรองรับการขยายการผลิตปศุสัตว์และอาหารให้ครอบคลุมทั้ง สปป.ลาว และส่งออกให้กับฟาร์มเกษตรกรเครือข่ายเบทาโกรในพื้นที่ภาคอีสานตอนกลางของไทย

เบทาโกร เชื่อว่าโรงงานอาหารสัตว์แห่งนี้จะยกระดับซัพพลายเชนด้านอาหารของ สปป.ลาว ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ด้วยการส่งมอบอาหารที่มีคุณภาพและความปลอดภัยสูง ด้วยการผลิตที่ยั่งยืน ทั้งยังสร้างงานสร้างอาชีพให้กับคนในท้องถิ่น ซึ่งจะทำให้ผู้คนใน สปป.ลาว มีทางเลือกในการบริโภคอาหารที่ดี มีคุณภาพ ตรงนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมพัฒนาและปรับปรุงระบบเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารใน สปป.ลาว ให้มีมาตรฐานการผลิตในระดับสากล และปลอดภัยต่อผู้บริโภค ตลอดจนเป็นฐานการผลิตและส่งออกไปยังต่างประเทศในอนาคตต่อไป" นายวรวุฒิ กล่าว


ข่าวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ+การผลิตอาหารสัตว์วันนี้

ธอส. ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ มีผลตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อบรรเทาภาระผ่อนบ้าน และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์

ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 1.00% ต่อปี ธอส. จึงปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อช่วยลดภาระการผ่อนชำระเงินงวดให้ลูกค้า โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) อยู่ที่ 5.850% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) อยู่ที่ 6.150% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี

ทีทีบี สนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ข... ทีทีบี ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ ช่วยลูกค้าแบ่งเบาภาระหนี้ พร้อมหนุนเศรษฐกิจขับเคลื่อน — ทีทีบี สนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ขานรับมติ กนง. ประกาศปรับลดดอ...

Creator economy : เมื่อการสร้างคอนเทนต์กล... "จาก Content สู่ Commerce" Creator economy สร้างรายได้ สร้างยอดขาย สร้างระบบ — Creator economy : เมื่อการสร้างคอนเทนต์กลายเป็นอาชีพและขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิ...