เปิด 4 จุดแข็งที่ ASML มั่นใจไทยแนะรัฐบาลใหม่ทำ Grand strategy ดัน 'เซมิคอนดักเตอร์' โตระยะยาว

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชี้ไทยมี 4 จุดแข็งดึง "ASML" ยักษ์ใหญ่ด้านชิปที่สุดของโลกมาลงทุน แนะรัฐบาลใหม่เร่งทำ "Grand strategy" เชื่อมต่อทุกอุตสาหกรรม "ผลิต-ส่งออก-ขายในประเทศ" ชูสร้างฐานการผลิตในไทยคุ้มทุนไวที่สุด หนุนเสริมอุตฯ เซมิคอนดักเตอร์เข้มแข็งระยะยาว พร้อมชงปรับแก้กฎระเบียบเปิดช่องเกิด "Venture Capital" เอื้อนำความรู้ที่ได้ต่อยอดสร้างนวัตกรรม-ธุรกิจต่อ

เปิด 4 จุดแข็งที่ ASML มั่นใจไทยแนะรัฐบาลใหม่ทำ Grand strategy ดัน 'เซมิคอนดักเตอร์' โตระยะยาว

ศ. ดร.อาชนัน เกาะไพบูลย์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า การที่บริษัท ASML ซึ่งเป็นผู้นำด้านผลิตเครื่องจักรเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดของโลกจากประเทศเนเธอร์แลนด์ มีความสนใจและได้เข้ามาหารือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในการสร้างซัพพลายเชนในประเทศไทย มาจากปัจจัยหลัก 2 ส่วน คือ 1. ไทยมีจุดแข็งที่มีความศักยภาพมากพอจนได้รับความสนใจ 2. ยุทธศาสตร์ของทาง ASML เองที่ต้องการกระจายความเสี่ยง (Risk Diversification) เพื่อลดการพึ่งพาจากจีน

สำหรับจุดแข็งของไทย แม้หลายฝ่ายจะมองไทยเป็นประเทศที่อยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ทั้งในทางการเมือง และเศรษฐกิจ หรือแม้แต่ล่าสุดที่ Financial times ยังวิเคราะห์ว่าไทยเป็นคนป่วยของเอเชีย (Sickman of Asia) แต่หากมองให้ลึกลงไป ไทยยังมีจุดเด่นที่หลายคนอาจจะมองข้ามและเป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจจาก ASML

ทั้งนี้ประกอบด้วย 1. อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยค่อนข้างมีศักยภาพที่ดี ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ คือ การประกอบ และทดสอบชิป รวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เช่น power sensor แผงวงจรพิมพ์ (PCB) หรือฮาร์ดดิสก์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องพิมพ์ต่างๆ 2. มีโครงสร้างพื้นฐานพร้อมรองรับการทำงานของเครื่องจักรเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะเรื่องไฟฟ้า และมีเสถียรภาพมากกว่าประเทศใกล้เคียง เช่น เวียดนาม 3. ไทยไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงจะเกิดสงครามในระดับภาพใหญ่ 4. ฐานการผลิตของไทยเป็นน่าเชื่อถือ (Trusted Production Base) หากมาลงทุนสร้างฐานการผลิตที่ไทย ความลับทางธุรกิจของบริษัทเหล่านั้นจะไม่รั่วไหล เพราะไทยเคารพในทรัพย์สินทางปัญญาที่นำเข้ามา

นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวว่า รัฐบาลใหม่ หรือ BOI ควรจะต้องมีการกำหนดยุทธศาสตร์ใหญ่ (Grand strategy) ของประเทศไทยในการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมทางเซมิคอนดักเตอร์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์แห่งอนาคต และเทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามาลงทุนให้เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งหมด เพื่อทำให้บริษัทต่างชาติใหม่ๆ ที่จะมาลงทุนในไทยเห็นภาพว่ามีการผลิตที่สามารถส่งออก และขายในประเทศได้ด้วย และทำให้บริษัทเหล่านั้นเกิดความคุ้มทุนได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะยิ่งเพิ่มความดึงดูดให้บริษัทยักษ์ใหญ่ต่างชาติอื่นๆ ให้ความสนใจไทยมากขึ้นอีก

"จุดที่ดึงดูดที่สุดคือทำให้นักลงทุนมองว่าการลงทุนในประเทศไทยมีความคุ้มทุนเร็วที่สุด การคุ้มทุนตรงนี้ไม่ใช่เรื่องของการให้สิทธิประโยชน์ เช่น ยกเว้นภาษี 10 - 20 ปี เท่านั้น แต่ถ้าไทยมี Grand strategy และทำไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมดก็จะช่วยสร้างให้เกิดทิศทางทางนโยบายที่เข้มแข็ง รวมถึงจะส่งผลให้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เราเติบโตได้จริงในระยะยาว ที่สำคัญคือต้องไม่มีการเปลี่ยนนโยบายที่แบบหน้ามือเป็นหลังมือ ซึ่งอันนี้ต้องอาศัยแรงจากฝ่ายการเมืองด้วย เพราะถ้าเกิดการย้ายฐานการผลิตแล้วจะไม่มีการย้อนกลับมาที่ไทยอีกเลย" ศ. ดร.อาชนัน กล่าว

นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวอีกว่า หาก ASML เข้ามาลงทุนในไทยเพื่อสร้างซัพพลายเชนจริงๆ คาดว่าจะเป็นการทำชิ้นส่วนประกอบบางชิ้น ไม่ใช่เครื่องจักรเทคโนโลยีขั้นสูงทั้งเครื่อง และการหวังให้บริษัทข้ามชาติถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ก็คงเป็นไปได้ยากในทางปฏิบัติ เพราะเทคโนโลยีถือเป็นหัวใจสำคัญของความอยู่รอดของธุรกิจ ดังนั้นสิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การหวังให้บริษัทถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ แต่คือการสร้างความรู้ให้กับคนที่ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งซัพพลายเชน หรือต่อยอดความรู้นั้นไปสู่นวัตกรรม หรือธุรกิจต่อไป ซึ่งรัฐบาลใหม่และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องควรจะต้องสร้างสภาพแวดล้อม และอำนวยความสะดวกเพื่อช่วยให้คนกลุ่มนี้ ไม่ใช่แค่ให้คนเหล่านั้นใช้ความรู้ไปกับบริษัทข้ามชาติเท่านั้น

ตัวอย่างเช่น การปรับแก้กฎระเบียบให้เกิดการเปิดให้สามารถระดมทุนเพื่อสร้างธุรกิจ (Venture Capital) ซึ่งที่ผ่านมา Venture Capital ของไทยส่วนใหญ่ผูกกับบริษัทใหญ่ๆ หรือธนาคารพาณิชย์ ซึ่งยังไม่ใช่บทบาท Venture Capital จริงๆ ที่กล้าเสี่ยงตั้งแต่เห็นแนวความคิดเกี่ยวกับธุรกิจ และกล้าปล่อยในส่วนที่ไปต่อไม่ได้ แต่ที่ผ่านมาไทยมีแต่การอาศัยความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างบุคคล (Personal Connection) ส่วนคนที่ไม่รู้จักใครก็ไปต่อไม่ได้


ข่าวมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์+อาชนัน เกาะไพบูลย์วันนี้

ขอเชิญชวนองค์กรเอกชน (NGOs) ร่วมขับเคลื่อนและสงวนรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทยสู่เวทีโลก

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จับมือ ม.ธรรมศาสตร์ หนุนองค์กรเอกชน (NGOs) ไทย ก้าวสู่เวทีที่ปรึกษายูเนสโก (UNESCO) ด้านมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เดินหน้าขับเคลื่อนงานด้านวัฒนธรรมระดับนานาชาติ เปิดตัว "โครงการส่งเสริมองค์กรเอกชนให้มีบทบาทเป็นที่ปรึกษาแก่คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้" มุ่งเป้ายกระดับศักยภาพองค์กรเอกชน (NGOs) ของไทยให้ได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก (UNESCO)

นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชี้ เป็นหมุดหมายดี "... นักวิชาการหนุน 'กขค.-สคบ.-ETDA' ปลดล็อก 'ผูกขาดบริษัทขนส่ง' สร้างความเป็นธรรม 'อีคอมเมิร์ซ' — นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชี้ เป็นหมุดหมายดี "กขค. สคบ. ETDA" ดัน...

นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชี้ตัวเลขจีดีพี ปี 6... ปี 69 'จีดีพี' ยังโตได้มากกว่านี้ ชิงจังหวะย้ายฐานการผลิตจากจีน ดึงลงทุนไทย - เร่งปิดดีล FTA — นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชี้ตัวเลขจีดีพี ปี 68 โต 2.4% ไม่น่าตก...

นักวิชาการธรรมศาสตร์ เผยข้อควรระวังรักออน... ไขเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ ทำไม 'ผู้สูงวัย' โดนหลอกง่ายจากรักออนไลน์ — นักวิชาการธรรมศาสตร์ เผยข้อควรระวังรักออนไลน์ในผู้สูงวัย เหตุเผชิญกับความเหงา ต้องการใค...

ยัสปาล กรุ๊ป ยกระดับอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย ผ... ยัสปาล กรุ๊ป ผนึกกำลัง 4 สถาบันการศึกษา ลงนาม MOU ส่งเสริมดีไซเนอร์รุ่นใหม่ — ยัสปาล กรุ๊ป ยกระดับอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย ผนึกกำลัง 4 สถาบันการศึกษา จุฬาลงกรณ...

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำก... บลจ.กสิกรไทย เปิดศักราชความร่วมมือครั้งสำคัญ จับมือ 5 มหาวิทยาลัยปั้นเจนใหม่สู่ Global Investor — บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไท...