คณะกรรมาธิการการเกษตรและกิจการชนบทอำเภอเฟิงตู
ฤดูเก็บเกี่ยวพืชผลได้เริ่มต้นขึ้นแล้วที่ตำบลหลงกง อำเภอเฟิงตู หนึ่งในแหล่งผลิตส้มคุณภาพดีชื่อดังของเทศบาลนครฉงชิ่ง ทางภาคตะวันตกของประเทศจีน
ณ สวนส้ม Common Prosperity Orange Orchard ในหมู่บ้านหนานจู เกษตรกรต่างช่วยกันลำเลียงลังส้มที่เพิ่งเก็บสดใหม่ขึ้นรถบรรทุก เพื่อขนส่งตรงไปยังฐานการผลิตแบบครบวงจรที่อยู่ใกล้เคียง ภายในศูนย์ทำความสะอาดและคัดแยก ส้มจะผ่านกระบวนการขัดล้างทำความสะอาด ทำให้แห้ง และคัดเกรด ก่อนส่งต่อไปยังแผนกบรรจุ และกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ
เพื่อให้การดำเนินงานในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวเป็นไปอย่างราบรื่นและรักษามาตรฐานคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ ไป๋ เสี่ยวหัว ผู้อำนวยการสหกรณ์พัฒนาการเกษตรในท้องถิ่น ได้เดินทางไปมาระหว่างสวนส้มกับฐานการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อจัดตารางการเก็บเกี่ยวและตรวจสอบคุณภาพผลผลิตด้วยตนเอง
ไป๋เติบโตมากับสวนส้ม จึงมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับวงจรการเจริญเติบโตของต้นส้ม และเล็งเห็นข้อจำกัดของการเพาะปลูกแบบดั้งเดิม ในปี 2561 เขาได้ริเริ่มจัดตั้งสหกรณ์ เพื่อรวบรวมเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ และผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมส้มให้เป็นระบบและได้มาตรฐาน ผ่านการกำหนดมาตรฐานร่วมกันและการบริหารจัดการแบบรวมศูนย์
ขณะเดียวกัน เพื่อยกระดับทักษะวิชาชีพของเกษตรกร และเสริมสร้างมาตรฐานการบริหารจัดการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไป๋ได้จัดการฝึกอบรมภาคสนามเป็นประจำทุกเดือน เพื่อถ่ายทอดความรู้และเทคนิคการปลูกส้มตามหลักวิทยาศาสตร์แก่เกษตรกร โดยเน้นการลงมือปฏิบัติจริง
ความมุ่งมั่นของไป๋ในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ มีบทบาทสำคัญในการยกระดับและผลักดันการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมส้มในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
ก่อนจัดตั้งสหกรณ์ ไป๋ได้เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมด้านการเกษตรที่จัดโดยคณะกรรมาธิการการเกษตรและกิจการชนบทอำเภอเฟิงตูอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งเดินทางไปศึกษาดูงานในหลายภูมิภาคเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ในปี 2563 ภายหลังได้รับใบอนุญาตบินโดรน เขาได้นำโดรนมาใช้ในสวนของตนเอง ก่อนที่จะต่อยอดผลักดันการใช้โดรนให้เป็นแนวปฏิบัติมาตรฐานของสหกรณ์
ความพยายามของเขาสะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการพัฒนาคุณภาพและการยกระดับอุตสาหกรรมส้มของอำเภอเฟิงตูที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน ตำบลหลงกงมีพื้นที่ปลูกส้มรวม 25,000 หมู่ (ประมาณ 10,400 ไร่) ให้ผลผลิตมากกว่า 30,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าผลผลิตสูงถึง 110 ล้านหยวนต่อปี นอกจากนี้ ส้มของตำบลหลงกงยังได้รับการรับรองเครื่องหมายการค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ระดับชาติในปี 2554 อีกด้วย
ในปี 2562 หมู่บ้านหนานจูได้รับการแต่งตั้งเป็นหมู่บ้านสาธิตสินค้าเฉพาะถิ่นแห่งชาติโดยกระทรวงเกษตรและกิจการชนบท และยังได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ระดับชาติสำหรับสินค้าเกษตร นอกจากนี้ ส้มจากอำเภอเฟิงตูยังมีการส่งออกไปยังตะวันออกกลางและอีกหลายภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง นับเป็นแบรนด์ส้มท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงในระดับสากล
ทั่วทั้งอำเภอเฟิงตูมีพื้นที่ปลูกส้มรวม 52,500 หมู่ (ประมาณ 21,800 ไร่) ให้ผลผลิตมากกว่า 70,000 ตันต่อปี และสร้างรายได้รวม 150 ล้านหยวนต่อปี
ส้มเพียงหนึ่งผลก็มีบทบาทสำคัญในการสร้างห่วงโซ่ที่ช่วยเพิ่มพูนรายได้ให้แก่เกษตรกรในท้องถิ่น รวมถึงขยายห่วงโซ่อุตสาหกรรมการเกษตรสมัยใหม่จากฟาร์มสู่ตลาด โดยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และการสร้างแบรนด์ ได้ผลักดันอุตสาหกรรมส้มของอำเภอเฟิงตูให้พัฒนาจากสินค้าเฉพาะถิ่นไปสู่เส้นทางแห่งความมั่งคั่ง และสร้างเครือข่ายอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งในระดับภูมิภาค
ที่มา: คณะกรรมาธิการการเกษตรและกิจการชนบทอำเภอเฟิงตู
เบเยอร์ คว้ารางวัล CSR-DIW Award 2568 สะท้อนความมุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สู่ Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม
อพวช. เตรียมยกระดับพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ไทย ผสานวัสดุศาสตร์และทักษะสมอง EF สร้างเด็ก "คิดเป็น ทำเป็น" รับโลกอนาคต
DEXON เปิดบ้านรับ PTT PLC โชว์เทคโนโลยีตรวจสอบท่อขั้นสูง ชี้ "Integrity คือโครงสร้างความมั่นคงพลังงานยุคใหม่"
เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ผงาดคว้าแชมป์แบรนด์โรงภาพยนตร์อันดับ 1 ที่ผู้บริโภคเชื่อถือมากที่สุด ย้ำความสำเร็จรางวัล "2026 Thailand's Most Admired Brand" ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5
THE LEMON SHOT จับมือ Online Station เดินเกมรุกการตลาด ชูกลยุทธ์ "Hyper-community" เปลี่ยนดีมานด์สู่ยอดขาย
Money20/20 Asia ยกระดับความยิ่งใหญ่ปี 2026 ด้วยการเปิดตัวเวที 'Intersection Stage' พร้อมการรวมตัวของผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในอุตสาหกรรม
ปิยภูมิ ปักธง "Advance Design" พลิกเกมอัญมณีไทยสู่ตลาดโลก ยกระดับ Soft Power ฝีมือคนไทย สร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจไทย
SCB 10X ลงทุนใน Gradient Fund V เดินหน้าขยายกลยุทธ์การลงทุนด้าน AI ระดับโลก
ททท. พลิกเกมท่องเที่ยวไทย ฝ่าวิกฤตพลังงาน เปิดแคมเปญ "ฮีลใจทุกที่ ฟีลดีทุกทริป" ดันเทรนด์เที่ยวใกล้-ใช้พลังงานต่ำ สู่ท่องเที่ยวยั่งยืน