เมอร์เคิล แคปปิตอล เผยจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่! Ethereum เม็ดเงินสถาบัน-กฎหมายหนุน ราคายังมีโอกาสทะยานต่อ

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

เมอร์เคิล แคปปิตอล จัดสัมมนาพิเศษ "Ethereum โอกาสยังมี หรือหมดเวลาแล้ว?" จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ พุ่งแตะ All Time High ก่อนปรับฐาน เม็ดเงินสถาบันไหลเข้า กฎหมายหนุน บริษัทใหญ่สะสมต่อเนื่อง โอกาสทองที่นักลงทุนไม่ควรพลาด

เมอร์เคิล แคปปิตอล เผยจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่! Ethereum เม็ดเงินสถาบัน-กฎหมายหนุน ราคายังมีโอกาสทะยานต่อ

นายวรเมธ จันทร์เสน ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งแรกในประเทศไทย ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. เปิดเผยว่า เมอร์เคิล แคปปิตอล จัดสัมมนาพิเศษในหัวข้อ "Ethereum โอกาสยังมี หรือหมดเวลาแล้ว?" มองทิศทางการลงทุนในตลาดคริปโทเคอร์เรนซี โดยเฉพาะ Ethereum ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกในเวลานี้

โดยในช่วงเดือนที่ผ่านมา Ethereum ปรับตัวจากระดับ 3,500 ดอลลาร์ ขึ้นไปแตะระดับสูงสุดตลอดกาล (All Time High) ที่ 4,800 ดอลลาร์ ก่อนจะปรับฐานลงมาที่ประมาณ 4,100 ดอลลาร์ ขณะที่ระดับต่ำสุดในรอบปีอยู่ที่ 1,500 ดอลลาร์ การปรับตัวดังกล่าวสะท้อนถึงความผันผวนและการเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญในตลาด ขณะเดียวกันก็สร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตระยะยาว

ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อน Ethereum ในรอบนี้มาจาก 3 ด้านหลัก ได้แก่ การไหลเข้าของเม็ดเงินสถาบันซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในตลาด จากเดิมที่มีเพียงนักลงทุนรายย่อย ปัจจุบันสถาบันการเงินรายใหญ่เริ่มเข้ามามีบทบาท โดยให้ความสำคัญกับปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคและมอง Ethereum เป็นสินทรัพย์ที่สามารถสร้างผลตอบแทนระยะยาว

อีกทั้งยังได้รับแรงสนับสนุนจากปัจจัยด้านกฎหมาย เช่น การประกาศใช้ Genius Act ที่เอื้อต่อการใช้ Stablecoin และความชัดเจนในสถานะของ Ethereum ที่ไม่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มสินทรัพย์ประเภทหลักทรัพย์ (Security) ซึ่งช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อการลงทุน นอกจากนี้ กฎหมายยังเปิดโอกาสให้ Ethereum สามารถสร้างผลตอบแทนจากการถือครอง (Yield) ได้ในระดับ 3-4% ต่อปี ซึ่งถือว่ามีความน่าสนใจอย่างมากสำหรับนักลงทุนสถาบันที่นิยมลงทุนระยะยาว ข้อมูลล่าสุดยังระบุว่า กระแสเงินทุนไหลเข้าผ่าน Ethereum ETF ทำสถิติสูงสุดใหม่ แสดงถึงการยอมรับที่กว้างขึ้นในตลาดโลก

อีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนที่สำคัญคือการที่บริษัทขนาดใหญ่เริ่มทยอยสะสม Ethereum เป็นทุนสำรององค์กร (Corporate Reserve) คล้ายกับกรณีของ Strategy ที่เคยทำกับ Bitcoin โดย Bitmine และ Sharplink เป็นสองบริษัทที่เริ่มต้นชัดเจน โดยเฉพาะ Bitmine ที่ตั้งเป้าเก็บสะสมถึง 5% ของ Supply Ethereum ทั้งหมด หรือราว 6 ล้าน ETH ปัจจุบันเก็บแล้ว 1.5 ล้าน ETH ภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือน ตัวเลขดังกล่าวมากกว่าการถือครองของ Ethereum Foundation หลายเท่า และสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของผู้เล่นรายใหญ่ที่มอง Ethereum เป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ในอนาคต

ด้านเศรษฐกิจมหภาค (Macroeconomic) นักลงทุนยังคงติดตามทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อย่างใกล้ชิด โดยตลาดให้น้ำหนักสูงต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและสนับสนุนสินทรัพย์เสี่ยง แม้อาจมีความผันผวนระยะสั้นจากความไม่แน่นอน แต่แนวโน้มระยะกลางและยาวยังถือว่าเป็นบวกต่อคริปโทเคอร์เรนซี

สำหรับ Bitcoin แม้ยังคงมีบทบาทเป็นสินทรัพย์หลักด้วยมูลค่าตลาด (Market Cap) ที่ติดอันดับ 7 ของโลก แซงหน้าเงิน (Silver) และบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่บางแห่ง แต่ในรอบนี้ Ethereum กำลังแสดงศักยภาพการครองส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 7% สู่ 14% และยังมีโอกาสขยับไปแตะระดับสูงสุดเดิมที่ 22% หรือสูงกว่า หากพิจารณาจากการเข้ามาของเม็ดเงินสถาบันและปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง

จากปัจจัยทั้งหมดมองว่า Ethereum ยังไม่หมดเวลา แต่กลับอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญที่หาได้ยากในประวัติศาสตร์สินทรัพย์ดิจิทัล การเข้ามาของสถาบัน กฎหมายที่เอื้ออำนวย การยอมรับที่เพิ่มขึ้น และการสะสมของบริษัทเอกชน ล้วนสะท้อนถึงโอกาสที่ยังคงเปิดกว้าง นักลงทุนที่สามารถบริหารความเสี่ยงได้อาจมองช่วงเวลานี้เป็นโอกาสสำคัญที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และอาจไม่เกิดขึ้นอีกใน 10-20 ปีข้างหน้า

*หมายเหตุ คริปโทเคอร์เรนซี และโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้


ข่าวสินทรัพย์ดิจิทัล+ดำเนินธุรกิจวันนี้

ออร์บิกซ์ กรุ๊ปส์ ผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตร ยกระดับอุตสาหกรรมการเงินและเทคโนโลยีบล็อกเชนไทยสู่สากล

ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ (กลาง) ประธานกรรมการ บริษัท ออร์บิกซ์ โฮลดิ้งส์ จำกัด ในฐานะประธานสมาพันธ์ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลและนวัตกรรมบล็อกเชนแห่งประเทศไทย (Thailand Federation of Digital Asset & Blockchain หรือ TFDB) ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ ได้แก่ บลจ. เอ็กซ์สปริง บล.เอเซีย พลัส และ บล.กสิกรไทย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างองค์กรภาคธุรกิจในกลุ่มธุรกิจตลาดทุน กลุ่มธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยี ในการสร้างเครือข่ายพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญหลากหลายแขนง เปิดพื้นที่สำหรับการ

ก.ล.ต. มีแนวคิดออกหลักเกณฑ์ Travel Rule เพื่อยกระดับระบบการบริหารความเสี่ยงด้านฟอกเงินและป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สอดคล้องมาตรฐานสากล

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการกำหนดหลักเกณฑ์การรับส่งข้อมูลประกอบการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล (Travel Rule) ...

คุณอรรถกฤต ชิมผลาพิบูลย์ ผู้ร่วมก่อตั้งกล... บิทคับ ออนไลน์ คว้าตำแหน่งองค์กรครองใจพนักงานสายเทคฯ แห่งปี จาก Future Trends Awards 2026 — คุณอรรถกฤต ชิมผลาพิบูลย์ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มบริษัทบิทคับ เข้าร...

ปี 2568 ที่ผ่านมาถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญขอ... บิทคับ กรุ๊ป เดินหน้าสร้าง "AI Learning Organization" ผลักดันให้ AI กลายเป็นเรื่องของทุกคนในองค์กร — ปี 2568 ที่ผ่านมาถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโลกธุรกิจ เ...

ภารกิจ ก.ล.ต. บนเส้นทางการพัฒนาสินทรัพย์ดิจิทัล

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีบล็อกเชนได้ขยับจากพื้นที่ของนวัตกรรมเฉพาะกลุ่ม เข้าสู่การเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเงินในหลายประเทศทั่วโลก ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้สะท้อนเพียงพัฒนาการทางเทคโนโลยี แต่ยังเชื่อมโยงกับพฤติกรรมของผู้ลงทุน ...

บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ผู้ให้บริการศ... Bitkub Exchange เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ "Auto DCA" ตอบโจทย์นักเทรดสายออม ลงทุนได้ทุกสภาวะตลาด — บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ผู้ให้บริการศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิ...