ไทยพีบีเอสเดินหน้ามาตรการประหยัดพลังงานอย่างต่อเนื่อง ปรับรูปแบบการทำงานเป็น Work from Home 2 วัน/สัปดาห์ จัด Co-working Space ลดการใช้พลังงานภายในสำนักงาน ผลยืนยันชัดช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้ 15% เมื่อเปรียบเทียบกับทำงานปกติ
องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส ได้ประกาศ มาตรการประหยัดพลังงานของ ส.ส.ท. มุ่งเน้นใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงานในองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยให้พนักงานและผู้ปฏิบัติงานของ ส.ส.ท. ดำเนินการตามมาตรการประหยัดพลังงานของ ส.ส.ท. เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์วิกฤตพลังงานนั้น
นายพิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. กล่าวว่า กล่าวว่า ไทยพีบีเอสดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งการปรับรูปแบบการทำงานแบบ Work from Home (WFH) การจัดพื้นที่ทำงานส่วนกลางแบบ Co-working Space และการยกระดับโครงการด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตในองค์กรอย่างเป็นระบบ มาตรการล่าสุดได้กำหนดให้วันพุธและวันศุกร์เป็นวันปฏิบัติงานแบบ Work from Home โดยมุ่งลดจำนวนบุคลากรภายในอาคาร ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลดการใช้พลังงาน โดยเฉพาะระบบปรับอากาศและไฟฟ้าในสำนักงาน
จากการประเมินการใช้พลังงาน พบว่า ในวันทำงานปกติ องค์กรมีการใช้ไฟฟ้าเฉลี่ยประมาณ 20,000 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ขณะที่ช่วง Work from Home มีการใช้ไฟฟ้าลดลงเหลือประมาณ 17,000 kWh หรือคิดเป็นลดลง 15% สะท้อนให้เห็นว่าการปรับรูปแบบการทำงานสามารถช่วยลดภาระพลังงานได้อย่างชัดเจน
สำหรับแนวทางการปฏิบัติงานแบบ Work from Home องค์กรได้กำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานต้องพร้อมปฏิบัติงานในช่วงเวลา 09.00 - 18.00 น. และบันทึกเวลาเข้า - ออกผ่านแอปพลิเคชัน ZeeMePlus โดย Check-in ระหว่างเวลา 09.00-09.15 น. และ Check-out ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป พร้อมเน้นการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ และการกำกับติดตามงานโดยผู้บังคับบัญชา เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ หากมีภารกิจจำเป็นเร่งด่วน ผู้บังคับบัญชายังสามารถเรียกให้ผู้ปฏิบัติงานเข้ามาปฏิบัติงานภายในสำนักงานได้ตามความเหมาะสม เพื่อให้การดำเนินงานขององค์กรไม่สะดุด
นายพิเศษ กล่าวด้วยว่า การเพิ่มวัน Work from Home เป็นอีกแนวทางสำคัญที่ช่วยให้ไทยพีบีเอส สามารถลดการใช้พลังงานภายในองค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการรักษาประสิทธิภาพการทำงาน และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนในระยะยาว นอกจากการเพิ่มวัน Work from Home แล้ว ยังปรับรูปแบบการใช้พื้นที่สำนักงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการจัดพื้นที่ส่วนกลางแบบ Co-working Space สำหรับรองรับผู้ที่มีความจำเป็นต้องเข้ามาปฏิบัติงานภายในสำนักงาน แทนการเปิดใช้ออฟฟิศเต็มรูปแบบทั้งห้องในทุกหน่วยงาน
นอกจากนี้ ไทยพีบีเอสยังดำเนินมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานควบคู่กัน ทั้งการเปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED และการปรับปรุงระบบทำความเย็น (Chiller) ซึ่งช่วยลดค่าไฟฟ้าจากระบบ LED ได้ประมาณ 60,000 บาทต่อเดือน และลดค่าไฟฟ้าจากระบบ Chiller ได้ประมาณ 226,000 บาทต่อเดือน รวมถึงช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ราว 38,000 กิโลวัตต์ต่อเดือน
นายพิเศษกล่าวเพิ่มเติมว่า ไทยพีบีเอสจะเดินหน้ามาตรการประหยัดพลังงาน ด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานเพิ่มเติม ทั้งโครงการขยายกำลังผลิตน้ำบำบัด 2,000 ลิตร โครงการส่งเสริมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดวางถังขยะและส่งเสริมการแยกขยะ ในพื้นที่ทำงาน โครงการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการปรับรูปแบบการทำงาน และการใช้พื้นที่สำนักงาน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานอย่างมีความสุข มีประสิทธิภาพ และรับผิดชอบต่อสังคมไปพร้อมกัน
ปตท. พร้อมบริหารจัดการพลังงานให้เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ รับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง
พญาไท-เปาโล คว้า 2 รางวัลใหญ่ด้านการอนุรักษ์พลังงาน "Thailand Energy Awards 2025" มุ่งสู่ Net Zero 2050
อีซี่มันนี่ เดินหน้าพลังงานสะอาด ยกระดับมาตรฐานองค์กรสู่ความยั่งยืน ควบคู่เทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อสังคม
ปตท. เร่งส่งความช่วยเหลือ เปิดศูนย์อำนวยการสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้พร้อมดูแลความมั่นคงพลังงาน
GPSC จับมือ GCL ร่วมศึกษาพัฒนา Data Center และพลังงานสะอาด พร้อมเพิ่มมูลค่าจากโครงข่ายไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพสูงสุด สนับสนุน AI ภาคพลังงานและอุตสาหกรรม
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประกาศเปิดตัว "สถาปัตยกรรมอ้างอิง" ใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมระบบจัดการพลังงานและควบคุมการระบายความร้อนด้วยของเหลว รองรับ NVIDIA Mission Control และ NVIDIA GB300 NVL72
บีไอจี ผนึก กกพ. เปิดมิติใหม่การจัดการพลังงานภาครัฐ ด้วย Carbon Management Platform สู่เป้าหมาย Net Zero
JPARK จับมือ CHOW เดินหน้าติดตั้งโซลาร์เซลล์บนอาคารจอดรถ มุ่งสู่การบริหารจัดการพลังงานสะอาด