บมจ. ดีโอดี ไบโอเทค หรือ "DOD" ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน ODM ในการเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารด้วยนวัตกรรมของตนเอง เดินหน้าปรับกลยุทธ์ดันธุรกิจ มุ่งสู่ความยั่งยืนนำ AI มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน ทั้งในส่วนของการจัดเก็บข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าได้ตรงจุด พร้อมระบุ เดินหน้าทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียว่าเป็น"Manufacturing Brand Company" หวังเพิ่มจำนวนฐานลูกค้าใหม่เข้าพอร์ต
นายต่อลาภ ไชยเชาวน์ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารด้วยนวัตกรรมของตนเองภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า (Original Design Manufacturing : ODM) เปิดเผยว่า ในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว จากปัจจัยภายนอกที่มีความไม่แน่นอนในหลายๆ ด้าน ส่งผลให้ผู้บริโภคกังวลในการใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมอาหารเสริมเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่และเติบโตอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้น DOD ในฐานะผู้นำด้าน ODM ได้มีการปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยยังคงตอกย้ำจุดแข็งทั้งในเรื่อง การมีนวัตกรรมของตนเอง การมีวิจัยและพัฒนาสินค้าของอย่างต่อเนื่อง และการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพของผลิตภัณฑ์ในระดับสูงเทียบเท่ากับมาตรฐานการผลิตยารักษาโรค ซึ่งยืนยันได้มาตรฐานการผลิต GMP , GHPs , HACCP , ISO 22000 , ISO 14001 และ ISO/IEC 17025
ช่วงที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า นวัตกรรม AI (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์ เข้ามามีบทบาทในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น เพื่อปรับสมดุลในการดำเนินงานและเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของธุรกิจ ซึ่ง DOD ได้นำ AI มาปรับใช้กับธุรกิจของตนเองเพื่อเพิ่มขีดความสามารถขององค์กร และสามารถรองรับทุกความต้องการของกลุ่มลูกค้าได้ครบทุกมิติ ทั้งเรื่องการวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคในเชิงลึก เพื่อประเมินแนวโน้มการบริโภคของผลิตภัณฑ์ในอนาคตได้อย่างชัดเจน และต่อยอดไปสู่การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ก้าวล้ำได้ ดังนั้นจึงมองว่า AI for Business นี้ จะเข้ามาส่งเสริมปฏิบัติการที่รวดเร็ว แม่นยำ ทำให้ส่วนงานขายเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในระดับสูง ซึ่งจะเป็นการยกระดับการพัฒนาสินค้าให้กับลูกค้าได้รับความพึงพอใจสูงสุด อันนำไปสู่การรักษาฐานลูกค้าเดิม พร้อมกับขยายฐานลูกค้ารายใหม่
นอกจากนี้ นายต่อลาภ ยังได้กล่าวเพิ่มเติมถึงกลยุทธ์การขายและการตลาดในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ด้วยคำกล่าวที่ว่า "ลูกค้าอยู่ในอากาศ" ส่งผลให้บริษัทฯมุ่งเน้นการตลาดออนไลน์เป็นหลัก โดยเฉพาะการโปรโมทบริษัทว่าเป็น "Manufacturing Brand Company" ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย เพื่อขยายไปฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ เนื่องจากต้องยอมรับว่ากลุ่มลูกค้ายุคใหม่จะหาข้อมูลการทำธุรกิจผ่านโซเชียลมีเดีย เพราะเป็นช่องทางการหาข้อมูลที่เข้าถึงง่าย อีกทั้ง บริษัทก็เปิดรับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อต่อยอดสู่ตลาดใหม่
ฮาฟเนอร์ กรุ๊ป จับมือ โรงพยาบาลวิภาวดี ผนึกกำลังครั้งสำคัญ พลิกเกมสุขภาพไทยสู่ยุค "Prevention" มุ่งยกระดับ Healthspan คนไทย
"แลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34" โพรไบโอติกประจำถิ่น ลดการอักเสบ ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
"แลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34" โพรไบโอติกประจำถิ่น ลดการอักเสบในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
NUT ดันกลยุทธ์ "NUT Voice" ผสานเทคโนโลยี-Big Data เสริมแกร่งธุรกิจ
EKH จับมือ SNPS ปั้น "EKH Jelly" รุกตลาดอาหารเสริม ต่อยอดรายได้ใหม่
วว. พัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือดจากสารสกัดผลดิบมะม่วงหาวมะนาวโห่
NUT ไตรมาส 2/68 รายได้ 239.49 ลบ. กำไรโต 93.76% อนุมัติจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.35 บาท/หุ้น
"เพ็ญภาค" ทรานส์ฟอร์มสู่ผู้ผลิตเครื่องดื่ม RTD และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารครบวงจร ปูพรมสินค้าใหม่เจาะทุกเซกเมนต์ พร้อมเปิดเกมรุกรับจ้างผลิต OEM เต็มสูบ