ปตท. พร้อมบริหารจัดการพลังงานให้เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ รับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งและการสู้รบในตะวันออกกลางระหว่างอิหร่าน สหรัฐอเมริกา และอิสราเอลที่ยืดเยื้อ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบการจัดหาพลังงานในตลาดโลก ปตท. และบริษัทในกลุ่มได้ติดตาม วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมปรับแผนการบริหารจัดการพลังงานของประเทศอย่างเป็นระบบ และสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐ เพื่อให้ประเทศไทยมีพลังงานเพียงพอต่อความต้องการใช้ของประชาชนและภาคเศรษฐกิจ

ปตท. พร้อมบริหารจัดการพลังงานให้เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ รับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง

ในด้าน การจัดหาน้ำมันดิบ ปตท. มีหน่วยงานธุรกิจการค้าระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่ทั่วโลกมีประสบการณ์และอยู่ในตลาดค้าขายน้ำมันดิบ บริหารจัดการโดยการเปลี่ยนท่าเรือรับผลิตภัณฑ์นอกช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมปรับแผนการจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่น ๆ ทั่วโลกมาเพิ่มเติม เช่น จากทางแอฟริกา อเมริกา พร้อมประสานงานกับพันธมิตรทางการค้า โดยยืนยันแผนการส่งมอบที่ชัดเจนต่อเนื่อง และยังคงจัดหาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้โรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. ซึ่งมีการกำลังการผลิต 60 กว่าเปอร์เซ็นต์ของประเทศ สามารถผลิตได้ตามแผน

สำหรับ การจัดหาก๊าซธรรมชาติ ขอความร่วมมือผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยและเมียนมาผลิตก๊าซธรรมชาติเต็มกำลัง และเลื่อนกำหนดการซ่อมบำรุงประจำปีออกไปก่อน พร้อมจัดหา Spot LNG เพิ่มเติม ตามที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้มอบหมาย เพื่อทดแทนปริมาณก๊าซ LNG ที่ขาดหายไป

ในส่วนสถานีบริการน้ำมัน คลังน้ำมัน เปิดทำการตลอด 7 วัน ระดมรถขนส่งน้ำมัน มายังสถานีบริการอย่างต่อเนื่องโดยแต่ละรอบใช้เวลา 12-24 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับระยะทาง ซึ่งจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นมากกว่าปกติในช่วงนี้ ปริมาณจำหน่ายในสถานีบริการ PTT Station เพิ่มขึ้น 2-3 เท่า ทำให้รอบขนส่งต้องเพิ่มขึ้น ส่งผลให้บางสถานีบริการไม่มีน้ำมันจำหน่ายในบางช่วงเวลา ทั้งนี้ ทาง บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ประสานทุกหน่วยเพื่อบริหารจัดการรองรับความต้องการอย่างเต็มที่

ในท้ายนี้ ขอความร่วมมือประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัด หลีกเลี่ยงการกักตุน และสถานีบริการ PTT Station พร้อมดูแลประชาชนอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง


ข่าวบริหารจัดการพลังงาน+การบริหารจัดการวันนี้

สจล. ผนึก วช. เปิด "HUB OF TALENT" พัฒนากำลังคน AI - Data Center - Smart Energy ขับเคลื่อนไทยสู่ AI Hub แห่งอาเซียน

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ เปิดตัวโครงการ "HUB OF TALENT: AI, DATA CENTER AND SMART ENERGY MANAGEMENT" พร้อมจัด "เวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเครือข่าย ครั้งที่ 1" (เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569) ณ สจล. เพื่อวางรากฐานการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และการบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy Management) รองรับการเติบโตของ

อัลไล (ALLY) เดินหน้าขยายการใช้พลังงานสะอ... ALLY ขยาย Solar Rooftop ครอบคลุม 12 โครงการ ลดต้นทุนพลังงาน-ลดคาร์บอน หนุนธุรกิจยั่งยืน — อัลไล (ALLY) เดินหน้าขยายการใช้พลังงานสะอาดภายในโครงการอสังหาริม...

ไทยพีบีเอสเดินหน้ามาตรการประหยัดพลังงานอย... ไทยพีบีเอส เปิดโหมด WFH 2 วัน/สัปดาห์ ลดใช้ไฟฟ้า 15% ประหยัดพลังงานเห็นผลจริง — ไทยพีบีเอสเดินหน้ามาตรการประหยัดพลังงานอย่างต่อเนื่อง ปรับรูปแบบการทำงานเป...

เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ตอกย้ำบทบาทผู้น... พญาไท-เปาโล คว้า 2 รางวัลใหญ่ด้านการอนุรักษ์พลังงาน "Thailand Energy Awards 2025" มุ่งสู่ Net Zero 2050 — เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ตอกย้ำบทบาทผู้นำองค์กร...