เดลตา แอร์ไลน์ส ได้ลงนามในคำสั่งซื้อเครื่องบินรุ่นใหม่ล่าสุดจากแอร์บัสอย่างเป็นทางการจำนวน 31 ลำ ประกอบด้วยเครื่องบิน เอ330-900 (A330-900) จำนวน 16 ลำ และ เอ350-900 (A350-900) จำนวน 15 ลำ โดยเมื่อส่งมอบครบถ้วน ฝูงบินเครื่องบินลำตัวกว้างของเดลตาจะเพิ่มเป็น เอ330นีโอ (A330neo) รวม 55 ลำ และเอ350 (A350) รวม 79 ลำ
เอ็ด บาสเตียน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเดลตา แอร์ไลน์ส กล่าวว่า "ขณะที่เราขยายเครือข่ายเส้นทางระหว่างประเทศและเตรียมฝูงบินเพื่อรองรับตลาดเส้นทางบินระยะไกลที่เพิ่มขึ้น เครื่องบินรุ่นใหม่นี้จะช่วยเสริมศักยภาพการดำเนินงานและยกระดับข้อเสนอด้านบริการระดับพรีเมียม เราให้ความสำคัญกับความร่วมมืออันยาวนานกับแอร์บัส และเครื่องบินลำตัวกว้างเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติการ รวมถึงสร้างประโยชน์ด้านต้นทุนในระยะยาวในอนาคต"
เบอนัวต์ เดอ แซงต์-เอ็กซูเปรี รองประธานบริหารฝ่ายการขาย ธุรกิจอากาศยานพาณิชย์ของแอร์บัส กล่าวว่า "ความเชื่อมั่นที่เดลตากลับมามีต่อทั้ง A330neo และ A350 สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นพันธมิตรที่ยาวนาน และสมรรถนะอันเป็นเลิศของตระกูลเครื่องบินลำตัวกว้างของแอร์บัส เครื่องบินทั้งสองรุ่นมอบพิสัยการบิน ความจุ และประสบการณ์ห้องโดยสารระดับพรีเมียมที่เดลตาต้องการ เพื่อขยายสู่ตลาดใหม่ ๆ และเชื่อมโยงผู้คนทั่วโลกเข้าด้วยกัน"
ปัจจุบัน เดลตา แอร์ไลน์ส ใช้งานเครื่องบินแอร์บัสมากกว่า 500 ลำ ครอบคลุมทุกรุ่น ตั้งแต่ A220 ไปจนถึง A350-900 และยังมีคำสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัสที่ยังรอส่งมอบอยู่อีกราว 200 ลำ รวมถึงรุ่น เอ350-1000 (A350-1000)
เครื่องบิน A330neo ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์ เทรนท์ 7000 (Rolls-Royce Trent 7000) รุ่นใหม่ล่าสุด ออกแบบให้สามารถบินได้ไกลสูงสุด 8,100 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 15,000 กิโลเมตร แบบไม่หยุดพัก พร้อมช่วยลดการใช้เชื้อเพลิง การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และต้นทุนการดำเนินงานได้ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเครื่องบินคู่แข่งรุ่นก่อนหน้า ขณะที่ A350 เป็นเครื่องบินลำตัวกว้างที่ทันสมัยที่สุดในโลก ออกแบบให้บินได้ไกลสูงสุด 9,700 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 18,000 กิโลเมตร แบบไม่หยุดพัก และกำหนดมาตรฐานใหม่ของการเดินทางข้ามทวีป ด้วยเทคโนโลยีและอากาศพลศาสตร์ขั้นสูงที่มอบประสิทธิภาพและความสะดวกสบายในระดับสูงสุด เครื่องยนต์ Rolls-Royce รุ่นใหม่ล่าสุด ควบคู่กับการใช้วัสดุน้ำหนักเบา ช่วยให้ประหยัดเชื้อเพลิง ลดต้นทุนการดำเนินงาน และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเครื่องบินคู่แข่งรุ่นก่อนหน้า
ทั้ง A330neo และ A350 มาพร้อมห้องโดยสาร Airspace ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแอร์บัส มอบผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีภายในห้องโดยสารที่ทันสมัย ช่วยยกระดับความสะดวกสบายในการเดินทางให้แก่ทั้งผู้โดยสารและลูกเรือ
เช่นเดียวกับเครื่องบินแอร์บัสทุกรุ่น A330neo และ A350 สามารถใช้งานเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ได้สูงสุดถึง 50 เปอร์เซ็นต์ และแอร์บัสตั้งเป้าให้เครื่องบินของบริษัทสามารถรองรับการใช้ SAF ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี พ.ศ.2573
ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 ตระกูลเครื่องบิน A350 มียอดสั่งซื้อสะสมมากกว่า 1,500 ลำ จากลูกค้า 67 รายทั่วโลก ขณะที่ตระกูลเครื่องบิน A330 มียอดสั่งซื้อสะสมมากกว่า 1,900 ลำทั่วโลก
CALC เพิ่มคำสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัสตระกูล A320neo อีก 30 ลำ
Malaysia Aviation Group ขยายฝูงบินด้วยการสั่งซื้อ A330neo เพิ่มเติมอีก 20 ลำ
สายการบินสตาร์ลักซ์สั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัส A350-1000 เพิ่มเติมอีก 10 ลำ
เวียตเจ็ทเดินหน้าขยายธุรกิจระดับโลก เซ็นสัญญาซื้อเครื่องบิน-เครื่องยนต์ล็อตใหญ่จากแอร์บัสและโรลส์-รอยซ์
เอเอ็นเอ โฮลดิงส์ ลงนามสั่งซื้อเครื่องบิน A321neo และ A321XLR รวมทั้งสิ้น 27 ลำ
เวียตเจ็ทเดินหน้าขยายฝูงบิน สั่งซื้อแอร์บัส A330neo 20 ลำ รองรับแผนบินระยะยาว
อีวีเอแอร์ วางคำสั่งซื้อครั้งสำคัญกับแอร์บัส
เอมิเรตส์ปิดฉาก Dubai Air Show 2023 อย่างประสบความสำเร็จ พร้อมประกาศการลงทุนครั้งใหญ่เสริมแกร่งการดำเนินงานในอนาคต