- กนง. มีมติ 5 ต่อ 2 ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.50% ต่อปี จากเศรษฐกิจที่ขยายตัวใกล้เคียงที่คาดการณ์ และนโยบายการเงินที่ทยอยส่งผ่าน ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ต่ำลง
- กนง. ประเมิน GDP ปี 2568 ขยายตัวใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้ที่ 2.2% จากเดิมที่คาดไว้ ที่ 2.3% ขณะที่ปี 2569 ปรับลดลงจากเดิมที่ 1.7% เป็น 1.6% โดยการส่งออกจะเริ่มชะลอตัวจากมาตรการภาษีต่อเนื่องจนถึงช่วงครึ่งปีแรกของปีหน้า ประกอบกับภาคการผลิตที่แผ่วลง อุปสงค์ในประเทศทรงตัว ขณะที่การท่องเที่ยวทยอยฟื้นตัวได้บ้าง กนง. มองว่านโยบายการเงินปัจจุบันอยู่ในระดับผ่อนคลาย และอยู่ในช่วงทยอยส่งผ่านผล จึงรักษา policy space เพื่อรองรับความเสี่ยงระยะข้างหน้า ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปต่ำกว่าคาด และจะอยู่ในระดับต่ำกว่ากรอบเป้าหมายจนถึงปี 2570
- ประเมินว่ามีความเป็นไปได้ที่ กนง. จะพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมสู่ระดับ 1.25% ภายในปี 2568 หากแนวโน้มเศรษฐกิจชะลอกว่าที่คาด อีกทั้งผลจากข้อตกลงการค้า กับสหรัฐซึ่งจะส่งผลเต็มที่ต่อเนื่องจนถึงกลางปี 2569 โดยเฉพาะเกณฑ์ด้าน Regional Value Content ที่ปัจจุบันยังไม่ได้ข้อสรุป
กนง. คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จากเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มขยายตัวใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ และนโยบายการเงินที่กำลังทยอยส่งผ่าน ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ต่ำลงกว่าคาด
กนง. มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% ต่อปี ในการประชุมครั้งที่ 5/2568 โดยมีสาระสำคัญดังนี้
- เศรษฐกิจไทยปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัวใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ แม้การส่งออกไปยังสหรัฐฯจะเร่งตัวสูงก่อนการบังคับใช้มาตรการภาษี แต่กลับส่งผลดีต่อ GDP โดยเฉพาะภาคการผลิตอย่างจำกัด อีกทั้งการนำเข้าที่ขยายตัวสูงในช่วงเวลาเดียวกัน สะท้อนความเสี่ยงที่การส่งออกไปยังสหรัฐบางส่วนอาจเป็น transshipment เศรษฐกิจไทยช่วงที่เหลือของปี 2568 มีแนวโน้มชะลอลงจากภาคการผลิตที่เร่งไปในช่วงก่อน การลงทุนที่ชะลอลงท่ามกลางไม่ชัดเจนของผลจากมาตรการการค้า และการท่องเที่ยวที่ชะลอตัวต่อเนื่องนับจากต้นปี แม้จะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนบ้าง ทั้งนี้ ต้องติดตามผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และมาตรการสนับสนุน SMEs ของภาครัฐที่จะเป็นแรงส่งอุปสงค์ในประเทศในระยะข้างหน้า
- กนง. ปรับลดประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (GDP) เล็กน้อยสำหรับปี 2568 อยู่ที่ 2.2% จากประมาณการเดิม 2.3% และในปี 2569 ปรับลดลงจาก 1.7% เป็น 1.6% โดยคาดว่าโมเมนตัมเศรษฐกิจจะชะลอลงแรงตั้งแต่ Q4/68 จนถึง Q2/69
- กนง. มีมุมมองต่อแนวโน้มการส่งออกที่ดีขึ้นกว่าการประเมินครั้งก่อน จากการเร่งส่งออกไปยังสหรัฐฯ ที่ดีกว่าที่คาด ประกอบกับปัจจัยบวกของกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องจากความต้องการ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI และ Data Center
- ขณะที่ปรับการคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวลงตามแนวโน้มนักท่องเที่ยวจีน เนื่องจากการแข่งขัน ที่สูงขึ้น โดยประเมินว่าในปี 2569 จำนวนนักเที่ยวเที่ยวจะอยู่ที่ 35 ล้านคนซึ่งยังต่ำกว่าปี 2567 ที่ 35.5 ล้านคน
- ภาวะการเงินของไทยทรงตัว ผลของนโยบายการเงินทยอยส่งผ่าน สะท้อนจากอัตราดอกเบี้ยในระบบสถาบันการเงิน และตลาดการเงินปรับลดลง สินเชื่อโดยรวมในระบบสถาบันการเงินยังคงหดตัว จากภาวะสินเชื่อที่ยังอยู่ในช่วง deleveraging โดยเฉพาะสินเชื่อ SMEs และครัวเรือนกลุ่มรายได้ต่ำ จากความเสี่ยงด้านเครดิตที่สูง ประกอบกับการชำระคืนหนี้องลูกหนี้ที่มีสภาพคล่องเพียงพอและความต้องการสินเชื่อของธุรกิจขนาดใหญ่ที่ลดลงจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน
- อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าที่ กนง. ประเมินไว้ โดยคาดว่าในปี 2568 เงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ร้อยละ 0.0 ก่อนที่จะทยอยกลับเข้าสู่กรอบล่างของเป้าหมายเงินเฟ้อในช่วงต้นปี 2570 จากปัจจัยด้านอุปทานเป็นสำคัญ โดยเฉพาะในหมวดพลังงาน ตามแนวโน้มราคาน้ำมันที่อุปทานน้ำมันโลกเพิ่มขึ้น ขณะที่อุปสงค์ชะลอจากทิศทางเศรษฐกิจโลก
- โดย กนง. เน้นย้ำว่าภาวะดังเกล่าวไม่ได้สะท้อนถึงภาวะเงินฝืด (deflation) เนื่องจากราคาสินค้าและบริการส่วนใหญ่ในตระกร้าเงินเฟ้อยังคงเพิ่มขึ้นหรือไม่เปลี่ยนแปลง แม้สัดส่วนของสินค้าที่ราคาลดลงจะมีมากขึ้นในระยะหลัง แต่ยังใกล้เคียงค่าเฉลี่ยในอดีต
- ขณะที่ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ยังมีแนวโน้มทรงตัว สะท้อนแรงกดดันราคาด้าน อุปสงค์ที่ยังมีอยู่ แม้จะอยู่ในระดับต่ำ อีกทั้ง อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ (headline inflation expectations) ในระยะปานกลางของภาคเอกชนยังยึดเหนี่ยวในกรอบเป้าหมายอยู่ที่ 1.6%
Implication:
- Krungthai COMPASS คาดว่า กนง. อาจพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 1.25% เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจเพิ่มเติมหากแนวโน้มเศรษฐกิจชะลอกว่าที่คาด จากผลของข้อตกลงการค้ากับสหรัฐซึ่งจะส่งผลเต็มที่ต่อเนื่องจนถึงกลางปี 2569 โดยเฉพาะเกณฑ์ด้าน Regional Value Content ที่ปัจจุบันยังไม่ได้ข้อสรุป
- Krungthai COMPASS มองว่าปัจจุบันนโยบายการเงินยังสามารถผ่อนคลายได้เพิ่มเติม โดยเฉพาะในปีหน้าที่ กนง. คาดว่า GDP จะขยายตัวที่ 1.6% ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าศักยภาพ และอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบันยังใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย 15 ปีย้อนหลังที่ 1.74% และหากพิจารณาอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงของไทยซึ่งใกล้เคียงระดับ 0.7% ไม่ได้แตกต่างมากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในภูมิภาค แต่แนวโน้มเศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงด้านต่ำที่สูงกว่า
- ในระยะข้างหน้าต้องติดตามความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจกระทบต่อผู้ประกอบการเพิ่มเติม โดยเฉพะกลุ่มเปราะบางที่มี margin ต่ำและ SMEs โดยนับตั้งแต่ต้นปี 2568 ค่าเงินบาทแข็งค่าเป็นลำดับต้นๆของภูมิภาค และมีความเสี่ยงแข็งค่าเกินกว่าปัจจัยพื้นฐาน แม้ว่าที่ผ่านมา ธปท. จะมีการดูแลค่าเงินบาทต่อเนื่อง สะท้อนจากเงินสำรองระหว่างประเทศสุทธิ(Net International Reserves) ที่แตะระดับสูงสุดที่ 2.9 แสนล้านบาท นอกจากนี้ แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐในระยะข้างหน้าที่ยังผันผวนจากทิศทางเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อที่ ไม่แน่นอนจะส่งผลต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย และกดดันค่าเงินบาทอีกทางหนึ่ง
GO Hotel ส่งโปรฮอตรับซัมเมอร์สุดฟินแคมเปญ GO Local Eat Local เพียงจองห้องพักตรง รับฟรี! บุฟเฟต์ทุเรียนที่สวนคุณยาย จังหวัดระยอง
เรดิสัน โฮเทล กรุ๊ป เดินหน้าพัฒนา "เรดิสัน เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ราไวย์ ภูเก็ต" รุกตลาดที่พักระยะยาวในไทย
คิง เพาเวอร์ จัด "อภิมหาสงกรานต์รางน้ำ THE JOY OF THAI ตะลุยสุข สนุกไทย" ผสานพลังเทศกาลดนตรี ดันสงกรานต์ไทยสู่เฟสติวัลโลก ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวรับไตรมาส 2
กลุ่มเซ็นทรัล ผนึกกำลัง ททท. นำเสนอเอกลักษณ์ไทย ณ ห้างสรรพสินค้าคาเดเว กรุงเบอร์ลิน พร้อมต่อยอดความร่วมมือในยุโรปและเอเชีย
SCB เปิดตัวแอป "SCB PLANET PLUS" โซลูชันด้านการเดินทางครบวงจร จับมือ Alipay+ มอบประสบการณ์สแกนจ่ายได้ทั่วโลก ครบจบในแอปเดียว
เซ็นทาราเปิดประตูสู่หิมาลัยในมิติใหม่ พาสัมผัสวัฒนธรรมเนปาล ไปกับ "หิมาลายัน ไฮด์อะเวย์ รีสอร์ท โพคารา เดอะ เซ็นทารา คอลเลคชั่น"
วว. จับมือ กรมการท่องเที่ยว จัดอบรมออนไลน์ ฟรี!!! "เตรียมความพร้อมผู้ประกอบการ เพื่อเข้าสู่มาตรฐานการท่องเที่ยวไทย"
PROUD แย้ม Q1/69 กวาดรายได้ต่อ โชว์ Backlog แกร่ง 6,131 ล้านบาท
โรงแรมเดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท เฉลิมฉลองวันนอนหลับโลก ประจำปี 2569 (World Sleep Day 2026)