กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เร่งปิดช่องโหว่ของระบบส่งต่อบริการ และเพิ่มโอกาสให้ผู้หญิงและผู้ตั้งครรภ์ไม่พร้อมสามารถเข้าถึงบริการตามสิทธิการรักษาได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย ตอบสนองข้อเสนอของมูลนิธิทำทาง และเครือข่ายแรงงานและองค์กรภาคประชาสังคม อาทิ กลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง เครือข่ายท้องไม่พร้อม สมาคมเพศวิถีศึกษา แผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ สายด่วนเอดส์และท้องไม่พร้อม (สายด่วน 1663) และสมาคมพัฒนาเครือข่ายอาสา RSA ที่ได้เข้ายื่นข้อเสนอแก้ไขปัญหาการเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยของผู้ประกันตน โดยมี แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย พร้อมด้วย แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย ดร.นายแพทย์ บุญฤทธิ์ สุขรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ แพทย์หญิงทิพา ไกรลา ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสุขภาพร่วมวางแนงทางแก้ไข
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพของผู้หญิง และพร้อมนำข้อเสนอจากเครือข่ายภาคประชาสังคมไปพิจารณาอย่างเป็นระบบ โดยจะร่วมกันกำหนดแนวทางดำเนินงาน เป้าหมาย และกรอบเวลาที่ชัดเจน เพื่อพัฒนาระบบบริการให้ผู้ที่มีความจำเป็นสามารถเข้าถึงบริการได้ อย่างเหมาะสมและปลอดภัย ประเด็นสำคัญคือการปรับปรุง ระบบการส่งต่อบริการทางการแพทย์ เช่น การถูกปฏิเสธการให้บริการ การไม่ออกใบส่งตัวจากโรงพยาบาลตามสิทธิ รวมถึงการถูกเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มเติม ส่งผลให้ผู้รับบริการบางรายต้องเดินทางข้ามจังหวัด หรือไม่สามารถเข้าถึงบริการได้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่ายและการลางาน นอกจากนี้ ยังพบว่าหน่วยบริการในระบบประกันสังคมจำนวนมากยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเพื่อใช้ยายุติการตั้งครรภ์ หรือขึ้นทะเบียนแล้วแต่ยังไม่ได้ให้บริการ ส่งผลให้เกิดช่องว่างในการเข้าถึงบริการของผู้ประกันตนและแรงงานข้ามชาติ
แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพของผู้หญิงและผู้ตั้งครรภ์ไม่พร้อม เพื่อลดการตีตราทางสังคม จึงได้เร่งประสานความร่วมมือกับสำนักงานประกันสังคม เพื่อพัฒนาระบบการส่งต่อบริการยุติการตั้งครรภ์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงจัดอบรมบุคลากรที่เกี่ยวข้องให้มีความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมา สิทธิประโยชน์ และมาตรฐานการให้บริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยแบบองค์รวมของกรมอนามัย และเร่งผลักดันให้สถานพยาบาลในระบบประกันสังคมที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนจำนวนมาก เข้าสู่ระบบการให้บริการอย่างถูกต้อง เพื่อเพิ่มจำนวนหน่วยบริการที่สามารถให้บริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยได้มากขึ้น
"นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาระบบให้คำปรึกษาและการส่งต่อ โดยเชื่อมการทำงานของสายด่วนประกันสังคม 1506 กับสายด่วนปรึกษาการตั้งครรภ์ไม่พร้อม 1663 เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถเข้าถึงข้อมูล การช่วยเหลือ และการส่งต่อบริการได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคประชาสังคมในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพที่เคารพสิทธิและศักดิ์ศรีของผู้หญิง โดยมีเป้าหมายเพื่อลดอุปสรรคในการเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย และทำให้ผู้มีสิทธิสามารถใช้บริการได้อย่างเท่าเทียมภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพของประเทศ" รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว
กรมอนามัย WHO มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย เดินหน้าส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ยกระดับคุณภาพเด็กไทย รับมือวิกฤติเด็กเกิดน้อย
สธ. เปิดชื่อ 14 แบรนด์ดัง ร่วมแคมเปญ 'หวานปกติ = หวาน50%' เผยคนไทยสั่งหวานน้อยเพิ่มขึ้น
อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประกาศความพร้อมจัดงาน CPHI South East Asia 2026
กทม. ติดตามสถานการณ์-เตรียมความพร้อมเฝ้าระวังการแพร่ระบาดโควิด 19 อย่างใกล้ชิด
กรมอนามัย ดึงโลตัส-เซเว่น ร่วมแคมเปญให้คนไทยเข้าถึงนมจืดง่ายขึ้น ชวนดื่มนม ตั้งแต่เด็ก เสริมสูง ลดความเสี่ยงมวลกล้ามเนื้อน้อย ป้องกันกระดูกพรุนเมื่อสูงวัย
กรมอนามัยรณรงค์ "พระแอคทีฟ" ชวนพระสงฆ์เดินจงกรม กวาดวัด ยืดเหยียด พร้อมแนะประชาชนทำบุญยุคใหม่ "ถวายอาหารสุขภาพ" ลดโรค NCDs
ส่องเทรนด์ Longevity-Healthy Ageing ชวนสูงวัยแอคทีฟ! อายุยืน อย่างมีคุณภาพ แนะขยับตามสูตร 2:1:1 ลดหกล้ม ลด NCDs
กรมอนามัย ชู "มาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก" ส่งรถพระราชทานเพื่อแม่และเด็กไทย ดูแลถึงชุมชนและพื้นที่ห่างไกล ลดเหลื่อมล้ำสุขภาพ
"ดื่มนม-ขยับกาย-นอนเร็ว" กรมอนามัย แนะ สูตรลับเด็กไทยสูงดี สมส่วน