บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) (PSP) ผู้นำด้านโซลูชันผลิตภัณฑ์หล่อลื่นแบบครบวงจร รายงานผลประกอบการครึ่งปีแรกปี 2568 กำไรสุทธิจากการดำเนินงานยังคงโตต่อเนื่อง แม้จะเผชิญปัจจัยท้าทายจากนโยบายการค้าโลก ปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ และสภาวะเศรษฐกิจโดยรวม โดยมีกำไรสุทธิ 525.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน จากรายได้รวม 6,874.40 ล้านบาท ทั้งนี้ รายได้จากการส่งออกของ PSP ในครึ่งปีแรกเทียบกับ 6 เดือนแรกของปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 41% สอดคล้องกับกลยุทธ์เพิ่มรายได้จากตลาดต่างประเทศ เผยครึ่งปีนี้หลังเตรียมขยายตลาดเชิงรุก เน้นเจาะตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น คาดการปรับอัตราภาษีของสหรัฐฯ อาจเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดการย้ายฐานการผลิตมายังภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการเติบโตของความต้องการผลิตภัณฑ์หล่อลื่นในภาคอุตสาหกรรมระยะยาว
นายเสกสรร ครองพาณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PSP เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้รายงานผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2568 กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดย PSP มีรายได้รวมอยู่ที่ 6,874.40 ล้านบาท ทั้งนี้ รายได้ส่วนใหญ่ประมาณ 95% ของรายได้รวม เป็นรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์หล่อลื่น จาระบี น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้า และน้ำมันผสมยาง โดยบริษัทฯ มีรายได้ที่มาจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น 41% ซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์หลักของบริษัท ที่มุ่งรักษาความเป็นผู้นำผ่านการสร้างความแข็งแกร่งของตลาดภายในประเทศ ควบคู่ไปกับเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการขายในต่างประเทศ
ครึ่งปี 2568 PSP มีกำไรสุทธิจำนวน 525.28 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวม 7.64% โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 36% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าและบริการ โดยบริษัทฯ มีกำไรขั้นต้นจำนวน 971.39 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 12% จากการเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรที่สูงขึ้น การมีต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงจากการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อให้ได้ต้นทุนวัตถุดิบที่สามารถแข่งขันได้มากขึ้น นอกจากนี้ กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นยังเป็นผลจากการเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม การลดลงของต้นทุนทางการเงิน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอีกด้วย
"ตลอดการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 มีปัจจัยที่ช่วยส่งผลบวกกับผลประกอบการของ PSP ทั้งจากการที่บริษัทฯ ได้ลงทุนใน บริษัท รีไซเคิล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (RE) โดยในไตรมาสที่ 2/2568 บริษัทฯ ได้เข้าถือหุ้นเพิ่มจากสัดส่วน 27.78% เป็น 65% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด รวมถึงได้เข้าซื้อหุ้นส่วนที่เหลือเมื่อ 1 กรกฎาคม 2568 ส่งผลให้ PSP ถือหุ้นใน RE เต็มจำนวน 100% และสามารถเข้าบริหารจัดการธุรกิจเชิงกลยุทธ์อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ การลงทุนใน RE ของบริษัทฯ มีเป้าหมายในการส่งเสริมธุรกิจหลักให้เติบโตไปกับกระแสการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ตามกลยุทธ์หลักของบริษัทฯ ที่มุ่งเน้นการสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายและความร่วมมือภายในกลุ่มบริษัทฯ เพื่อรองรับการเติบโตในธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม" นายเสกสรรกล่าว
ในครึ่งหลังของปี 2568 PSP ยังคงมีแผนดำเนินงานขยายตลาดเชิงรุก โดยมุ่งเน้นเรื่องการเจาะตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้นตามกลยุทธ์เดิมที่วางไว้ ในขณะที่ยังคงให้ความสำคัญกับตลาดในประเทศ เพื่อผลักดันการเติบโตของ PSP ควบคู่กับการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืนตามแนวคิด ESG ตามเป้าหมาย ทั้งนี้ บริษัทฯ มองความท้าทายจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายอัตราภาษีนำเข้าสหรัฐอเมริกา ปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ และสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมเป็นโอกาสในการเติบโต
"ปัจจุบัน บริษัทฯ ไม่ได้รับผลกระทบทางตรงจากการปรับอัตราภาษีของสหรัฐฯ เนื่องจากไม่ได้ส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ อีกทั้งรายได้จากการขายในต่างประเทศในไตรมาสที่ผ่านมายังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เรามองว่าการปรับขึ้นอัตราภาษีของสหรัฐฯ ต่อกว่า 70 ประเทศ ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าทั่วโลก โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดการย้ายฐานการผลิตมายังภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านภาษีการค้าในระยะยาว ส่งผลให้เกิดการเติบโตของความต้องการผลิตภัณฑ์หล่อลื่นในภาคอุตสาหกรรมระยะยาว ขณะเดียวกัน บริษัทต่างๆ มีโอกาสเปลี่ยนแปลงการนำเข้าจากประเทศผู้ส่งออกน้ำมันหล่อลื่นรายใหญ่อย่างสหรัฐฯ ไปยังประเทศอื่นแทน ซึ่งจะทำให้ PSP ได้อานิสงส์จากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้" นายเสกสรรกล่าว
นอกจากนี้ PSP มั่นใจว่าตลาดผลิตภัณฑ์หล่อลื่นในภูมิภาคเอเชียจะยังมีแนวโน้มเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลของ Kline ASEAN Market Research ตลาดผลิตภัณฑ์หล่อลื่นในภูมิภาคเอเชียมีอัตราเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 1.9% ต่อปี จากขนาดตลาดมากกว่า 4,000 ล้านลิตร โดยปัจจุบัน PSP มีปริมาณส่งออกคิดเป็นเพียง 1% ของตลาดผลิตภัณฑ์หล่อลื่นในภูมิภาค ด้วยจุดแข็งของกระบวนการผลิต เทคโนโลยี ระบบควบคุมคุณภาพมาตรฐานระดับสากล และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพสูง รวมทั้งลูกค้าระดับโลกที่ให้ความเชื่อมั่นบริษัทฯอย่างต่อเนื่อง PSP มั่นใจว่ายังมีโอกาสให้บริษัทได้เติบโต จากการเติบโตของลูกค้าปัจจุบัน การเพิ่มขึ้นของลูกค้ารายใหม่ และการย้ายฐานผลิตของ Supply Chain ทั่วโลก จะทำให้การเติบโตของบริษัทฯ สูงกว่าการเติบโตของตลาดอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน
อโกด้าเผยเที่ยวบินคุ้มค่าช่วงฤดูฝน: ภูเก็ต-กรุงเทพฯ ติดอันดับ 2 เส้นทางบินราคาประหยัดที่สุดในเอเชีย เริ่มต้นเพียง 327 บาท
Cross-Border QR Payment ของไทยคว้ารางวัลระดับนานาชาติ "Cross-Border Payments Champion"
IMF เยือนศูนย์ฯ สิริกิติ์ ติดตามความคืบหน้าการประชุม 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings ก่อนไทยเป็นเจ้าภาพอีกครั้งในรอบ 35 ปี
"COSMOPROF CBE ASEAN 2026" ตอกย้ำเวทีความงามระดับโลก เปิดประตูธุรกิจสู่ตลาดอาเซียนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
Logistics Mag ฉบับล่าสุด เปิดมุมมองเมกะโปรเจกต์ "แหลมฉบัง เฟส 3"
ทรูมันนี่ จับมือ KBZ Bank และ KBZPay ขยายเครือข่ายบริการโอนเงินข้ามแดน สนับสนุนแรงงานเมียนมาในไทย ส่งเงินกลับบ้านได้สะดวกยิ่งขึ้น
10 ปี Thai Water Expo ตอกย้ำบทบาทศูนย์กลางอุตสาหกรรมน้ำของภูมิภาค เชื่อมผู้นำภาครัฐ เอกชน และองค์กรน้ำระดับโลก
CEA เตรียมเปิดตัว "Bangkok International Content Market 2026" ตลาดซื้อขายคอนเทนต์ภาพยนตร์ ซีรีส์ แอนิเมชัน ระดับนานาชาติครั้งแรกของไทย
สทนช. เดินหน้าบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำโก-ลก ยกระดับความร่วมมือไทย-มาเลเซีย สู่ความยั่งยืน