หลังกรณี "สแกนม่านตาเพื่อรับสินทรัพย์ดิจิทัล" สร้างความกังวลเรื่องความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล หน่วยงานรัฐ-เอกชนหลายภาคส่วนเร่งหารือออกมาตรการอุดช่องโหว่ ป้องกันการละเมิดสิทธิ พร้อมย้ำเทคโนโลยีชีวมิติต้องปลอดภัย และไม่ถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์ ที่ประชุมจึงได้แนะนำให้มีการพิสูจน์การทำลายก่อน ซึ่งทางบริษัทผู้ให้บริการจึงตัดสินใจ ชะลอการสแกนม่านตาเพื่อรอการพิสูจน์ต่อไป
พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์ที่ประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรมสแกนม่านตาเพื่อแลกรับสินทรัพย์ดิจิทัล สร้างคำถามใหญ่ในสังคมว่า ข้อมูลชีวมิติ (biometric data) ที่ถูกนำมาใช้นั้นปลอดภัยเพียงใด ถูกเก็บนานเท่าไร และจะถูกส่งต่อไปใช้อย่างไร ในเมื่อข้อมูลม่านตาถือเป็น ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว ที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ซึ่งได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 68 ที่ผ่านมา และให้บริษัทชี้แจงแสดงหลักฐานเพิ่มเติมมานั้น
เมื่อวาน 4 ก.ย. 68 ทาง สคส. ได้เร่งประชุมเข้มหารือด่วนร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้ง ก.ล.ต., สอท., ปอท., รวมถึงโฆษก และกรรมาธิการ กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค และภาคเอกชน พร้อมด้วยทีมงานศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC Eagle Eye) ร่วมประชุม โดยเชิญบริษัทเข้าชี้แจงแสดงหลักฐานตามที่แจ้งให้แสดงเพิ่มเติม เพื่อสกัดความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวในยุคดิจิทัล
สาระสำคัญของการหารือ คือการรับฟัง และพิจารณาแนวทาง "มาตรการคุมเข้ม" ครอบคลุมทั้งการเก็บ การใช้ และการตรวจสอบข้อมูลชีวมิติ โดยเฉพาะ "ข้อมูลม่านตา" ที่ถูกจัดว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวขั้นสูง นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หยิบยก เรื่องเพื่อพิจารณา ขึ้นมาเป็นมาตรการเร่งด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลชีวมิติถูกนำไปใช้ผิดทาง โดยกำหนดแนวทางสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่
- มาตรการจัดเก็บและทำลายข้อมูล: ตรวจสอบว่ามีกระบวนการลบหรือทำลายข้อมูลม่านตาหลังหมดวัตถุประสงค์หรือไม่ พร้อมให้ส่งเอกสารหลักฐานยืนยันต่อ สคส.
- มาตรการควบคุมการรับจ้างสแกนม่านตา: แจ้งเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ โดยย้ำว่าค่าจ้างอาจเป็นเงินผิดกฎหมาย และให้หน่วยงานจัดส่งหลักฐานประกอบการตรวจสอบ
- มาตรการความปลอดภัยและการขอความยินยอม: ผู้ให้บริการต้องเปิดเผยขั้นตอนการทำงานของเครื่องมือ การป้องกันความเสี่ยง และชี้แจงอย่างโปร่งใส เช่น ข้อมูลม่านตาจะถูกแปลงเป็นรหัสใด ใช้ทำอะไร และแจ้งวัตถุประสงค์อย่างละเอียด และชัดเจน
ทั้งนี้ เนื่องจากตามประเด็นที่ 1 การแสดงหลักฐานยังไม่ชัดเจนเพียงพอ ที่ประชุมจึงได้แนะนำให้มีการพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งบริษัทขอกำหนดวันแสดงหลักฐานต่อสาธารณชนอีกครั้ง เพื่อความโปร่งใส และความจริงใจในการให้สังคมได้พิสูจน์ ถึงมาตรการในการลบทำลายของบริษัท บริษัทจึงยินดีที่จะชะลอการดำเนินการสแกนม่านตาที่เป็นประเด็นกังวลถึงความไม่ปลอดภัยไว้ก่อนจนถึงกำหนดวันที่จะแสดงหลักฐาน และพิสูจน์มาตรการลบทำลายดังกล่าวให้ชัดเจนต่อสังคมต่อไป
พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ กล่าวต่ออีกว่า "เทคโนโลยีชีวมิติจะต้องไม่ถูกใช้ละเมิดสิทธิ และทุกการเก็บข้อมูลต้องอยู่ภายใต้ความยินยอมจริง" พร้อมย้ำว่า กรณีนี้จะเป็น "หมุดหมายสำคัญ" ในการกำกับดูแลการใช้ Digital ID, AI-based KYC และ Blockchain-based Identity ที่เริ่มขยายตัวในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล
"กรณีสแกนม่านตากำลังกลายเป็น บททดสอบสำคัญถึงมาตรการ และความสมดุลของกฎหมาย PDPA ว่าจะสามารถปกป้องสิทธิประชาชนท่ามกลางกระแสเทคโนโลยีใหม่ได้จริงหรือไม่ ขณะเดียวกันยังสะท้อนความจำเป็นของการสร้าง กลไกร่วมรัฐ-เอกชน ในการตรวจสอบและกำกับดูแล เพื่อรักษาสมดุลระหว่าง นวัตกรรมดิจิทัล กับ สิทธิความเป็นส่วนตัว ทั้งนี้ ทาง สคส. ยังคงมีความกังวลถึงความปลอดภัยของข้อมูลฯ โดยให้ทางผู้ให้บริการเร่งดำเนินการเพื่อพิสูจน์ความโปร่งใสในการทำลายข้อมูลฯ ต่อไป" พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ กล่าวสรุปในตอนท้าย
ประชาชนที่มีข้อสงสัยหรือต้องการแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล สามารถติดต่อ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) โทร. 02-111-8800 หรืออีเมล [email protected]
Cobo ศูนย์รับฝากและดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลสัญชาติสิงคโปร์ปักธงบุกตลาดไทย สบช่องผู้ให้บริการรายเดิมปิดให้บริการมุ่งเป้าเจาะกลุ่มลูกค้าระดับสถาบัน
"Ledger ปักธงความเป็นผู้นำระดับโลกด้านความปลอดภัยของสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมทำให้ผลิตภัณฑ์ของตนเข้าถึงได้ง่ายสำหรับทุกคน"
บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ ได้การรับรอง SOC 2 Type 2 มาตรฐานสูงสุดในการจัดการข้อมูลและความปลอดภัยของลูกค้า
บิทคับ กรุ๊ป ร่วมกับ CoinDesk จัดงาน Road to Consensus พา Michael Lau พบคอมมูคริปโตชาวไทยอย่างใกล้ชิด เผยความพร้อมก่อนเข้าสู่งาน Consensus Hong Kong 2026
BINANCE TH Academy วิเคราะห์ทิศทางตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลปี 2569
จุดไฟอนาคตสินทรัพย์ดิจิทัลไทย! มหกรรม Block Mountain CNX 2026
บิทคับ กรุ๊ป ประกาศจัดงาน Road to Consensus ใน 29 ม.ค. นี้ เตรียมความพร้อมสู่ Hong Kong Consensus งานประชุม Web3 ระดับโลก
Bitcoin ก้าวสู่โครงสร้างพื้นฐานการเงินโลก จากสินทรัพย์เก็งกำไรสู่บทบาทใหม่ในระบบเศรษฐกิจ