บูทิค คอร์ปอเรชั่น (BC) รายงานผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวม 630.5 ล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน จากการจำหน่ายเงินลงทุนผ่านการขายสินทรัพย์ผ่านโทเคนไนเซชัน (Tokenization) และได้รับผลกระทบชั่วคราวจากการปิดปรับปรุงโครงการในภูเก็ต อย่างไรก็ดี ไตรมาส 4/2568 ฟื้นตัวเด่นด้วยอัตราการเข้าพักและ ADR ที่เพิ่มขึ้น ดัน EBITDA พลิกเป็นบวกเกือบ 20 ล้านบาท รับอานิสงส์ High Season และการรีแบรนด์โรงแรมในภูเก็ต กางแผนปี 2569 รุกกลยุทธ์ Asset-Light Strategy ในฐานะ Third Party Operator (TPO) เพิ่มสัดส่วนรายได้ค่าบริหารที่มาร์จิ้นสูง ควบคู่เดินหน้าโมเดล Build-Operate-Sale (BOS) ตั้งเป้าจำหน่ายเงินลงทุน 2-3 โครงการ เสริมสภาพคล่องและแข็งแกร่งทางการเงิน อีกทั้งเพื่อยกระดับความสามารถทำกำไรในระยะยาว
นายปรับชะรันซิงห์ ทักราล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BC ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รูปแบบ "Build-Operate-Sale" (BOS) เปิดเผยผลการดำเนินงานประจำปี 2568 มีรายได้รวม อยู่ที่ 630.5 ล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากการจำหน่ายเงินลงทุนผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล (Tokenization) ในไตรมาส 1/2568 ประกอบกับการรีโนเวทและรีแบรนด์โรงแรมในพื้นที่ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ในช่วงไตรมาส 2-3/2568 ซึ่งเปิดดำเนินงานอย่างจำกัด ก่อนกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในชื่อ โรงแรมเมอร์เคียว ภูเก็ต ป่าตอง เจอร์นี่ย์ฮับ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 เป็นต้นมาส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ (ไม่รวมรายการพิเศษ) อยู่ที่ 21.2 ล้านบาทพลิกจากขาดทุน 14.1 ล้านบาท ในปี 2567
โดยภาพรวมธุรกิจโรงแรมและศูนย์การค้าเริ่มฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 4/2568 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการปรับตัวดีขึ้นของอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) และค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR) เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยเฉพาะภายหลังการรีแบรนด์เป็น โรงแรมเมอร์เคียว ภูเก็ต ป่าตอง เจอร์นี่ย์ฮับ ส่งผลให้ ADR เดือนธันวาคม 2568 ปรับเพิ่มขึ้นถึง 57.3% ในเดือนเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสะท้อนความสำเร็จในการยกระดับรายได้ แม้จะกลับมาเปิดให้บริการเพียง 1 เดือนครึ่งเท่านั้น
โดยในไตรมาส 4 ปี 2568 BC ให้บริการโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์รวม 10 โครงการ แบ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพฯ 6 โครงการ มีรายได้รวมระดับโครงการ 93.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้ลดลงเล็กน้อยที่ 2.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าจากอัตราการเข้าพักและค่าห้องพักเฉลี่ยที่อ่อนตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่โครงการในต่างจังหวัด จำนวน 4 โครงการ มีรายได้รวมระดับโครงการ 91.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว และการท่องเที่ยวในจังหวัดหลักที่แข็งแกร่งขึ้น
ในส่วนธุรกิจให้เช่าพื้นที่ศูนย์การค้า ภายหลังการจำหน่ายเงินลงทุนอาคารสำนักงานโครงการซัมเมอร์ พ้อยท์ (Summer Point) บริษัทฯ ยังคงให้บริการบริหารโครงการดังกล่าวภายใต้สัญญาที่เกี่ยวข้อง ช่วยรักษาแหล่งรายได้ประจำต่อเนื่อง ด้านโครงการโคฟ ฮิลล์ (Cove Hill) สามารถสร้างรายได้ค่าเช่าในไตรมาส 4/2568 จำนวน 8.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่อัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) ปรับตัวดีขึ้นเป็น 79.2% จาก 52.1% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงความสำเร็จในการเพิ่มอัตราการเช่าพื้นที่ตามเป้าหมายที่วางไว้
ด้านผลการดำเนินงานรวม EBITDA ในไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 19.9 ล้านบาท พลิกจากติดลบ 12.1 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2568 และเพิ่มขึ้นจาก 16.8 ล้านบาท ในไตรมาส 4/2567 จากการฟื้นตัวรายได้ของธุรกิจโรงแรม ควบคู่กับมาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ดีในปี 2569 บริษัทฯ วางกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเติบโตเชิงคุณภาพ โดยต่อยอดจากการลงนามสัญญาแฟรนไชส์โรงแรมภายใต้เครือ Accor ครอบคลุมแบรนด์ Moevenpick, Mercure และ Handwritten Collection และยกระดับการให้บริการสู่การเป็น Third Party Operator (TPO) อย่างเต็มรูปแบบในประเทศไทย โดยบริษัทฯ มุ่งเพิ่มสัดส่วนรายได้จากค่าบริหาร ซึ่งใช้เงินลงทุนต่ำและให้มาร์จิ้นสูง ควบคู่การเพิ่มประสิทธิภาพของสินทรัพย์เดิม และบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้ารายได้รวมเติบโตระดับสองหลัก พร้อมผลักดัน EBITDA ให้ขยายตัวตามการปรับดีขึ้นของอัตราการเข้าพักและ ADR สะท้อนทิศทางการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
"ปี 2569 จะเป็นปีแห่งการต่อยอดเชิงกลยุทธ์ จากการลงทุนและการยกระดับพอร์ตผ่านความร่วมมือกับแบรนด์โรงแรมระดับสากลที่เริ่มดำเนินการในปีที่ผ่านมา นับว่าเป็นปีแห่งการต่อยอดเชิงกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่จะผลักดันการเติบโตทั้งรายได้และความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว ขณะเดียวกัน ด้านโมเดลธุรกิจ BOS บริษัทฯ ตั้งเป้าที่จะจำหน่ายเงินลงทุนในโครงการ 2-3 โครงการตามมูลค่าและภายใต้สถานการณ์ที่เหมาะสม เพื่อบริหารพอร์ตและหมุนเวียนเงินทุนสู่การลงทุนใหม่ ควบคู่การเร่งขยายบทบาทในธุรกิจ Third Party Operator (TPO) เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำจากค่าบริหาร สร้างฐานรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว" นายปรับชะรันซิงห์ ทักราล กล่าว
BC เปิดตัวโรงแรม "เมอร์เคียว ภูเก็ต ป่าตอง เจอร์นี่ย์ฮับ" รับดีมานด์ท่องเที่ยวไฮซีซัน หนุนอัตราค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR) ปรับตัวสูงขึ้น ยอดจองล่วงหน้าขยายตัวต่อเนื่องถึงปี 2569
BC เปิดตัว "CHIT CHAAT" ร้านอาหารโมเดิร์นอินเดียโฉมใหม่ ตอกย้ำจิ๊กซอว์ธุรกิจ Hospitality ขยายฐานรายได้ประจำอย่างยั่งยืน
BC ลุยเปิด "KANA Pure ทองหล่อ 10" แฟลกชิปร้านใหม่ ยกระดับธุรกิจสุขภาพ-ไลฟ์สไตล์ ด้วยมาตรฐาน Fully Licensed
BC เผย 9 เดือน โกยรายได้ 505 ลบ. มั่นใจ Q4/68 ท่องเที่ยว-มาตรการรัฐหนุน เตรียมปักหมุดโรงแรมใหม่ จ.ภูเก็ต เสริมรายได้ปลายปี
BC แย้มกลุ่มโรงแรมเชียงใหม่คึกคัก รับอานิสงส์มาตรการเที่ยวไทย-เข้าสู่ไฮซีซั่นภาคเหนือ
บูทิค คอร์ปอเรชั่น (BC) รุกบริหารเตรียมเปิด "Chit Chaat Express" ร้านอาหารอินเดีย แห่งแรกที่สนามบินดอนเมือง รับกระแสนักท่องเที่ยวอินเดียบูม
BC ตอกย้ำศักยภาพ ขึ้นแท่น 1 ใน 3 TPO ของ Accor ในประเทศไทย เสริมพอร์ตบริหารโรงแรม หนุน Recurring Income สร้างการเติบโตระยะยาว
บูทิค คอร์ปอเรชั่น (BC) ครึ่งปีหลัง 68 รับสัญญาณบวกธุรกิจโรงแรม เปิดตัวธุรกิจใหม่ Boutique Hospitality Solutions ขยายฐานรายได้ประจำ