เอกา โกลบอล" เผยแผนบริหารความเสี่ยงรับมือวิกฤตปิโตรเคมีโลก สต็อกวัตถุดิบยาวถึง พ.ค. 69 ตรึงราคาสวนตลาดตึงตัว

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงจนส่งผลกระทบลูกโซ่ต่ออุตสาหกรรมปิโตรเคมีทั่วโลก ล่าสุด เอกา โกลบอล (EKA GLOBAL) ยืนยันความพร้อม พร้อมเผยกลยุทธ์บริหารจัดการสต็อกวัตถุดิบเชิงรุก รองรับการผลิตบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหารได้จนถึงเดือนพฤษภาคม 2569 แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมในประเทศเริ่มเผชิญภาวะขาดแคลนเม็ดพลาสติก

เอกา โกลบอล" เผยแผนบริหารความเสี่ยงรับมือวิกฤตปิโตรเคมีโลก สต็อกวัตถุดิบยาวถึง พ.ค. 69 ตรึงราคาสวนตลาดตึงตัว

นายชัยวัฒน์ นันทิรุจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกา โกลบอล จำกัด (EKA GLOBAL) ผู้นำตลาดนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร (Longevity Packaging) แบรนด์คนไทยเบอร์ใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก เปิดเผยถึงสถานการณ์ล่าสุดว่า สัญญาณการขาดแคลนเม็ดพลาสติกในตลาดเริ่มชัดเจนขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเส้นทางขนส่งวัตถุดิบหลักจากตะวันออกกลางได้รับผลกระทบจากภาวะสงคราม ส่งผลให้ผู้ผลิตเม็ดพลาสติกในประเทศบางรายต้องต้องประกาศหยุดเดินเครื่องชั่วคราว และประกาศสภาวะเหตุสุดวิสัย (Force Majeure) เพื่อระงับการรับคำสั่งซื้อใหม่ เนื่องจากไม่สามารถนำเข้าวัตถุดิบต้นน้ำอย่าง นาฟทา (Naphtha) และโพรเพน (Propane) มาผลิตได้ตามปกติ ขณะที่ผู้ผลิตและจัดหาสินค้าในต่างประเทศเริ่มชะลอการรับคำสั่งซื้อเช่นกัน

สถานการณ์นี้ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่า มีผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการ SME ในกลุ่มพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ กว่า 98.8% กำลังเผชิญภาวะต้นทุนพุ่งสูง โดยราคาเม็ดพลาสติก PP และฟิล์มบรรจุภัณฑ์ในตลาดเริ่มขาดแคลนและปรับราคาสูงขึ้น เช่น ถุงร้อนและถุง HD ที่ปรับเพิ่มขึ้นกิโลกรัมละ 4 บาท และบรรจุภัณฑ์อาหารอื่น ๆ ที่ขยับตัวตามต้นทุนพลังงาน

คาดการณ์ตัวเลขต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการหยุดโรงงานปิโตรเคมีบางส่วนในประเทศกว่า 150 ล้านบาทต่อเดือน ขณะที่อัตราการเพิ่มขึ้นของค่าระวางเรือและค่าประกันสินค้าจากการปิดเส้นทางขนส่งหลักเพิ่มขึ้นกว่า 50 - 140%

อย่างไรก็ดี แม้สัญญาณการขาดแคลนเม็ดพลาสติกในตลาดจะชัดเจนขึ้นจนซัพพลายเออร์บางรายเริ่มปฏิเสธออเดอร์ใหม่ สำหรับ เอกา โกลบอล ยังคงได้เปรียบกว่าผู้ผลิตรายอื่น ๆ ในตลาด เนื่องจากบริษัทได้เตรียมแผนการบริหารความเสี่ยงด้านซัพพลายอย่างเป็นระบบไว้แล้วล่วงหน้า ทำให้ได้รับผลกระทบน้อยกว่าผู้ผลิตรายอื่นในตลาด โดยคาดการณ์ว่าจากการสำรองวัตถุดิบบริษัทยังคงมีเม็ดพลาสติกและแผ่นชีทที่เพียงพอสำหรับการผลิตบรรจุภัณฑ์ช่วยยืดอายุอาหาร รองรับความต้องการของลูกค้าทั่วโลกไปจนถึงเดือนพฤษภาคม 2569 โดยยังคงตรึงราคา ขอให้ลูกค้าเชื่อมั่นได้แม้อยู่สถานการณ์วิกฤต

"ปัจจุบันเกือบทุกประเทศได้รับผลกระทบเนื่องจากตะวันออกกลางเป็นแหล่งผลิตปิโตรเคมีใหญ่ที่สุดของโลก โดยมองว่าต้นทุนเม็ดพลาสติกน่าปรับตัวขึ้นอย่างน้อย 30% และส่งผลต่อราคาบรรจุภัณฑ์ปลายทางปรับตัวขึ้นราว ๆ 10 - 20% อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ เอกา โกลบอล เราได้ประเมินสถานการณ์และสำรองวัตถุดิบการผลิตคงคลัง (Stock) ไว้แล้ว การที่เราบริหารสต็อกและความเสี่ยงไว้ในทั้ง 2 โรงงานทั้งที่ไทยและอินเดีย ทำให้เรายังมีสินค้าเพียงพอสำหรับรองรับความต้องการของลูกค้าไปจนถึงเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งถือว่าสถานการณ์ของบริษัทยังมีความมั่นคงสูงและสามารถรับมือกับความผันผวนได้ในระยะนี้" นายชัยวัฒน์ กล่าว

ทั้งนี้ เอกา โกลบอล ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเร่งประสานงานกับเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลก เพื่อบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารว่าจะได้รับบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพและต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ท้าทายที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี

นายชัยวัฒน์ กล่าวปิดท้ายว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2569 ของเอกา โกลบอล ยังคงมั่นใจว่าจะเติบโตได้ตามเป้าหมาย 10 - 15% จากยอดขาย 1,000 ล้านบาทในปี 2568 โดยเป็นการเติบโตจากตลาดอินเดียที่มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี 30 - 40% รวมถึงตลาดในไทย ที่ยังคงมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

"ตลาดอินเดีย จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามค่อนข้างน้อย และตลาดยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนตลาดในประเทศ ก็มีทิศทางเดียวกัน โดยปีนี้ บริษัท เตรียมขยายการลงทุนเพิ่มกว่า 100 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังการผลิตและสร้างศูนย์ R&D ตอกย้ำ "เอกา โกลบอล" เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ พร้อมกันนี้ บริษัทฯ เตรียมจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารสัตย์เลี้ยงพรีเมียม ซึ่งได้ร่วมกับลูกค้าคิดค้นได้สำเร็จ โดยคาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการได้ภายในไตรมาสที่ 2/2569 นี้" นายชัยวัฒน์ กล่าว


ข่าวอุตสาหกรรมปิโตรเคมี+ชัยวัฒน์ นันทิรุจวันนี้

กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี สอท. พร้อมดึงเทคโนโลยีเม็ดพลาสติกรีไซเคิล สนับสนุนอุตสาหกรรมไทยสู่ S-Curve หนุนทุกภาคส่วนนำพลาสติกใช้แล้วกลับมาเป็นวัตถุดิบครบวงจร

"กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี" สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) ร่วมประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนปฏิบัติการพัฒนาระบบส่งคืนขยะพลาสติกสู่การรีไซเคิลที่ได้มาตรฐานและครบวงจร มุ่งสู่การเป็นวัตถุดิบยุคใหม่ สนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-curve ด้วยกลไกเศรษฐกิจหมุนเวียน ตามโรดแมปการจัดการขยะพลาสติกประเทศไทย ปี 2561-2573 พร้อมดึงทุกภาคส่วน รัฐ เอกชน ชุมชน ประชาชน พัฒนาวงจรใช้พลาสติกอย่างเข้าใจ ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการเก็บกลับวัสดุใช้แล้ว แก้ปัญหามลพิษพลาสติก เพื่อเปลี่ยนประเทศไทยให้ยั่งยืน นายอภิชัย

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระ... รมว.พิพัฒน์ เร่งพัฒนาทักษะนักเชื่อมใต้น้ำ อาชีพสุดทึ่ง!!! ค่าจ้าง ชม.ละ 4,500 บ. — นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่จังหวัดสงข...

บริษัท เด็กซ์ซอน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ... DEXON นำทัพโชว์เทคโนโลยีนวัตกรรมในงานสัมมนาเชิงวิชาการ — บริษัท เด็กซ์ซอน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ DEXON นำทัพเข้าร่วมจัดแสดงโชว์เทคโนโลยีนวัตกรรมในงา...

SE ปิดดีลขาย Firepump Big Lot 50 ล้านบาท ... SE ปิดดีลขาย Firepump Big Lot 50 ล้านบาท รักษาระดับ New High Backlog — SE ปิดดีลขาย Firepump Big Lot 50 ล้านบาท รักษาระดับ New high Backlog 250-280 ล้านบา...

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแร... รมว.สุชาติ มอบกรมพัฒน์ ฝึกทักษะยานยนต์และชิ้นส่วนป้อน EEC กว่า 3,000 คน — นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากข้อมูลสำนักงานคณะกรร...