มหาวิทยาลัยมหิดล ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเปิดตัว "รางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล จงเจตน์เมธีวิชญ์" รางวัลทรงเกียรติที่มุ่งยกย่องและสนับสนุนนักวิจัยไทยผู้สร้างสรรค์ผลงานวิจัยที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง สร้างผลกระทบเชิงบวกสู่สังคม และสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด "Real World Impact for Sustainability" มอบรางวัลสนับสนุนสูงสุด 5 ล้านบาท เน้นงานวิจัยใน 3 สาขาหลัก ได้แก่ วิทยาศาสตร์สุขภาพ, วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, และสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปะ พร้อมเดินหน้าสนับสนุนนักวิจัยไทยสู่เวทีโลก
ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่ามหาวิทยาลัยมหิดลมีปณิธานอันแน่วแน่ในการเป็น "ปัญญาของแผ่นดิน" ที่ไม่เพียงมุ่ง "สร้างบุคลากร"คุณภาพสูงเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ แต่ยังให้ความสำคัญกับการ "สร้างองค์ความรู้" เพื่อเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้นด้วยการมุ่งสร้างสรรค์งานวิจัยของมหาวิทยาลัย รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยจากภายนอกที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง สร้างผลกระทบเชิงบวกสู่สังคม และสร้าง
การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้เจตนารมณ์นี้มหาวิทยาลัยมหิดลจึงได้จัดตั้ง "รางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล จงเจตน์เมธีวิชญ์" ขึ้นเพื่อยกย่องเชิดชูนักวิจัยไทยที่มีผลงานวิจัยที่สร้างคุณูปการ และเกิดประโยชน์ในวงกว้าง สร้าง "Real World Impact" ที่ไม่ใช่แค่มีความเป็นเลิศทางวิชาการ แต่ต้องสามารถแก้ปัญหา พัฒนาสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ และช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ
ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร กล่าวเพิ่มเติมว่ารางวัลนี้ไม่ใช่แค่การมอบเงินรางวัลสนับสนุนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ผู้ได้รับรางวัลจะได้รับการสนับสนุนให้เข้าถึงทรัพยากร เครือข่ายทางวิชาการและเครือข่ายพันธมิตรของมหาวิทยาลัยมหิดลทั้งในภาครัฐและภาคธุรกิจ ซึ่งจะช่วยผลักดันผลงานให้ได้รับการต่อยอดขยายผลในวงกว้าง ที่ไม่จำกัดอยู่แค่ในประเทศไทยแต่สามารถสร้างอิมแพ็คไปถึงระดับภูมิภาคและระดับโลก
"ประเทศไทยมีนักวิจัยที่มีความรู้ความสามารถและมีงานวิจัยที่มีคุณค่ามากมาย แต่ส่วนใหญ่มักจำกัดอยู่ในแวดวงวิชาการ ไม่ถูกนำไปใช้ในทางปฏิบัติ มหาวิทยาลัยมหิดลจึงมุ่งหวังให้รางวัลนี้ช่วยสร้างขวัญกำลังใจให้นักวิจัยว่ามีเวทีที่พร้อมสนับสนุน เพื่อให้พวกเขาเกิดแรงบันดาลใจและมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์งานวิจัยที่มีคุณค่า ตอบโจทย์ความต้องการของสังคม และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่องต่อไป" ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร กล่าว
ด้านรองศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวเสริมว่า "รางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล จงเจตน์เมธีวิชญ์" แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ รางวัลนักวิจัยดีเด่น(ไม่จำกัดอายุ) สำหรับนักวิจัยที่มีผลงานโดดเด่นและสร้างคุณูปการแก่สังคม และมีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ได้รับรางวัลจะได้รับโล่เกียรติยศ พร้อมเงินสนับสนุน 5 ล้านบาท และรางวัลนักวิจัยรุ่นใหม่ (อายุไม่เกิน 45 ปี) ที่มีศักยภาพในการสร้างผลงานวิจัยที่มีผลกระทบต่อสังคม โดยผู้ได้รับรางวัลจะได้รับโล่เกียรติยศ พร้อมเงินสนับสนุน 1 ล้านบาท
รองศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวเพิ่มเติมว่า การมอบรางวัลรางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล จงเจตน์เมธีวิชญ์ ในแต่ละปีจะมีการกำหนด Theme ที่แตกต่างกันไป สำหรับปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรก ภายใต้ Theme "Real-World Impact for Sustainability" ซึ่งเน้นงานวิจัยที่ใช้ประโยชน์ได้จริงและสร้างผลกระทบเชิงบวกสูงต่อสังคม ครอบคลุม 3 สาขาหลัก ได้แก่ 1.วิทยาศาสตร์สุขภาพ (Health Science) 2.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Science and Technology) 3.สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์และศิลปะรางวัล (Social Sciences, Humanities and Art) โดยมีเกณฑ์การพิจารณา 5 ด้านหลักๆ ดังนี้ 1. การได้รับการยอมรับในระดับชาติและนานาชาติ (National or International Recognition) เป็นผลงานที่ได้รับรางวัล ได้รับการอ้างอิง หรือมีการนำไปใช้จริงโดยหน่วยงานสำคัญทั้งในประเทศและต่างประเทศ 2. การสร้างองค์ความรู้ใหม่ (Originality) เป็นงานวิจัยที่มีความสร้างสรรค์หรือมีการคิดค้นองค์ความรู้ใหม่ที่แตกต่างจากเดิมที่มีอยู่ เช่น การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน หรือการค้นพบแนวทางการรักษาโรคใหม่ๆ 3. ศักยภาพในการขยายผลและผลกระทบระยะยาว (Scalability/Long-Term Impact) เป็นผลงานที่สามารถนำไปใช้ในวงกว้างหรือขยายผลสู่กลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้นหรือสามารถปรับใช้ในบริบทที่แตกต่างออกไปได้ เช่น การขยายผลจากชุมชนเล็กๆ ไปสู่ระดับประเทศ 4. ความยั่งยืนของผลงาน (Sustainability) สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว ไม่สิ้นเปลืองทรัพยากรจำนวนมาก
และมีแผนรองรับผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม 5. การผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เชิงระบบ (Systemic Changes) สามารถเปลี่ยนแปลงนโยบายสาธารณะ ปรับปรุงโครงสร้างอุตสาหกรรม หรือสร้างมาตรฐานใหม่ที่สามารถนำไปใช้ในระดับประเทศหรือสากลได้
รางวัล"มหาวิทยาลัยมหิดล จงเจตน์เมธีวิชญ์" ได้รับแรงบันดาลใจและการสนับสนุนจาก พล.ต.อ. นายแพทย์จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ อดีตนายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งเป็นมากกว่ารางวัลเชิดชูเกียรติ แต่เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนงานวิจัยไทย ให้ก้าวข้ามจากทฤษฎีสู่การปฏิบัติและสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมได้ พร้อมสร้างค่านิยมใหม่ในการสร้างสรรค์งานวิจัยที่ไม่ใช่เก็บไว้ขึ้นหิ้งแต่เน้นการนำไปใช้ประโยชน์จริง ถือเป็นก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนวงการวิจัยไทย
มหาวิทยาลัยมหิดลพร้อมเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์และผลักดันงานวิจัยไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล สนับสนุนนักวิจัยไทยก้าวสู่เวทีโลก เพื่อร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่ประโยชน์สุขอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่เพื่อประเทศไทยแต่เพื่อสังคมโลกโดยรวม" รองศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวปิดท้าย
สำหรับผู้ที่สนใจเสนอชื่อนักวิจัยเข้ารับรางวัล สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://jongjate-award.mahidol.ac.th/ เปิดรับการเสนอชื่อตั้งแต่วันนี้ ถึง 1 เมษายน พ.ศ. 2568 เสร็จสิ้นกระบวนการสรรหาและประกาศผลผู้ได้รับรางวัลภายในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2568
ติดต่อสอบถาม กองบริหารงานวิจัย สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โทรศัพท์ : 02 849 6245 อีเมล : [email protected]
โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ จับมือ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล
สสวท. เปิดโลกเคมีเรืองแสง! ผ่านกิจกรรมออนไลน์ ดึงนักวิทย์มหิดลจุดประกายและฝึก "ทักษะการตั้งคำถาม"
NSM ผนึกกำลัง สทป. และ สทอภ. เปิดเวที Thailand CanSat - Rocket Competition 2026 รอบชิงชนะเลิศ
ผู้ว่าการ วว. เยี่ยมชมนิทรรศการ "TISTR Total Solutions" พร้อมให้กำลังใจบุคลากรในงาน ProPak Asia 2026
วว. จับมือ โสฬส กรุ๊ป นำนวัตกรรมขับเคลื่อน Soft Power ยกระดับครัวไทยสู่ศูนย์กลางอาหารโลก
วว. หารือภาคเอกชนไทย-ญี่ปุ่น ผลักดันนวัตกรรม Wellness ต่อยอดงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์
วว. จับมือพันธมิตรไทย-สากล มอบรางวัล ThailandStar Packaging Awards 2026 และ AsiaStar Awards 2025 ยกระดับนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ไทย เสริมขีดความสามารถสู่เวทีโลก
วว. ระดมความคิดผู้เชี่ยวชาญระดับโลก เปลี่ยน "สินค้าเกษตร" เป็น "ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง" ในงาน PROPAK Asia 2026
วว. โชว์ "TISTR Total Solutions" ยกระดับไทยสู่ Hub บรรจุภัณฑ์และการผลิตระดับสากล ในงาน ProPak Asia 2026