กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) ตอกย้ำความเป็น "ขุมพลังหลักด้าน วทน." ยกห้องแล็บมาใกล้ตัวด้วยต้นแบบนวัตกรรม "N-sense" อุปกรณ์วิเคราะห์สารตกค้าง BY2 (Basic Yellow 2) ในทุเรียนแบบพกพา ตอบโจทย์เกษตรกร/กลุ่มผู้ส่งออกทุเรียน ชูจุดเด่น ใช้งานง่าย-เร็ว ลดเวลารอผลการตรวจวัดแบบมาตรฐานจาก 48 ชม. เหลือเพียง 20 นาที ลดต้นทุน แต่แม่นยำสูง โดยสามารถตรวจจับสาร BY2 ในปริมาณที่ต่ำกว่ามาตรฐานที่จีนกำหนดไว้ สร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการตรวจสาร BY2 ที่ปนเปื้อนอยู่ในทุเรียนไทย เพิ่มโอกาสของเกษตรกรรมไทยในเวทีโลกอย่างยั่งยืน
ดร.วิยงค์ กังวานศุภมงคล รองผู้อำนวยการ (ด้านการวิจัย) ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า ทุเรียน นับเป็นพืชผลเศรษฐกิจของไทยที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรจากตลาดทั้งในและต่างประเทศ การต่อยอดใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรของไทย นับเป็น 1 ในพันธกิจหลักของ สวทช. "ขุมพลังหลัก" ของประเทศในการใช้ประโยชน์จาก วทน. เพื่อพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งของระบบนิเวศวิจัยและนวัตกรรมให้ตอบโจทย์สำคัญ นำสู่การพัฒนาประเทศอย่างก้าวกระโดด เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนงานวิจัยของนาโนเทค ภายใต้ SF เกษตรและอาหาร ที่มุ่งเน้นการนำนาโนเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ครอบคลุม 4 มิติ ได้แก่ การมีเสถียรภาพด้านอาหาร (Food Stability), การใช้ประโยชน์จากอาหาร (Food Utilization), การมีอาหารเพียงพอ (Food Availability) และการเข้าถึงอาหาร (Food Access) ซึ่งชุดตรวจ BY2 จะอยู่ในมิตินี้ ที่เป็นการเข้าถึงอาหารอย่างปลอดภัย โดยนาโนเทคเอง มุ่งเน้นเรื่องแพลตฟอร์มตรวจการปนเปื้อน เพื่อความปลอดภัย และความมั่นคงทางด้านอาหาร และอาหารสัตว์ (Integrated Nano Sensor & Testing Platforms)
"ทุเรียน ถือเป็นผลไม้ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ สร้างมูลค่าการส่งออกให้กับไทยอย่างมาก โดยเฉพาะตลาดจีน ข้อมูลจากกรมวิชาการเกษตรชี้ว่า ปี 2566 สถิติการส่งออกทุเรียนสดจากภาคตะวันออกของไทยไปยังประเทศจีนอยู่ที่ 6.5 แสนตัน มูลค่ามากกว่า 8.5 หมื่นล้านบาท แต่เมื่อเจอวิกฤตเรื่องสาร BY2 ส่งผลกระทบต่อการส่งออกทุเรียนสดจากภาคตะวันออกของไทยอย่างมาก" ดร.วิยงค์กล่าวพร้อมชี้ว่า นาโนเทค คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ต้นแบบชุดตรวจนี้ จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาของเกษตรกร ตัวอย่างที่ผ่านการคัดกรองด้วยวิธีนี้ สร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการตรวจสาร BY2 ที่ปนเปื้อนอยู่ในทุเรียนไทย เพิ่มโอกาสให้กับเกษตรกร และผู้ประกอบการส่งออกทุเรียนไทย
ดร.อรรณพ คล้ำชื่น ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยการวิเคราะห์ระดับนาโนขั้นสูง ความปลอดภัยและสารสนเทศ นาโนเทค สวทช. กล่าวว่า ต้นแบบนวัตกรรม "N-sense" อุปกรณ์วิเคราะห์สารตกค้าง BY2 (Basic Yellow 2) ในทุเรียนแบบพกพา เกิดจากการต่อยอดองค์ความรู้ด้านนาโนเทคโนโลยี เซ็นเซอร์และการตรวจวัดที่ทีมวิจัยมีศักยภาพอยู่แล้ว สู่เครื่องมือที่จะช่วยตรวจคัดกรองให้เกิดความรวดเร็วในการตรวจสอบ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาของเกษตรกร
"N-sense" ประกอบด้วย 2 ส่วนหลักคือ ขั้วเซ็นเซอร์เคมีไฟฟ้าที่จำเพาะกับสาร BY2 และเครื่องอ่านและประมวลผลแบบพกพา โดยมีจุดเด่นเรื่องของการใช้งานสะดวก สามารถนำไปใช้ได้ทุกที่ เสมือนยกห้องแล็บมาไว้ในมือ ย่นระยะเวลาในการตรวจจากวิธีในการตรวจวัดแบบมาตรฐานที่ทางเกษตรกรหรือโรงคัดบรรจุ (ล้ง) ใช้อยู่ ซึ่งต้องส่งตัวอย่างเพื่อตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการเท่านั้น ใช้เวลา 48 ชั่วโมง เหลือเพียง 20 นาทีเมื่อตรวจคัดกรองด้วย "N-sense" ค่าใช้จ่ายน้อยลงกว่า 10 เท่า แต่ความแม่นยำสูง สามารถรายงานค่าความเข้มข้นต่ำสุดได้ต่ำถึง 0.56 ppb อย่างแม่นยำ ซึ่งดีกว่ามาตรฐานการส่งออกของจีนที่กำหนดให้มีปริมาณสาร BY2 ไม่เกิน 2.0 ppb
"นวัตกรรมนี้ไม่ได้ไปทดแทนวิธีการตรวจแบบมาตรฐานจากห้องปฏิบัติการกลาง แต่จะช่วยในการคัดกรอง เพื่อลดภาระให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการส่งออกทุเรียนไทย ทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายและระยะเวลา สร้างความเชื่อมั่นให้ผลผลิตทางการเกษตรของไทย และเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการส่งออกสู่ตลาดโลก ซึ่งนอกจากทุเรียนแล้ว ทีมวิจัยยังสามารถพัฒนาต่อยอดในการตรวจวัดสารปนเปื้อนชนิดอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมผลผลิตทางการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารเพื่อการส่งออกได้อีกด้วย" ดร.อรรณพกล่าว
ล่าสุด สวทช. โดย นาโนเทคยกทีมวิจัยลงพื้นที่ทดสอบภาคสนามพร้อมต้นแบบ "N-sense" ตรวจตัวอย่างทุเรียนจากเกษตรกรในพื้นที่วังจันทร์ จ.ระยอง ในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซีไอ (Eastern Economic Corridor of Innovation: (EECi) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผลผลิตทุเรียนในพื้นที่
นายสมาน พรหมมา ประธานกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ทุเรียนวังจันทร์ จ.ระยอง กล่าวว่า ปัจจุบัน อ.วังจันทร์ มีพื้นที่มีเกษตรแปลงใหญ่ทุเรียน 4 กลุ่มโดยกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ทุเรียนวังจันทร์เป็นการรวมตัวของเกษตรกรมากกว่า 30 รายในพื้นที่ปลูกทุเรียนมากกว่า 300 ไร่ ที่มุ่งเน้นเรื่องของคุณภาพและมาตรฐานการปลูกทุเรียนให้สามารถแข่งขันได้ทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออก โดยเชื่อมั่นว่า การใช้นวัตกรรมจากการวิจัยและพัฒนาของหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึง สวทช. จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับทุเรียนวังจันทร์ให้มีคุณภาพ และเชื่อถือได้ โดยเฉพาะชุดตรวจสาร BY2 ที่กำลังเป็นที่ต้องการในกลุ่มผู้ผลิตและจำหน่ายทุเรียนเพื่อการส่งออกในขณะนี้
นาโนเทค สวทช. จับมือสไปก์ อาร์ชิ เทคโทนิคส์ และพันธมิตรญี่ปุ่น ร่วมเปิดนิทรรศการ 'Microspike Technology Pavilion' ในงาน nano tech 2026
วว. /วช. จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการผลิตและใช้ประโยชน์จากไม้ดอกไม้ประดับ หนุนเสริมแกร่งภาคการเกษตรของไทยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
วว. จับมือ สถาบันอาหาร ยกระดับงานวิจัย วทน. เสริมแกร่งภาคอุตสาหกรรมอาหารไทย สู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารระดับภูมิภาคเอเชีย
วว. ร่วมลงนามขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนไร้ขยะ ภายใต้การดำเนินงาน "สระบุรีแซนด์บ็อกซ์"
สวทช. โดยนาโนเทค จับมือพันธมิตร ปักธงขยายผล "ชุดตรวจคัดกรองโรคไต" ในภูเก็ต
วว. ผนึกกำลัง ป.ป.ส. มุ่งยกระดับมาตรฐานพืชเศรษฐกิจและการแพทย์
วว. จับมือ "แสงสว่างตราค้างคาว" เปิดตัวนวัตกรรม "NO GRAINE" สารสกัดเก๊กฮวยบรรเทาไมเกรน
วว. ให้บริการทดสอบฤทธิ์ต้านการอักเสบ/กระตุ้นภูมิคุ้มกัน เสริมแกร่งผู้ประกอบการ...ผู้บริโภคปลอดภัยในการใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
วว. ร่วมจัดงาน "อว. For Kids" รับวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 โชว์กิจกรรมสถานีสีเขียว : DIY "HAPPY life HAPPY Fresh" เครื่องดื่มสุขภาพจากดอกไม้ไทย