กยท. ผนึกกรมชลประทาน ดัน "นวัตกรรมยางพาราเพื่อการชลประทานไทย"ต่อยอดการใช้ยางธรรมชาติในงานบริหารจัดการน้ำ

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ร่วมกับกรมชลประทาน แถลงข่าวและนำเสนอ "นวัตกรรมยางพาราเพื่อการชลประทานไทย" ภายใต้ความร่วมมือในการพัฒนาและต่อยอดการใช้ยางพาราในงานชลประทาน โดยได้รับเกียรติจาก นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานพร้อมด้วย นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน ดร.เพิก เลิศวังพง รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง เดินหน้าผลักดัน "นวัตกรรมยางพาราเพื่อการชลประทานไทย" เสนอผลงานนวัตกรรมทุ่นยางพาราดักผักตบชวา RID-UNITED และท่อHDPEผสมยางพาราสำหรับส่งและระบายน้ำ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่นำไปใช้งานจริงในพื้นที่ชลประทาน ผ่านความร่วมมือด้านการพัฒนาและต่อยอดการใช้ยางธรรมชาติในงานชลประทาน ให้เกิดการใช้งานจริงอย่างเป็นรูปธรรม มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตยางพาราของประเทศ

กยท. ผนึกกรมชลประทาน ดัน "นวัตกรรมยางพาราเพื่อการชลประทานไทย"ต่อยอดการใช้ยางธรรมชาติในงานบริหารจัดการน้ำ

ดร.เพิก เลิศวังพง รักษาการแทนผู้ว่าการ กยท. เปิดเผยว่า กยท. ได้ดำเนินความร่วมมือกับกรมชลประทาน ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการโครงการเครือข่ายงานวิจัย ทดสอบ และวิเคราะห์คุณภาพ สอดรับกับนโยบายหลักสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการส่งเสริมการใช้ยางพาราในภาครัฐอย่างยั่งยืน พร้อมผลักดันการนำยางธรรมชาติไปใช้ประโยชน์ในระดับประเทศ เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างเสถียรภาพให้กับอุตสาหกรรมยางพาราไทยผ่านการนำร่องใช้ยางพารามาเป็นวัตถุดิบหลักในการแปรรูปเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับบริหารจัดการน้ำ ได้แก่ ทุ่นยางพารา ซึ่งกรมชลประทานเตรียมนำไปใช้ดักผักตบชวา โดยทุ่นจำนวน 1 ทุ่น ใช้ยางธรรมชาติประมาณ 16 กิโลกรัม และหากผลิตตามเป้าหมายจำนวน 43,000 ทุ่น จะสามารถนำผลผลิตยางธรรมชาติไปใช้ได้รวมประมาณ 690,000 กิโลกรัม(690 ตัน) นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งผลงานนวัตกรรมเพื่อการชลประทาน คือ ท่อยางพารา เพื่อใช้สำหรับการส่งและระบายน้ำ โดยตั้งเป้าผลิตท่อยางพาราขนาด 1,500 เมตร ซึ่งจะใช้ยางธรรมชาติในการผลิตประมาณ 200,000 กิโลกรัม (200 ตัน) โดยนวัตกรรมจากยางพาราทั้ง 2 ชิ้น นับเป็นนวัตกรรมที่ช่วยต่อยอดยางพาราสู่การใช้งานในภาคชลประทาน ตลอดจนเป็นการสร้างความต้องการใช้ยางธรรมชาติในประเทศอย่างต่อเนื่อง

ดร.เพิก กล่าวเพิ่มเติมว่า กยท. เชื่อมั่นว่าการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคการผลิต การวิจัยและพัฒนา ภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนการตลาด เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการนำผลผลิตจากยางธรรมชาติไปแปรรูปและพัฒนาเป็นนวัตกรรมจนสามารถต่อยอดสู่ผลลัพธ์เชิงพาณิชย์ในอนาคต ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการนำเข้าจากต่างประเทศ เพิ่มมูลค่าให้ยางพาราไทย และสร้างโอกาสให้ชาวสวนยางมีรายได้ที่มั่นคง พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิต และสามารถประกอบอาชีพการทำสวนยางได้อย่างยั่งยืน

"ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มการใช้ยางธรรมชาติในประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกก้าวสำคัญ
ในการยกระดับศักยภาพของไทยทั้งด้านเศรษฐกิจ การเกษตร และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในประเทศไทย
เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว" ดร.เพิก กล่าว


ข่าววิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข+กระทรวงเกษตรและสหกรณ์วันนี้

กยท. หนุนแปรรูปน้ำนมดิบล้นตลาด สู่ "น้ำหมักฯ กรดอะมิโนนม" ลดพึ่งพาปุ๋ยเคมี ใช้อินทรีย์เพิ่มรายได้เกษตรกร

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) โดย นายญาณกิตติ์ ฮารุดีน รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อเพิ่มผลผลิตและพัฒนาธุรกิจแก่สถาบันเกษตรกร ภายใต้โครงการผลิต "น้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนมเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำนมดิบ" ระหว่างชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด และสหกรณ์การเกษตรเมืองไทรโยค จำกัด ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ โดย กยท. ร่วมสนับสนุนแนวทางการนำน้ำนมโคดิบส่วนเกิน

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษต... กระทรวงเกษตรฯ - IRCo ขับเคลื่อนความร่วมมือ ยกระดับยางพาราสู่มาตรฐานสากล — นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หารือร่วมกับ นางสาวปภัชญา ยุ...