กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งบริหารจัดการน้ำถึงมือประชาชน มุ่งฟื้นฟูวิกฤตภัยแล้ง จ.ร้อยเอ็ด

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำทีมลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการศึกษา สำรวจและพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลในพื้นที่เสี่ยงกร่อยเค็ม ตำบลอุ่มเม้า อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยครั้งนี้นายนเรศ ชมบุญ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 3 และนายนิทัศน์ พรมพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 4 ได้ร่วมลงพื้นที่พร้อมกับคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำ และกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ในวันที่ 24 เมษายน 2568

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งบริหารจัดการน้ำถึงมือประชาชน มุ่งฟื้นฟูวิกฤตภัยแล้ง จ.ร้อยเอ็ด

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ในทุก ๆ ปีที่ประเทศไทยเข้าสู่ช่วงฤดูแล้ง ทำให้หลายพื้นที่ต้องประสบกับปัญหาการขาดแคลนน้ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ และการใช้น้ำเพื่อทำเกษตร โดยพื้นที่ ตำบลอุ่มเม้า อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด ประสบปัญหาด้านการขาดแคลนน้ำ เนื่องจากมีปริมาณน้ำฝนน้อย และฝนทิ้งช่วงนานติดต่อกัน อีกทั้งเป็นพื้นที่เสี่ยงมักได้รับผลกระทบด้านคุณภาพน้ำเค็ม (กร่อย) ซึ่งทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้ได้มาร่วมติดตามการดำเนินงานโครงการศึกษา สำรวจและพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลในพื้นที่เสี่ยงกร่อยเค็ม ตำบลอุ่มเม้า อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ในพื้นที่ 15 หมู่บ้าน จำนวน 2,027 ครัวเรือน หรือ 7,213 คน เพื่อให้มีน้ำอุปโภคบริโภคได้ตลอดทั้งปี ซึ่งทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้บริหารจัดการพัฒนาพื้นที่ได้มีน้ำใช้ โดยทำเป็นโครงการ มีบ่อบาดาลขนาด 6 นิ้ว จำนวน 4 บ่อ ถังเหล็กเก็บน้ำขนาด 250 ลบ.ม. จำนวน 2 ถัง หอถังสูง ขนาด 300 ลบ.ม. และมีจุดจ่ายน้ำถาวร และจุดบริการน้ำดื่ม โดยโครงการนี้ จะดำเนินการก่อสร้างระบบประปาบาดาลและระบบกระจายน้ำ เพิ่มเติมอีก โดยหากโครงการแล้วเสร็จจะช่วยให้ประชาชนในพื้นที่มีน้ำใช้ได้มากถึง 240,900 ลบ.ม. ต่อปี รวม 15 หมู่บ้าน จำนวน 2,027 ครัวเรือน หรือ 7,213 คน
ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ยังได้ร่วมมือกันบริหารจัดการน้ำ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้งและขาดแคลนน้ำ ให้ได้มีน้ำไว้ใช้อุปโภคบริโภคและทำการเกษตรได้อย่างทั่วถึง โดยกรมทรัพยากรน้ำ มีแผนดำเนินการสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์จากห้วยกุดแคน เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำทำการเกษตร ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำแบบยั่งยืนได้ ภายใต้โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำห้วยกุดแคน พร้อมระบบกระจายน้ำด้วยแสงอาทิตย์ บ้านนาดำ หมู่ 4 ตำบลอุ่มเม้า อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งจะดำเนินโครงการร่วมกับ สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 11 (อุบลราชธานี) โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 4 (ขอนแก่น) จะออกแบบจัดหาน้ำผิวดินจากแหล่งน้ำห้วยกุดแคน ในการเสริมระบบน้ำบาดาลขนาดใหญ่ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล โดยจะเข้าดำเนินการสำรวจออกแบบ เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งเบื้องต้น ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการจัดซื้อจัดจ้างด้วยงบประมาณปี 2568 กรมทรัพยากรน้ำ เชื่อว่าโครงการนี้จะช่วยทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้น้ำสะอาด เพื่ออุปโภคบริโภคในครัวเรือนได้ 50 ลบ.ม./ชั่วโมง ครอบคลุมพื้นที่ 9 หมู่บ้าน รวม 1,331 ครัวเรือน ทำให้มีปริมาณน้ำที่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน นับเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญ ที่ได้ช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำให้แก่ประชาชนได้มีน้ำอุปโภคบริโภคได้ตลอดทั้งปี

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งบริหารจัดการน้ำถึงมือประชาชน มุ่งฟื้นฟูวิกฤตภัยแล้ง จ.ร้อยเอ็ด

ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำทีมลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการศึกษา สำรวจและพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลในพื้นที่เสี่ยงกร่อยเค็ม ตำบลอุ่มเม้า อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยครั้งนี้นายนเรศ ชมบุญ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 3 และนายนิทัศน์ พรมพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 4 ได้ร่วมลงพื้นที่พร้อมกับคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำ และกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ในวันที่ 24 เมษายน 2568

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ในทุก ๆ ปีที่ประเทศไทยเข้าสู่ช่วงฤดูแล้ง ทำให้หลายพื้นที่ต้องประสบกับปัญหาการขาดแคลนน้ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ และการใช้น้ำเพื่อทำเกษตร โดยพื้นที่ ตำบลอุ่มเม้า อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด ประสบปัญหาด้านการขาดแคลนน้ำ เนื่องจากมีปริมาณน้ำฝนน้อย และฝนทิ้งช่วงนานติดต่อกัน อีกทั้งเป็นพื้นที่เสี่ยงมักได้รับผลกระทบด้านคุณภาพน้ำเค็ม (กร่อย) ซึ่งทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้ได้มาร่วมติดตามการดำเนินงานโครงการศึกษา สำรวจและพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลในพื้นที่เสี่ยงกร่อยเค็ม ตำบลอุ่มเม้า อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ในพื้นที่ 15 หมู่บ้าน จำนวน 2,027 ครัวเรือน หรือ 7,213 คน เพื่อให้มีน้ำอุปโภคบริโภคได้ตลอดทั้งปี ซึ่งทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้บริหารจัดการพัฒนาพื้นที่ได้มีน้ำใช้ โดยทำเป็นโครงการ มีบ่อบาดาลขนาด 6 นิ้ว จำนวน 4 บ่อ ถังเหล็กเก็บน้ำขนาด 250 ลบ.ม. จำนวน 2 ถัง หอถังสูง ขนาด 300 ลบ.ม. และมีจุดจ่ายน้ำถาวร และจุดบริการน้ำดื่ม โดยโครงการนี้ จะดำเนินการก่อสร้างระบบประปาบาดาลและระบบกระจายน้ำ เพิ่มเติมอีก โดยหากโครงการแล้วเสร็จจะช่วยให้ประชาชนในพื้นที่มีน้ำใช้ได้มากถึง 240,900 ลบ.ม. ต่อปี รวม 15 หมู่บ้าน จำนวน 2,027 ครัวเรือน หรือ 7,213 คน

ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ยังได้ร่วมมือกันบริหารจัดการน้ำ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้งและขาดแคลนน้ำ ให้ได้มีน้ำไว้ใช้อุปโภคบริโภคและทำการเกษตรได้อย่างทั่วถึง โดยกรมทรัพยากรน้ำ มีแผนดำเนินการสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์จากห้วยกุดแคน เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำทำการเกษตร ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำแบบยั่งยืนได้ ภายใต้โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำห้วยกุดแคน พร้อมระบบกระจายน้ำด้วยแสงอาทิตย์ บ้านนาดำ หมู่ 4 ตำบลอุ่มเม้า อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งจะดำเนินโครงการร่วมกับ สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 11 (อุบลราชธานี) โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 4 (ขอนแก่น) จะออกแบบจัดหาน้ำผิวดินจากแหล่งน้ำห้วยกุดแคน ในการเสริมระบบน้ำบาดาลขนาดใหญ่ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล โดยจะเข้าดำเนินการสำรวจออกแบบ เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งเบื้องต้น ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการจัดซื้อจัดจ้างด้วยงบประมาณปี 2568 กรมทรัพยากรน้ำ เชื่อว่าโครงการนี้จะช่วยทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้น้ำสะอาด เพื่ออุปโภคบริโภคในครัวเรือนได้ 50 ลบ.ม./ชั่วโมง ครอบคลุมพื้นที่ 9 หมู่บ้าน รวม 1,331 ครัวเรือน ทำให้มีปริมาณน้ำที่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน นับเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญ ที่ได้ช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำให้แก่ประชาชนได้มีน้ำอุปโภคบริโภคได้ตลอดทั้งปี


ข่าวกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม+กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติวันนี้

บิ๊กซี ผนึก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อม 11 แบรนด์น้ำดื่ม เดินหน้าแคมเปญ "World Water Day ปีที่ 7" ใช้พลังค้าปลีกหนุนคนไทยเข้าถึงน้ำสะอาด พร้อมปลุกกระแสใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า

บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี นำโดย นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ร่วมกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และพันธมิตรผู้ผลิตน้ำดื่มชั้นนำ 11 แบรนด์ เดินหน้าจัดแคมเปญ "World Water Day วันอนุรักษ์น้ำโลก รับผิดชอบต่อโลก เพื่อทุกชีวิต ที่บิ๊กซี ปีที่ 7" ตอกย้ำบทบาทค้าปลีกในฐานะแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้บริโภค เพื่อขับเคลื่อนการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า และเพิ่มการเข้าถึงน้ำดื่มคุณภาพในระดับประเทศ ณ บิ๊กซี