'เดชอิศม์' ตั้งเป้าเด็กแรกเกิด กินนมแม่ 6 เดือนแรก ร้อยละ 50 จับมือ 8 หน่วยงาน หนุน ส่งรัก ส่งนม จากอกแม่สู่ลูก

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานกล่าวแสดงความยินดี ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ "โครงการภาคีร่วมใจส่งรักส่งนมจากอกแม่สู่ลูก" เพื่อแสดงจุดยืนในการส่งเสริมให้เด็กได้รับนมแม่อย่างเต็มที่ เผยผลสำรวจพบว่ามีเด็กแรกเกิดเพียงร้อยละ 29.4 ได้กินนมแม่ภายใน 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด และมีเพียงร้อยละ 28.6 ที่ได้กินนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต หนุนส่งรักส่งนมจากอกแม่สู่ลูก ตั้งเป้าเพิ่มขึ้น ร้อยละ 50

'เดชอิศม์' ตั้งเป้าเด็กแรกเกิด กินนมแม่ 6 เดือนแรก ร้อยละ 50 จับมือ 8 หน่วยงาน หนุน ส่งรัก ส่งนม จากอกแม่สู่ลูก

นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายในการส่งเสริมให้เด็กทุกคนได้กินนมแม่อย่างเต็มที่ ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกคือ ทารกแรกเกิดได้กินนมแม่ตั้งแต่ 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด และกินนมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต รวมทั้ง กินนมแม่ต่อเนื่อง ควบคู่อาหารตามวัยจนถึงอายุ 2 ปี หรือนานกว่านั้น เพราะนมแม่เป็นอาหารที่ดีมีสารอาหารมากกว่า 200 ชนิดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กทุกช่วงวัย เปรียบเสมือนวัคซีนป้องกันโรคตั้งแต่หยดแรก เพราะในน้ำนมแม่มีภูมิคุ้มกันโรคที่ไม่สามารถหาได้จากอาหารอื่นและช่วยลดภาวะทุพโภชนาการของเด็ก อีกทั้งเป็นการถักทอสายใยความผูกพันจากแม่สู่ลูก ส่งผลดีต่อพัฒนาการทางกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม โครงการนี้นับเป็นหนึ่งโครงการสำคัญที่มีส่วนช่วยให้เด็กไทยไม่เสียโอกาสในการกินนมแม่และผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนอย่างน้อยร้อยละ 50 ได้สำเร็จ 'เดชอิศม์' ตั้งเป้าเด็กแรกเกิด กินนมแม่ 6 เดือนแรก ร้อยละ 50 จับมือ 8 หน่วยงาน หนุน ส่งรัก ส่งนม จากอกแม่สู่ลูก

ด้าน นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย ปี 2565 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมกับองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ พบว่ามีเด็กแรกเกิดเพียงร้อยละ 29.4 ได้กินนมแม่ภายใน 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด และมีเพียงร้อยละ 28.6 ที่ได้กินนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต และยังมีเด็กเพียงร้อยละ 18.7 ที่ได้กินนมแม่ต่อเนื่องถึง 2 ปี ดังนั้นจึงเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่ง ที่กรมอนามัยและภาคีเครือข่ายต้องร่วมมือกันอย่างจริงจังในการสนับสนุนและปกป้องให้เด็กไทยทุกคนได้กินนมแม่ ตามสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็ก เพื่ออนาคตของประเทศไทย โดยในปัจจุบันสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงค่านิยม ผู้หญิงออกไปทำงานนอกบ้านมากขึ้น จึงส่งผลกระทบต่อระยะเวลาในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพื่อให้แม่ที่ต้องทำงาน ยังคงสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้อย่างต่อเนื่อง

นายแพทย์ปกรณ์ กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมา กรมอนามัย มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย บริษัทขนส่ง จำกัด บริษัทไทยแอร์เอเชีย จำกัด บริษัทนครชัยแอร์ จำกัด และบริษัทเอเวอรี่เดย์ ด๊อกเตอร์ จำกัด ได้ร่วมมือกันส่งเสริมให้แม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ตามต้องการ โดยให้แม่ ที่ทำงานต่างจังหวัด สามารถส่งนมแม่ข้ามจังหวัด เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่าย ในการขนส่งนม และยังช่วยชะลอการเปลี่ยนเป็นนมผงทดแทนนมแม่ได้อีกด้วย ซึ่งการจัดทำโครงการฯ ร่วมกับภาคีเครือข่าย ในการให้บริการขนส่งนมแม่ฟรี ระหว่างปี 2563 - 2567 มีผู้เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 6,595 ราย และเพื่อเป็นการสนับสนุนให้แม่ที่ต้องทำงาน ยังคงสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ จึงได้จัดโครงการต่อเนื่องอีก 3 ปี โดยจะสิ้นสุดในปี 2571 สำหรับครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือเพิ่มจากภาคี อีก 3 หน่วยงาน ที่เล็งเห็นความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ได้แก่ คณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม บริษัทการบินกรุงเทพ จำกัด และบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด

"ทั้งนี้ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ทำขึ้นเพื่อสนับสนุนการขนส่งนมแม่ โดยไม่มีคิดค่าใช้จ่ายผ่านโครงการภาคีร่วมใจส่งรักส่งนมจากอกแม่สู่ลูก อีกทั้งเป็นกรอบความตกลงทั่วไป เพื่อให้มีความเข้าใจตรงกัน และดำเนินงานไปในแนวทางเดียวกัน โดยมิได้มุ่งหวังให้มีผลบังคับผูกพันทางกฎหมายระหว่างกันโดยมีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพิ่มช่องทางการส่งนมแม่ ในกลุ่มแม่ที่ทำงานในจังหวัดที่ห่างไกลลูก 2) ลดปริมาณการใช้นมผสมสำหรับทารก ในกรณีที่แม่ต้องกลับไปทำงานในจังหวัดที่ห่างไกลลูก และ 3) เพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน อย่างน้อยร้อยละ 50" รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม กล่าวว่า คณะกรรมาธิการได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของนมแม่ที่มีต่อบุตรจึงมีความคิดที่จะต่อยอดโครงการดังกล่าว โดยเชิญหน่วยงานต่าง ๆ ที่ดำเนินกิจการด้านการขนส่งเข้าร่วมประชุมหารือ เพื่อขอความร่วมมือในการขับเคลื่อนโครงการส่งนมแม่สู่ลูก รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ในการนำ เทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการขนส่งนมแม่มาใช้ เช่น กล่องเก็บความเย็นที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ ตลอดเส้นทาง อีกทั้งยังได้จัดทำข้อเสนอของคณะกรรมาธิการไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อให้สนับสนุนและผลักดันโครงการดังกล่าวให้เป็นนโยบายระดับชาติ รวมถึงเสนอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้การสนับสนุนตู้เย็น ตู้แช่แข็ง เพื่อเก็บรักษาคุณภาพนมแม่ รวมไปถึงให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ให้ความช่วยเหลือในการจัดเก็บและรับส่งนม โดย "ภาคีร่วมใจส่งรักส่งนมแม่" ควรมีการดำเนินการใน 3 ระยะ คือ 1) ระยะสั้น เป็นการดำเนินโครงการต่อจากกรมอนามัยและเพิ่มหน่วยงานร่วมเป็นภาคีใหม่ 2) ระยะกลาง คือ แนวทางการเก็บรักษานมแม่ให้คงสภาพ ทั้งก่อน - หลังการดำเนินการขนส่งนมแม่ 3) ระยะยาว คือ การส่งเสริมให้มีห้องนมแม่ทุกหน่วยงานในการเก็บบรรจุนมแม่เพื่อส่งต่อ รวมถึงขยายกรอบอายุเด็กเล็กในศูนย์ดูแลเด็กเล็ก (DAY CARE) ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปี


ข่าวกระทรวงสาธารณสุข+แสดงความยินดีวันนี้

สธ. เดินหน้าระบบสุขภาพคาร์บอนต่ำ ผนึก Single Platform ลดก๊าซเรือนกระจก หนุนเป้า Net Zero Health Sector ปี 2050

กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย เดินหน้าขับเคลื่อนสถานบริการสาธารณสุขไทยสู่ "โรงพยาบาลคาร์บอนต่ำและเท่าทันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ" ยกระดับโครงการ GREEN & CLEAN Hospital Challenge ผนึกรวมระบบข้อมูลเป็น Single Platform หนุนการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม สอดรับเป้าหมาย NDC 3.0 และมุ่งสู่ Net Zero Health Sector ภายในปี 2050 นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ รวมถึงระบบบริการทางการ

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เร่งขับเคลื่อน... กรมอนามัย เผยคนไทยนั่งนานกว่า 13 ชม.ต่อวัน ชู "เมืองที่ขยับได้" แก้พฤติกรรมเนือยนิ่ง — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เร่งขับเคลื่อนนโยบาย "เมืองที่ขยับได้ เพ...

นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณส... สธ.-มท.-กทม. ผนึกกำลังวางระบบ Hospital-Community based แก้ปัญหาคลอดก่อนกำหนด ลดการสูญเสียแม่และลูก — นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประ...

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ปิดการประชุมวิ... เวทีวิชาการกรมอนามัย ครั้งที่ 18 ปิดฉาก พร้อมเชิดชูบุคคล-องค์กรกว่า 195 รางวัล — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ปิดการประชุมวิชาการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่ง...

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรว... สบส. ดัน อสม.เป็นผู้นำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ใช้ 6 เทคนิคสร้างชุมชนสุขภาพดี ลดโรค NCDs — กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เผยแนวท...

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผย การเปลี่ยน... กรมอนามัยชูแนวคิด 'สุขภาวะยั่งยืน' ลดโลกร้อน ลดความเสี่ยงสุขภาพ — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ส่งผลก...