บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD ชี้ราคาทองคำมีแนวโน้มพุ่งสูง จากความ ไม่แน่นอนรอบด้านในสหรัฐฯ จาก 3 ปัจจัยหลัก อาทิ ทรัมป์ ใช้อำนาจเกินขอบเขตด้านนโยบายการค้า - เฟดถูกแทรกแซงทางการเมือง - ตัวเลขแรงงานในสหรัฐฯ ชะลอตัว ส่งสัญญาณบวก ดันราคาทองทะยานต่อ พร้อมแนะกลยุทธ์รอจังหวะย่อตัวเข้าซื้อที่ $3,445 / $3,415
นางสาว อารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำในสัปดาห์นี้ คาดว่าจะพุ่งขึ้นต่อและผันผวนสูง จากความไม่แน่นอนรอบด้าน ล่าสุดชี้ 3 ปัจจัยหลักให้นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจสร้างความผันผวนต่อตลาดการเงินและแนวโน้มของทองคำ ได้แก่
- ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้า : โดยศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ มีคำตัดสินว่า มาตรการเก็บภาษีศุลกากรทั่วโลกของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ส่วนใหญ่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากใช้อำนาจเกินขอบเขต แต่ยังอนุญาตให้บังคับใช้ต่อไปชั่วคราว พร้อมส่งเรื่องกลับไปศาลชั้นต้นเพื่อพิจารณาเพิ่มเติม ดังนั้นจึงคาดว่า โดนัลด์ ทรัมป์ จะอุทธรณ์ต่อศาลสูงสุดภายใน 14 ต.ค. 2568 ทำให้อนาคตนโยบายการค้ายังคงไม่แน่นอน โดยความเสี่ยงดังกล่าวจะกดดันตลาดหุ้นและค่าเงินดอลลาร์ ขณะที่ทองคำจะได้แรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยหากสถานการณ์ยืดเยื้อ
- ความปั่นป่วนภายในเฟด : จากกรณี นางลิซา คุก กรรมการเฟด ที่ถูก ทรัมป์ สั่งปลดจากตำแหน่งและกำลังต่อสู้คดีในศาล สร้างความกังวลว่าการทำงานของเฟดอาจถูกแทรกแซงทางการเมือง ล่าสุดศาลยังไม่ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ทำให้ตำแหน่งของ ลิซา คุก ยังแขวนอยู่บนเส้นด้าย และด้วยความไม่แน่นอนนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของนโยบายการเงินสหรัฐฯ และอาจเป็นแรงหนุนเชิงจิตวิทยาที่ทำให้ทองคำได้รับความสนใจมากขึ้น
- ตัวเลขแรงงานสหรัฐฯ ชะลอตัว : โดยตลาด จับตาการประกาศตัวเลขการจ้างงาน เดือนสิงหาคมในช่วงท้ายสัปดาห์ ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มเพียง 75,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงานอาจขยับขึ้นแตะ 4.3% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี
สะท้อนถึงเศรษฐกิจที่อ่อนแรง ถึงแม้ว่าเฟดยังคงกังวลเรื่องเงินเฟ้อ แต่ตลาดมองว่า ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มถดถอย ส่งผลให้เฟดอาจต้องผ่อนคลายนโยบายการเงินในระยะต่อไป ซึ่งถือเป็นบวกต่อราคาทองคำ
จากประเด็นดังกล่าว ฝ่ายวิจัย GCAP GOLD แนะนำกลยุทธ์ "รอย่อตัวเข้าซื้อ" ที่แนวรับ $3,445 และ $3,415 เนื่องจากภาพรวมราคาทองคำปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก หลังจากสามารถเบรกกรอบสามเหลี่ยมด้านบน โดยมีแนวรับระยะสั้นอยู่ที่ $3,445 / $3,415 ซึ่งราคาทองคำไทยอาจอยู่ประมาณ 52,800 / 52,500 บาท โดยการเข้าซื้อในรอบนี้มีจุดเฝ้าระวังคือราคาไม่ควรหลุด $3,400 (ราคาทองคำไทยประมาณ 52,300 บาท) เพราะหากย่อแล้วหลุดถือเป็นการเบรกหลอก ขณะที่แนวต้านสำหรับทำกำไรอยู่ที่ $3,500 / $3,535 หรือราคาทองคำไทยจะอยู่ประมาณ 53,500-53,800 บาท ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับทิศทางค่าเงินบาท หากปัจจัยการเมืองในประเทศที่กดดันให้เงินบาทอ่อนค่าในระยะสั้น อาจเห็นราคาทองคำไทยขยับขึ้นไปใกล้ระดับ 54,000 บาท ได้เช่นกัน
"GCAP GOLD" ชี้ เงินเฟ้อ-เศรษฐกิจ-หนี้สาธารณะ ป่วนเฟด ย้ำทองคำสินทรัพย์ระยะยาว
"GCAP GOLD" เตือนนักลงทุนรับมือทองผันผวน แนะเฝ้าระวังตัวเลข PCE สหรัฐฯ หลังตลาดผวาเงินเฟ้อพลิกเกม
"GCAP GOLD" จับตาประธานเฟดคนใหม่ จุดเปลี่ยนนโยบายการเงิน ทองคำลุ้นแรงรีบาวด์ $4,600
"GCAP GOLD" จับสัญญาณ 3 ปัจจัย ชี้ชะตาทองคำ
"GCAP GOLD" เตือนสัญญาณอันตราย จ่อเปิดฉาก Stagflation ระยะแรก ปูทางทองคำสู่สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงหลัก แนะดักเก็บโซน 4,400 ดอลลาร์
"GCAP GOLD" ชี้เจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน เขย่าตลาดทองผันผวนต่อเนื่อง จับตาประชุมเฟด ลุ้นสัญญาณดอกเบี้ยครึ่งปีหลัง
"GCAP GOLD" ชี้จุดเสี่ยงเขย่าตลาดทองคำ เส้นตายทรัมป์ 22 เม.ย. นี้
GCAP GOLD ชี้สงครามผ่อนคลาย หนุนทองรีบาวด์ระยะสั้น แต่ความเสี่ยงยังไม่จบ จับตาดีลฮอร์มูซ เงินเฟ้อพลังงาน เสี่ยงกดทิศทางทองระยะถัดไป
GCAP GOLD ชี้ทองคำเจอศึกสองด้าน ภูมิรัฐศาสตร์เดือดปะทะนโยบายเฟด ย้ำตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ตัวแปรชี้ขาดทิศทางดอกเบี้ย