อ๊อกเน็ตเข้าซื้อกิจการร่วมทุนในสิงคโปร์ กลายเป็นบริษัทในเครือ 100%

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

อ๊อกเน็ต อิงค์

-เสริมแกร่งเครือข่ายทั่วโลก พร้อมส่งเสริมการจัดจำหน่ายในอาเซียนและโอเชียเนีย-

อ๊อกเน็ต อิงค์ (AUCNET INC.) (ต่อไปนี้จะเรียกว่า: อ๊อกเน็ต) บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบตลาดหมุนเวียน ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองมินาโตะ กรุงโตเกียว มีความยินดีในการประกาศว่า บริษัทฯ ได้เข้าซื้อกิจการทั้งหมดของธุรกิจร่วมทุนในสิงคโปร์อย่าง บริษัท เอสจี อี-อ๊อกชัน จำกัด (SG e-Auction Pte. Ltd.) (ต่อไปนี้จะเรียกว่า: เอสจี อี-อ๊อกชัน) แล้ว โดยเอสจี อี-อ๊อกชัน ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าหรูมือสองในสิงคโปร์และประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อขยายฐานลูกค้าทั่วโลก และเพิ่มการจัดจำหน่ายสินค้าในภูมิภาคอาเซียนและโอเชียเนีย

อ๊อกเน็ตได้เปิดตัวระบบประมูลรถยนต์มือสองแบบเรียลไทม์เป็นรายแรกของโลกในปี 2528 และนับตั้งแต่นั้นก็ได้เติบโตครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภท ทั้งสินค้าดิจิทัลมือสอง รถจักรยานยนต์มือสอง และสินค้าหรูมือสอง โดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้สั่งสมความเชี่ยวชาญและสร้างเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งในตลาดสินค้ามือสอง

ในปี 2558 อ๊อกเน็ตได้ก่อตั้งบริษัทย่อยขึ้นมาในชื่ออ๊อกเน็ต คอนซูเมอร์ โปรดักส์ อิงค์ (AUCNET CONSUMER PRODUCTS INC.) ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่าเอซีพี (ACP) โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองมินาโตะ โตเกียว และมียาสุโตะ ไซโตะ (Yasuto Saito) เป็นซีอีโอ เพื่อทำธุรกิจรีเซลสินค้าแฟชั่น ปัจจุบัน เอซีพีสนับสนุนการดำเนินงานของตลาดประมูลสินค้าแบรนด์หรูออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น โดยร่วมมือกับบริษัทกว่า 5,500 แห่งทั่วโลก และมียอดซื้อขายต่อปีสูงกว่า 5.2 หมื่นล้านเยน

เอซีพีได้ขยายธุรกิจไปยังภาคส่วนการค้าขายระหว่างธุรกิจกับผู้บริโภค (B2C) โดยได้เข้าซื้อกิจการ บริษัท แกลเลอรี แรร์ จำกัด (GALLERY RARE Ltd.) ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่าแกลเลอรี แรร์ โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองโอซาก้า จังหวัดโอซาก้า และมีฟุมิโตชิ เทราโอกะ (Fumitoshi Teraoka) เป็นซีอีโอ ไปเมื่อปี 2563 และ บริษัท เดอแฟกโตสแตนดาร์ด จำกัด (Defactostandard, Ltd.) ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่าเดอแฟกโตสแตนดาร์ด ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มแบรนเดียร์ (Brandear) โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองโอตะ กรุงโตเกียว และมียาสุโตะ ไซโตะ (Yasuto Saito) เป็นซีอีโอ ไปเมื่อปี 2567

สำหรับการขยายธุรกิจในต่างประเทศนั้น ทางเอซีพีได้จัดตั้งธุรกิจร่วมทุนกับธุรกิจรับจำนำชั้นนำแห่งหนึ่งในสิงคโปร์เมื่อปี 2560 นับตั้งแต่นั้น บริษัทฯ ก็ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยการเปิดสำนักงานในอเมริกาเหนือ (ลอสแอนเจลิส แคลิฟอร์เนีย) และยุโรป (โคเปนเฮเกน เดนมาร์ก) ในปี 2565 เพื่อขยายธุรกิจอย่างจริงจัง

เพื่อให้สอดรับกับแผนกลยุทธ์ระดับโลกสำหรับธุรกิจรีเซลสินค้าแฟชั่น อ๊อกเน็ตกำลังดำเนินการให้บริษัทร่วมทุนแห่งนี้กลายเป็นบริษัทในเครือทั้งหมด การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะยิ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจระดับโลกของอ๊อกเน็ตในตลาดสินค้ารีเซลที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งรวมถึงสินค้าหรูหรา ในภูมิภาคอาเซียนและโอเชียเนีย

จุดประสงค์ในการเข้าซื้อกิจการเอสจี อี-อ๊อกชัน

(1) เพื่อเร่งขยายเครือข่ายที่เอสจี อี-อ๊อกชัน สร้างไว้ในอาเซียน พร้อมยกระดับการบริการลูกค้าสำหรับสมาชิกปัจจุบันราว 400 ราย

(2) เพื่อขยายการจัดจำหน่ายในภูมิภาคอาเซียนและโอเชียเนีย โดยมีสิงคโปร์เป็นศูนย์กลาง

(3) เพื่อพัฒนาธุรกิจรีเซลสินค้าแฟชั่นของอ๊อกเน็ต ซึ่งครอบคลุมถึงเอซีพี, แกลเลอรี แรร์ และเดอแฟกโตสแตนดาร์ด

เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์อ๊อกเน็ตในภูมิภาคอาเซียนและโอเชียเนีย และเร่งขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ บริษัทฯ จึงมีแผนที่จะเปลี่ยนชื่อเป็นอ๊อกเน็ต เอเชีย แปซิฟิก (AUCNET ASIA Pacific) (ยังไม่ใช่ชื่อทางการ) ภายหลังจากการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้

อ๊อกเน็ต เอเชีย แปซิฟิก (ยังไม่ใช่ชื่อทางการ) หวังที่จะเพิ่มจำนวนลูกค้าต่างชาติให้มากขึ้น และมีส่วนช่วยให้บรรลุเป้าหมายด้านการจัดจำหน่ายทั่วโลก

ภาพคุณมิยะ โคมัตสึซากิ (Miya Komatsuzaki) (ซีโอโอของเอสจี อี-อ๊อกชัน): https://cdn.kyodonewsprwire.jp/prwfile/release/M105709/202504308146/_prw_PI1fl_5DqKsMRo.jpeg

- ข้อมูลเบื้องต้นของอ๊อกเน็ต เอเชีย แปซิฟิก (ยังไม่ใช่ชื่อทางการ)

ชื่อบริษัท: อ๊อกเน็ต เอเชีย แปซิฟิก

ที่ตั้งสำนักงานใหญ่: 7 CHANGI BUSINESS PARK VISTA, #01-01, SOOKEE HQ, SINGAPORE 486042

ผู้แทนบริษัท: ยาสุโตะ ไซโตะ กรรมการ

เกี่ยวกับอ๊อกเน็ต อิงค์: https://cdn.kyodonewsprwire.jp/prwfile/release/M105709/202504308146/_prw_PA2fl_k4WnxF5U.pdf

ที่มา: อ๊อกเน็ต อิงค์


ข่าวบริษัทในเครือ+ดำเนินธุรกิจวันนี้

กรุงศรีประกาศผลกำไรสุทธิปี 2568 จำนวน 31.74 พันล้านบาท มุ่งเน้นกลยุทธ์เติบโตอย่างมีคุณภาพ

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) รายงานผลประกอบการสำหรับปี 2568 มีกำไรสุทธิจำนวน 31.74 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.9% จากปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากกำไรพิเศษที่เกิดจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนใน บมจ. ติดล้อ โฮลดิ้งส์ (TIDLOR) การเพิ่มขึ้นของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจากการบริหารจัดการสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความท้าทายของสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างรอบด้าน ในปี 2568 กรุงศรีดำเนินกลยุทธ์การเติบ

รวมพลัง 13 บริษัทในเครือ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ... Jaymart Group ก้าวสู่องค์กร AI Maturity Organization จัด "Jaymart Group AI Hackathon" — รวมพลัง 13 บริษัทในเครือ ภายใต้คอนเซ็ปต์ "Driving the Real Impact"...

คาลเท็กซ์ โดย บริษัท สตาร์ ฟูเอลส์ มาร์เก... คาลเท็กซ์ ส่งต่อพลังใจ มอบบัตรเติมน้ำมัน หนุน รพ. หาดใหญ่ ฟื้นฟูหลังวิกฤตน้ำท่วมสงขลา — คาลเท็กซ์ โดย บริษัท สตาร์ ฟูเอลส์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษ...

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน... กรุงศรีแต่งตั้ง 2 ผู้บริหารระดับสูง — กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) ประกาศแต่งตั้งนางสาวดวงดาว วงค์พนิตกฤต ดำรงตำ...

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย และบริษัทในเครือ ย้... ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย สานต่อนโยบาย No Gift Policy เปลี่ยนของขวัญเป็นคำอวยพร — ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย และบริษัทในเครือ ย้ำจุดยืนที่แข็งแกร่งด้านธรรมาภิบาลแล...