กรมอนามัย เผยผลอนามัยโพล เรื่อง เทศกาลตรุษจีนกับการป้องกันผลกระทบจาก PM2.5 พบประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 65 เลี่ยงการจุดธูปหรือเผากระดาษเงินกระดาษทอง ร้อยละ 61.4 สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น และร้อยละ 60.1 และทำความสะอาดที่พักอาศัยให้ปลอดฝุ่นในช่วงเทศกาลตรุษจีน
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า เทศกาลตรุษจีนปี 2569 ซึ่งตรงกับวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ถือเป็นวันสำคัญของชาวไทยเชื้อสายจีน มีการไหว้เจ้า และไหว้บรรพบุรุษ กรมอนามัยได้สำรวจความคิดเห็นและพฤติกรรมประชาชนเกี่ยวกับกิจกรรมช่วงตรุษจีน การเลือกซื้ออาหารและของไหว้ รวมถึงการป้องกันสุขภาพจากฝุ่น PM2.5 สำรวจข้อมูลระหว่างวันที่ 1-31 ธันวาคม 2568 จากกลุ่มตัวอย่าง 1,044 คน ผลสำรวจ พบว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่ ร้อยละ 50.8 มีแผนไปซื้อของไหว้ในวันจ่าย รองลงมา ร้อยละ 49.0 มีแผนไหว้เจ้าและไหว้บรรพบุรุษ ขณะที่ร้อยละ 31.1 ไม่มีแผนทำกิจกรรมดังกล่าวในช่วงตรุษจีน สะท้อนถึงรูปแบบการดำเนินชีวิตที่หลากหลายมากขึ้นในสังคมปัจจุบัน
"สำหรับการเลือกซื้อของไหว้ ผู้ตอบส่วนใหญ่ ร้อยละ 68.9 มีแผนจะซื้ออาหารหรือของไหว้ในวันตรุษจีน โดยผู้ตอบระบุว่าจะเลือกจากความสะอาดและความปลอดภัยของแหล่งจำหน่ายเป็นปัจจัยหลัก ร้อยละ 32.1 รองลงมาคือ จากแหล่งที่ได้รับมาตรฐานหรือมีป้ายรับรองจากทางราชการ ร้อยละ 26.8 และจากแหล่งจำหน่ายที่มีความน่าเชื่อถือ ร้อยละ 10.8 โดยส่วนใหญ่นิยมซื้อจากห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ต ร้อยละ 73.2 รองลงมาคือ ตลาดสด ร้อยละ 68.4 และการสั่งซื้อผ่านระบบออนไลน์ ร้อยละ 18.2 ทั้งนี้ หลังเสร็จพิธีไหว้ ส่วนใหญ่จะจัดการอาหารตามหลักสุขาภิบาล โดยอุ่นร้อนก่อนบริโภค ร้อยละ 60.5 บริโภคทันที ร้อยละ 21.9 และเก็บรักษาอาหารไว้ในตู้เย็นเพื่อบริโภคภายหลัง ร้อยละ 8.1 เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคจากอาหารเป็นสื่อ กรมอนามัยแนะหลัก 4 ล. ได้แก่ 1) ล. เลือก เลือกซื้ออาหาร เซ่น ไหว้ จากแหล่งที่เชื่อถือได้ หรือมีป้ายรับรองของราชการ 2) ล. ล้าง ล้างผัก-ผลไม้ และเนื้อสัตว์ให้สะอาดก่อนนำมาปรุงประกอบอาหาร 3) ล. เลี่ยง เลี่ยงปรุงอาหารที่ใช้น้ำมันหรือไขมันมาก และปรุงประกอบอาหารให้สุกด้วยความร้อนอย่างทั่วถึง 4) ล. ลด อาหารที่มาจากแป้งและน้ำตาล ควรทานอาหารไหว้เจ้าประเภท Low Carb หรือคาร์โบไฮเดรตต่ำเปลี่ยนเป็นอาหารที่มีโปรตีนสูง ไขมันต่ำ มีวิตามินและกากใยสูง เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs
นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงเทศกาลตรุษจีนมักตรงกับสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 สูง ในหลายจังหวัด โดยผลอนามัยโพล ยังพบว่า ประชาชนให้ความสำคัญและมีการจัดกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดฝุ่น ได้แก่ การจุดธูปหรือเทียน ร้อยละ 12.3 การเผากระดาษเงินกระดาษทอง ร้อยละ 10.1 และการจุดประทัด ร้อยละ 7.0 ขณะที่พฤติกรรมป้องกันตนเองจากฝุ่น พบว่า ประชาชนให้ความสำคัญกับการลดแหล่งกำเนิดฝุ่นเป็นอันดับแรก คือ หลีกเลี่ยงจุดธูปหรือเผากระดาษเงินกระดาษทอง ร้อยละ 65.0 สวมหน้ากากเพื่อป้องกันฝุ่น ร้อยละ 61.4 และทำความสะอาดที่พักอาศัยให้สะอาดปลอดฝุ่น ร้อยละ 60.1 กรมอนามัยขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันปรับพฤติกรรมในช่วงเทศกาลตรุษจีน ด้วยการลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่น เลือกวิธีการประกอบพิธีกรรมที่เป็นมิตรต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการดูแลกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้การเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนเป็นไปอย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากฝุ่น PM2.5 และส่งเสริมสุขภาพที่ดีของประชาชน
กรมอนามัยชวนผู้ประกอบการปรับสูตรอาหารตามเกณฑ์ Thailand NPM ลดหวานมันเค็ม ลดNCDs
กรมอนามัยย้ำ "อาหารสะอาด น้ำปลอดภัย และสุขอนามัยที่ดี" หัวใจสำคัญของการดูแลสุขภาพช่วงน้ำท่วม
กรมอนามัย รณรงค์ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติ ชวนทำความรู้จัก "พ.ร.บ.นมผง" ช่วยปกป้องทารกจากการตลาดและโฆษณา
กรมอนามัยชู 'Active School' ชวนเยาวชนขยับวันละ 60 นาที รับวันเยาวชนสากล ลดเสี่ยง NCDs-หนุนพัฒนาการรอบด้าน
เปิดเวที National Health Literacy Annual Meeting 2026 กรมอนามัย ชู AI ยกระดับ ความรอบรู้ด้านสุขภาพ รับโลกอนาคต
สธ. - ภาคีเครือข่าย ชู "One Goal, One Commitment" รวมพลังขับเคลื่อนนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนสู่เป้าหมายประเทศไทย
โออาร์ มอบเงิน 5 ล้านบาทสนับสนุน "รถพระราชทานเพื่อแม่และเด็กไทย" ให้กรมอนามัย เพื่อส่งเสริมสุขภาพอนามัยแม่และเด็กไทย
กรมอนามัยผนึกภาคีทั่วประเทศ จัด "Health Promotion Synergy 2026" สานพลังเครือข่าย ยกระดับระบบส่งเสริมสุขภาพไทยรับอนาคต