วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) จัดประชุมนำเสนอ "โครงการจัดทำระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ" เพื่อยกระดับกลไกการติดตามประเมินผลการดำเนินงานด้านการปรับตัวของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับเป้าหมายการปรับตัวระดับโลก และรองรับการรายงานในระดับนานาชาติ โดยมีนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน ในพิธีเปิด พร้อมด้วย นางสาวระเบียบ ภูผา ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กล่าวรายงาน โดยมีผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานรายสาขาและผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในห้องประชุม และผ่านระบบออนไลน์ รวมกว่า 250 คน ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร
นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จากรายงาน Climate Risk Index (CRI) 2025 พบว่า ในปี 2024 ประเทศไทยมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น อยู่อันดับที่ 17 จากอันดับที่ 72 ในปี 2022 สะท้อนถึงความเปราะบางต่อเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วอย่างชัดเจน ข้อมูลของหน่วยงานบริการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศคอเปอร์นิคัส (Copernicus) ของสหภาพยุโรป และสถาบันเบิร์กลีย์ เอิร์ธ (Berkeley Earth) ของสหรัฐฯ เปิดเผยรายงานประจำปีว่า อุณหภูมิเฉลี่ยโลกในปี 2025 ที่ผ่านมามีค่าสูงกว่ายุคก่อนอุตสาหกรรมอยู่ที่ 1.47 องศาเซลเซียส และอยู่ในลำดับที่ 3 ของอุณหภูมิเฉลี่ยโลกที่ร้อนที่สุด รองจากปี 2024 และ 2023 ตามลำดับ ส่งผลให้ช่วง 11 ปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่โลกมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ นอกจากนี้ Global Risks Report 2026 ฉบับที่ 21 ก็ได้มีการรายงานว่าความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยังคงเป็นภัยคุกคามรุนแรงที่สุดของโลกในระยะยาว โดยระบุว่าในระยะสั้น (2 ปี) มีความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ คือ เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจทันที ส่วนในระยะยาว (10 ปี) มีความเสี่ยงหลัก คือ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ การล่มสลายของระบบนิเวศและผลกระทบสะสมที่อาจทำให้เศรษฐกิจโลกสูญเสียมูลค่ารวมกว่า 10% หากไม่บรรลุเป้าหมาย Paris Agreement และ Net Zero 2050
นายปวิช กล่าวต่อว่า วันนี้โลกกำลังเคลื่อนมาสู่คำถามที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คือ "เราจะอยู่กับความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร" คำตอบนี้ คือ "การปรับตัว" ซึ่งไม่ใช่มาตรการเสริม ไม่ใช่ทางเลือก หากแต่เป็นหัวใจสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประเทศ ชุมชน และประชาชน กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำแผนปฏิบัติการ หรือ action plan ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายการปรับตัวระดับโลก (Global Goal on Adaptation : GGA) ตามมติที่ประชุมรับรอง "Belem Adaptation Indicators" 59 ตัวชี้วัด ประกอบด้วย ตัวชี้วัดรายสาขา (Thematic Target Indicators) 38 ตัวชี้วัด ตัวชี้วัดกระบวน NAP (Dimensional Target Indicators) 21 ตัวชี้วัด ซึ่งตัวชี้วัดเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในการรายงานตามความเหมาะสม ดังนั้น การมีเครื่องมือหรือระบบในการรวบรวมข้อมูล ติดตาม และประเมินผล จะช่วยให้เราทราบว่า ประเทศของเราได้ดำเนินการด้านการปรับตัวอะไรไปแล้วบ้าง เกิดผลลัพธ์จริงหรือไม่ ส่งผลให้การขับเคลื่อนด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จึงได้จัดทำระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ร่วมกับ บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อวางแนวทางและออกแบบฐานข้อมูลในลักษณะของเครื่องมือและแพลตฟอร์มที่เป็นระบบหลัก สำหรับรวบรวมและจัดเก็บข้อมูล โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นฐานข้อมูลที่สามารถใช้ในการวิเคราะห์ ออกแบบ หรือเชื่อมโยงกิจกรรมสำหรับรองรับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ เป็นเครื่องมือหนึ่งของประเทศด้านการปรับตัวอันเป็นกลไกสำคัญที่จะเชื่อมโยงนโยบาย แผนงาน และการปฏิบัติในทุกระดับเข้าด้วยกัน ช่วยให้หน่วยงานสามารถติดตามความก้าวหน้าของแผนปรับตัวตามสาขาต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระบบและสามารถเปรียบเทียบระหว่างพื้นที่ และช่วงเวลาได้ สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย การใช้เทคโนโลยี Big Data Iเละ Visualization นำเสนอข้อมูลผ่านแดชบอร์ด ทำให้เข้าใจง่าย สามารถใช้ข้อมูลประกอบการรายงานต่าง ๆ ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ.วันนี้นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (National Adaptation Plan : NAP) ครอบคลุม 6 สาขาสำคัญ ซึ่งจะเกิดผลเป็นรูปธรรมได้นั้น จำเป็นต้องมีการติดตามและประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ สามารถสะท้อนผลลัพธ์ของการดำเนินงานและเชื่อมโยงกับข้อมูลได้จริง ผ่านการพัฒนาระบบติดตามที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ช่วยสนับสนุนการจัดการทรัพยากรและลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงประชาชนชาวไทยมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน
บิ๊กซี ผนึก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อม 11 แบรนด์น้ำดื่ม เดินหน้าแคมเปญ "World Water Day ปีที่ 7" ใช้พลังค้าปลีกหนุนคนไทยเข้าถึงน้ำสะอาด พร้อมปลุกกระแสใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า
ห้ามพลาด ร่วมกิจกรรม เปิดเวที Youth Groundwater Guardian ปี 2 นักสื่อสารน้ำบาดาลรุ่นใหม่ - สมัครก่อน 15 มี.ค. นี้เท่านั้น!
สวทช. - ทช. ผนึกกำลัง ใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บริหารจัดการ-ฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งประเทศไทย รับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ทส. เปิดเวทีอบรม "ปธส." รุ่น 13 มุ่งเป้าสร้างเครือข่ายผู้นำ ลุยขับเคลื่อนไทย ยุคภูมิอากาศใหม่ ลดคาร์บอน พร้อมรับภัย สร้างสังคมเท่าเทียม
ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จับมือกรมควบคุมมลพิษ - กรุงเทพมหานคร - กล่องวิเศษ เดินหน้าสานต่อโครงการ "แบรนด์เก็บกลับ" ปี 2569
ทส. เติมสีสันวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569 "สนุกเปลี่ยนโลก" ณ ทำเนียบรัฐบาล ร่วมสนุกคู่เรียนรู้ ใส่ใจโลกและเป็นมิตรกับภูมิอากาศ
อ.อ.ป. ขานรับนโยบาย ทส. แจกของขวัญ 'ชมช้างฟรี - ลดราคาเฟอร์นิเจอร์ - จุดบริการประชาชน - ปรึกษาปลูกสร้างสวนป่า' ... ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ให้กับประชาชน
กรมพัฒนาที่ดิน หนุนพลังป่าชุมชน บูรณาการ "ดิน-น้ำ" เสริมความมั่นคงทรัพยากร ลดความเสี่ยงภัยธรรมชาติอย่างยั่งยืน