บริษัท เอ็นแอล ซูเปอร์แท็กซ์ จำกัด (มหาชน) เผยมีผู้ประกอบการจำนวนมากแบกรับภาระเองเมื่อลูกค้าหนี้ไม่ชำระ เพราะไม่เข้าใจเรื่องการตั้งสำรองหนี้สูญอย่างถูกกฎหมาย ทำให้เสียสิทธิประโยชน์เพราะไม่นำมาเป็นค่าใช้จ่าย แนะวิธีช่วยประหยัดภาษีและดำเนินการอย่างถูกต้องตามที่สรรพากรกำหนด
นายนิพนธ์ งามทรัพย์ทวีคูณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็นแอล ซูเปอร์แท็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NL SUPER TAX เปิดเผยว่า ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการธุรกิจจำนวนมากไม่เข้าใจสิทธิประโยชน์ของการตั้งสำรองหนี้สูญ หากลูกค้าไม่จ่ายหนี้ส่วนใหญ่จะแบกรับความเสียหายไว้เอง โดยไม่รู้ว่าสามารถนำหนี้สูญมาเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ แต่ต้องทำอย่างถูกวิธีตามที่สรรพากรกำหนด ดังนั้น ผู้บริหารระดับสูงและผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีที่ปรึกษาและทำความเข้าใจเงื่อนไขการตั้งสำรองหนี้สูญว่าต้องดำเนินการอย่างไรเพื่อได้ประโยชน์สูงสุด
"ส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่าเมื่อลูกหนี้ผิดนัดชำระสามารถตัดเป็นหนี้สูญได้ทันที แต่ความจริงแล้วสรรพากรกำหนดเงื่อนไขชัดเจนว่า ธุรกิจต้องดำเนินการติดตามทวงถามอย่างเต็มที่ และในบางกรณีต้องฟ้องร้องดำเนินคดีด้วย นอกจากนี้แล้วยังเข้าใจว่าสามารถตั้งสำรองหนี้สูญได้ตามที่ต้องการ หรือสามารถตั้งสำรองเท่าใดก็ได้แล้วนำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ทั้งหมด หรือแม้แต่เข้าใจผิดว่าเมื่อตัดเป็นหนี้สูญแล้วหากลูกค้ากลับมาชำiะไม่ต้องรับรู้รายได้ ทั้งที่จะต้องนำมารับรู้เป็นรายได้ในงวดที่ได้รับชำระมิเช่นนั้นอาจมีความผิดทางภาษี" นายนิพนธ์กล่าว
นายนิพนธ์เปิดเผยเพิ่มเติมว่า การตั้งหนี้สูญที่ถูกต้องตามกฎหมายจะต้องเป็นไปตามที่สรรพากรกำหนด กล่าวคือหากหนี้ไม่เกิน 200,000 บาทสามารถตัดเป็นหนี้สูญได้ แต่ต้องดำเนินการติดตามทวงถาม และควรมีหลักฐานการทวงถาม และต้องเป็นหนี้ค้างชำระเกิน 6 เดือนนับจากวันที่ทวงถาม จึงสามารถนำมาตั้งเป็นหนี้สูญในบัญชีของบริษัทได้ แต่ถ้าเป็นหนี้ตั้งแต่ 200,000-2,000,000 บาท ต้องดำเนินการติดตามทวงถามและฟ้องลูกหนี้ในคดีแพ่ง เมื่อศาลมีคำสั่งรับฟ้องแล้วจึงสามารถตั้งเป็นหนี้สูญในบัญชีของบริษัทได้ แต่สำหรับหนี้ที่มีมูลค่าเกิน 2,000,000 บาท ต้องดำเนินการถึงขั้นตอนสุดท้ายและฟ้องลูกหนี้ในคดีแพ่ง หากศาลมีคำพิพากษาให้มีการบังคับคดียึดทรัพย์แต่ไม่มีทรัพย์สินหรือไม่พอชำระหนี้สามารถนำมาตั้งเป็นหนี้สูญในบัญชีของบริษัทได้
กรณีศึกษาบริษัทจำหน่ายเครื่องสำอางออนไลน์แห่งหนึ่ง มีลูกหนี้ค้างชำระจำนวน 15 ล้านบาท ติดตามทวงถามแล้วแต่ไม่ได้รับชำระจึงตัดเป็นหนี้สูญทันทีโดยไม่ฟ้องร้อง เมื่อสรรพากรตรวจสอบจึงถูกปฏิเสธการหักค่าใช้จ่ายและถูกประเมินภาษีเพิ่มกว่า 300,000 บาท พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ดังนั้น ผู้ประกอบการจะต้องจัดการหนี้สูญอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสามารถนำมาลดหย่อนภาษี เช่น ติดตามอายุหนี้อย่างเป็นระบบ จัดทำรายงานอายุลูกหนี้เป็นประจำทุกเดือน และมีมาตรการติดตามทวงถามตามอายุหนี้ ที่สำคัญจะต้องเก็บหลักฐานการติดตามทวงถามอย่างครบถ้วน เก็บสำเนาจดหมายทวงถาม บันทึกการโทรติดตาม หรือแม้แต่อีเมลและข้อความทวงถามทั้งหมด เนื่องจากมีความสำคัญต่อการตั้งสำรองและตัดหนี้สูญอย่างถูกต้องตามกฎหมายภาษี
การดำเนินการอย่างถูกต้องนอกจากจะช่วยประหยัดภาษีแล้วยังสะท้อนสถานะทางการเงินที่แท้จริงของบริษัท ทำให้ตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญการจัดการหนี้สูญไม่ต้องรอจนกว่าสิ้นปีบัญชีแต่ควรทำเป็นประจำทุกไตรมาสเพื่อให้มีเวลาเพียงพอในการดำเนินการตามขั้นตอนที่สรรพากรกำหนด สำหรับผู้ที่ต้องการปรึกษาด้านบัญชีและภาษีสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ 098-956-5256 หรือ https://www.facebook.com/people/NL-Supertax/61558643228763/
ข้อมูลคือรากฐานสู่ความยั่งยืน เมื่อการลงทะเบียนไม่ใช่ภาระ แต่เป็นใบเบิกทางสู่ตลาดโลก
พาร์ค ลักชัวรี่ ขายบิ๊กล็อต 650 ล้านบาท! 10th Avenue Mediplex ในโครงการ "ออริจิ้น ทองหล่อ เวิลด์"
NIA เปลี่ยนเกมนวัตกรรมไทย จากการให้ทุนสู่การสร้าง New Growth Engine
พาราไดซ์ พาร์ค ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน เปิดพื้นที่จัดงาน "Lamphun Brand Fair 2026"
LINE เดินหน้า "ช่วยคนไทย เซฟต้นทุน สร้างกำไร" เปิด 3 แนวทางหนุน SME ไทย ลดภาระค่าใช้จ่าย เพิ่มโอกาสเติบโตในยุคเศรษฐกิจท้าทาย
Virtual Bank ไทยกับการเข้าสู่ตลาดและกรอบกำกับดูแล
ชลบุรีเร่งยกระดับสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รับโอกาสจากพฤติกรรมนักเดินทางยุคใหม่
ผู้ประกอบการแห่จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ดันคำขอใหม่พุ่งกว่า 3.1 หมื่นคำขอ ใน 5 เดือนแรกปี 69 กรมทรัพย์สินทางปัญญาเผยเร่งยกระดับการคุ้มครอง โดยรับจดทะเบียน IP เพิ่มสูงขึ้น 11.16%
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ชวนคอบอลชม "ฟุตบอลโลก 2026" อย่างถูกลิขสิทธิ์ แนะประชาชน-ผู้ประกอบการ ร่วมสร้างบรรยากาศการเชียร์บอลที่สร้างสรรค์ ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ เคารพสิทธิอย่างถูกต้อง