ชู "ตราด" เป็นตัวอย่างการพัฒนาอาชีพที่สร้างเศรษฐกิจฐานรากยั่งยืน
กรมประมง..เผยผลสำเร็จการดำเนินงานโครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มการผลิตด้านประมงระยะเวลา 7 ปี สามารถยกระดับองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นที่ขึ้นทะเบียนกับกรมประมงทั่วประเทศได้ถึง 3,497 องค์กร สมาชิกกว่า 121,713 ราย ส่งผลให้รายได้รวมในปี 2568 พุ่งขึ้น 464.57 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 11.21 สูงกว่าค่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ สะท้อนผลลัพธ์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการบริหารจัดการทรัพยากรประมงยั่งยืน ชู จ. ตราด เป็นตัวอย่างการพัฒนาอาชีพประมงที่เข้มแข็ง พร้อมขยายผลสู่พื้นที่อื่นอย่างต่อเนื่อง
นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงได้ขับเคลื่อนโครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มการผลิตด้านประมง กิจกรรมสร้างความเข้มแข็งองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น ตามนโยบายของ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งสร้างรายได้ สร้างตลาด และสร้างโอกาส โดยส่งเสริมการพัฒนาอาชีพให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวประมงควบคู่กับการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดความมั่งคั่งและยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในห้วงระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2562 - 2568) สามารถผลักดันให้มีการขึ้นทะเบียนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นกับกรมประมงได้ถึง 3,497 องค์กร สมาชิกรวมกว่า 121,713 ราย ครอบคลุม 5 ด้าน ประกอบด้วย การประมงทะเลชายฝั่ง 942 องค์กร การประมงทะเลนอกชายฝั่ง 60 องค์กร การประมงน้ำจืด 842 องค์กร การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 1,015 องค์กร และการแปรรูปสัตว์น้ำ 638 องค์กร
จากการติดตามประเมินผลการดำเนินงาน พบว่าองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการฯ สามารถเพิ่มศักยภาพการผลิตผ่านกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำและฟื้นฟูทรัพยากร การพัฒนาอาชีพประมงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและเพิ่มทักษะการทำประมง ตลอดจนเพิ่มมูลค่าสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์ชุมชน ส่งผลให้มีรายได้รวมเพิ่มขึ้นจากปี 2567 จำนวน 417.75 ล้านบาท เป็น 464.57 ล้านบาทในปี 2568 มากขึ้นถึง 46.82 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 11.21 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายเชิงคุณภาพที่ตั้งไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการเสริมสร้างศักยภาพชุมชนประมงทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการบริหารจัดการทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน
อธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า "จังหวัดตราด" เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เห็นผลสำเร็จของโครงการอย่างเป็นรูปธรรม โดยปัจจุบันมีองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นที่ขึ้นทะเบียนกับกรมประมงแล้ว 81 องค์กร มีสมาชิก 3,369 ราย และมีองค์กรชุมชนฯ ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมประมง องค์กรละ 100,000 บาท เพื่อพัฒนาอาชีพและบริหารจัดการทรัพยากรประมงในพื้นที่จำนวน 53 องค์กร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการรวมพลังของคนในชุมชนในการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีระบบ และการต่อยอดกิจกรรมทางการประมงให้เกิดรายได้หลากหลายรูปแบบตามบริบทของพื้นที่
และความต้องการของชุมชน ดังนี้ 1. การเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำ โดยฟื้นฟูระบบนิเวศและแหล่งอาศัยสัตว์น้ำ ผ่านการสร้างซั้ง การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ การจัดตั้งธนาคารสัตว์น้ำ โรงเพาะฟัก และการสร้างแหล่งอาหารธรรมชาติ เพื่อเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน 2. พัฒนาอาชีพประมง ด้วยการสนับสนุนการปรับเปลี่ยนเครื่องมือประมงที่เหมาะสมตามกฎหมายเพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการทำประมง พร้อมต่อยอดสู่กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่สร้างรายได้ให้ชุมชน 3.ถ่ายทอดเทคโนโลยีและเพิ่มทักษะการทำประมง โดยส่งเสริมองค์ความรู้ในการทำประมงอย่างยั่งยืน การดูแลซ่อมแซมเรือและเครื่องมือประมง ตลอดจนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากพื้นที่ต้นแบบ เพื่อยกระดับศักยภาพชุมชน และ 4. เพิ่มมูลค่าสัตว์น้ำ โดยสนับสนุนการแปรรูปให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ทำให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้เป็นอย่างดี มีรายได้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน กรมประมงยังได้ส่งเสริมการเชื่อมโยงการตลาดผ่านช่องทางแบบออฟไลน์และออนไลน์ ส่งผลให้ผลผลิตจากชุมชนประมงสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรง ช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับชาวประมง ควบคู่กับการฟื้นฟูและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จังหวัดตราด ยังได้รับการสนับสนุนงบประมาณภายใต้โครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มการผลิตด้านประมง จากกรมประมง เพิ่มอีก จำนวน 5 องค์กร ได้แก่ 1.กลุ่มประมงพื้นบ้านสลักเพชร กิจกรรมปรับเปลี่ยนเครื่องมือประมง 2. กลุ่มประมงเรือเล็กท่องเที่ยวบ้านบางเบ้า กิจกรรมปรับเปลี่ยนเครื่องมือประมงกลุ่มประมงพื้นบ้านเชิงอนุรักษ์บ้านท้ายเขา กิจกรรมปรับเปลี่ยนเครื่องมือประมง 4. กลุ่มผู้เลี้ยงหอยท่าโสม กิจกรรมซื้อปัจจัยการผลิต (แป้นหอย) จัดทำร้านวางจำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์หอยนางรม และ 5. กลุ่มอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำชายฝั่ง ตำบลแหลมงอบ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด กิจกรรมแปรรูปผลผลิตจากการประมง และจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์น้ำ
จากผลการดำเนินงานดังกล่าว ทำให้จังหวัดตราด เป็นพื้นที่ตัวอย่างขององค์กรที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาชุมชนประมงได้อย่างเข้มแข็ง มีการบูรณาการความร่วมมือของภาครัฐและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ชุมชนสามารถพัฒนาอาชีพสร้างรายได้ผ่านการเชื่อมโยงตลาด ควบคู่กับการบริหารจัดการและอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างสมดุล ส่งผลให้เศรษฐกิจฐานรากของพื้นที่มีความเข้มแข็งและยั่งยืน พร้อมขยายผลเป็นแนวทางให้กับจังหวัดอื่น ๆ ต่อไป
อธิบดีกรมประมง กล่าวในตอนท้ายว่า ความสำเร็จของโครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มการผลิตด้านประมง ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา เป็นผลจากการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน ตามแนวคิด "Fisheries Connect for Sustainability" ที่กรมประมงมุ่งเชื่อมโยงคน ชุมชน ทรัพยากร เทคโนโลยี และตลาด เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนประมงตั้งแต่ฐานราก สู่การพัฒนาอาชีพและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ กรมประมงจะยังคงเดินหน้าขยายผลการดำเนินงานไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้ชุมชนประมงสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง มีรายได้ที่ยั่งยืน ควบคู่กับการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างสมดุล อันจะนำไปสู่ความมั่นคงทางอาหารและความยั่งยืนของภาคการประมงไทยในระยะยาว
SACIT ยกระดับศิลปหัตถกรรมไทย ที่ผ่านการรับรองภายใต้ SACIT Craft Collection 2025 คัดสรร 120 ผลงาน พัฒนาคุณภาพในทุกด้านสู่ระดับสากล
รวมพลังเพื่อสังคม! พาราไดซ์ พาร์ค ผนึก SET จัดงาน ผ้าเปลี่ยนโลก Craft for Change 2025 รวมเสน่ห์ผ้าทอจากใจชุมชนทั่วไทยกว่า 30 แบรนด์
เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ชวนช้อปฟินอิ่มเพลินในงาน ตลาดส่งสุข SMEs ของดีทั่วไทย 16-18 มิ.ย.นี้
DEEPAL เปิดตัวโครงการ DEEPAL Mobile Clinic ย้ำความมุ่งมั่นที่ไม่เปลี่ยนแปลงในการยืนเคียงข้างคนไทยในทุกวิกฤต เริ่มจากภาคเหนือและขยายการช่วยเหลือไปยังชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศไทย
แม็คโครเคียงข้างเกษตรกรไทย รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรท้องถิ่นต่อเนื่อง หนุนสร้างงานสร้างอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจโต
เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เปิดโซนใหม่ AMAZING MARKET ชั้น 4 โซน A ขนทัพร้านของฝากของที่ระลึกทั่วไทยสู่ใจกลางเมือง ช้อปครบจบที่เดียว
เคล็ดลับไอเดียสู่ความสำเร็จของธุรกิจชุมชน "เกื้อกูลLEs" ทั่วไทย ในมือสตรี ทายาทธุรกิจรุ่นใหม่ และชาวประมงพื้นบ้าน ในงาน " เกื้อกูลLocal Enterprises Exposition 2023" มหกรรมงานพัฒนาธุรกิจชุมชนสู่ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
ม.มหิดล ร่วมสนับสนุนสร้างระบบสุขภาพปฐมภูมิแบบใหม่ ตามแนวทางของพ.ร.บ.ระบบสุขภาพปฐมภูมิพ.ศ.2562 เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเข้มแข็ง เพื่อปวงชนชาวไทย