SUPEREIF จ่ายปันผลครั้งที่ 23 ในอัตรา 0.17330 บาทต่อหน่วย และจ่ายเงินลดทุนครั้งที่ 7 ในอัตรา 0.251 บาทต่อหน่วย วันที่ 17 มีนาคม 2569 นี้

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

นายพรชลิต พลอยกระจ่าง กรรมการผู้จัดการ Head of Real Estate & Infrastructure Investment บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ BBLAM เปิดเผยว่า กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี (SUPEREIF) จะจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 23 จากผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 4 หรือระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ในอัตราหน่วยลงทุนละ 0.17330 บาท และจะจ่ายเงินลดทุนครั้งที่ 7 จากผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1, 2 และ 4 ปี 2568 (หรือระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 31 มีนาคม 2568, 1 เมษายน - 30 มิถุนายน 2568 และ 1 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2568) ในอัตรา 0.251 บาทต่อหน่วย โดยกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุน เพื่อกำหนดสิทธิรับเงินปันผล และเงินลดทุน ในวันที่ 4 มีนาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลและเงินลดทุนให้ผู้ถือหน่วยลงทุนในวันที่ 17 มีนาคม 2569

SUPEREIF จ่ายปันผลครั้งที่ 23 ในอัตรา 0.17330 บาทต่อหน่วย และจ่ายเงินลดทุนครั้งที่ 7 ในอัตรา 0.251 บาทต่อหน่วย วันที่ 17 มีนาคม 2569 นี้

เมื่อนับรวมตั้งแต่จัดตั้งกองทุน จนถึงการประกาศจ่ายเงินครั้งล่าสุด SUPEREIF จ่ายเงินปันผลรวม 23 ครั้ง คิดเป็นเงิน 4.06000 บาทต่อหน่วย และจ่ายเงินลดทุนไป 7 ครั้ง คิดเป็นเงิน 1.121 บาทต่อหน่วย รวมเป็นเงินปันผลและเงินลดทุนที่จ่ายออกไปทั้งสิ้น 5.18100 บาทต่อหน่วย

โดยตั้งแต่ปีปฏิทิน 2566 เป็นต้นไป หากกองทุนมีเงินลดทุนสำหรับรอบผลการดำเนินงานระหว่างปีปฏิทิน กองทุนจะรวบรวมเงินลดทุนดังกล่าวไปจ่าย พร้อมกับเงินจ่ายที่จะพิจารณาจากรอบผลการดำเนินงานสุดท้ายของปีปฏิทินนั้นๆ โดยสำหรับรอบผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2568 กองทุนมีสภาพคล่องคงเหลือหลังจากการกันสำรองต่างๆ ประมาณ 125.5 ล้านบาท หรือ 0.244 บาทต่อหน่วย สำหรับรอบผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2568 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2568 กองทุนมีสภาพคล่องคงเหลือหลังจากการจ่ายเงินปันผลและการกันสำรองต่าง ๆ ประมาณ 0.4 ล้านบาท หรือ 0.001 บาทต่อหน่วย และสำหรับรอบผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 กองทุนจะมีสภาพคล่องคงเหลือหลังจากการจ่ายเงินปันผลและการกันสำรองต่างๆ ประมาณ 3.3 ล้านบาท หรือ 0.006 บาทต่อหน่วย
สรุปผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 4 ปี 2568 พบว่า กองทุนมีรายได้รวมเท่ากับ 182.4 ล้านบาท ลดลง 6.5% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 13.5% จากไตรมาสก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากเงินลงทุนในสัญญาโอนสิทธิรายได้สุทธิลดลง 6.8% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เป็น 181.4 ล้านบาท แต่เพิ่มขึ้น 13.3% จากไตรมาสก่อน ส่วนรายได้จากการลงทุนสุทธิเท่ากับ 151.7 ล้านบาท ลดลง 4.6% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สาเหตุจากรายได้รวมลดลงสูงกว่าค่าใช้จ่ายรวมที่ลดลง แต่เพิ่มขึ้น 18.3% จากไตรมาสก่อน ทั้งนี้ อัตรากำไรจากรายได้จากการลงทุนสุทธิในไตรมาส 4 ปี 2568 อยู่ที่ 83.2% เมื่อเทียบกับ 81.5% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และ 79.8% ในไตรมาสก่อน

สำหรับผลการดำเนินงานประจำปี 2568 พบว่า กองทุนมีรายได้รวมเท่ากับ 740.3 ล้านบาท ลดลง 6.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยสาเหตุหลักของการลดลงดังกล่าวเกิดจากรายได้จากเงินลงทุนในสัญญาโอนสิทธิรายได้สุทธิลดลง 5.5% จากปีก่อน เป็น 737.1 ล้านบาท ส่วนรายได้จากการลงทุนสุทธิเท่ากับ 608.3 ล้านบาท ลดลง 2.3% จากปีก่อน สาเหตุจากรายได้รวมลดลงสูงกว่าค่าใช้จ่ายรวมที่ลดลง ทั้งนี้ อัตรากำไรจากรายได้จากการลงทุนสุทธิเท่ากับ 82.2% เพิ่มขึ้นจาก 78.6% ในปีก่อน

กองทุนรวม SUPEREIF ลงทุนในสิทธิในรายได้สุทธิจากการดำเนินโครงการกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินขนาดเล็กมากของบริษัท 17 อัญญวีร์ โฮลดิ้ง จำกัด และ บริษัท เฮลท์ แพลนเน็ท เมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัดจำนวน 19 โครงการ ตั้งอยู่ในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ ปทุมธานี สระบุรี สมุทรสาคร สมุทรปราการ ปราจีนบุรี สระแก้ว พิจิตร และเพชรบูรณ์ โดยมีปริมาณพลังไฟฟ้าสูงสุดที่เสนอขายตามที่ระบุในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือการไฟฟ้านครหลวง (แล้วแต่กรณี) รวม 118 เมกะวัตต์

ขณะที่ ระยะเวลาโอนสิทธิรายได้สุทธิ เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2562 จนถึงวันสิ้นสุดสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแต่ละโครงการ ซึ่งระยะเวลาซื้อขายไฟฟ้าภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าของโครงการโรงไฟฟ้าทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 21-22 ปี นับจากวันที่ 14 สิงหาคม 2562 โดยวันสิ้นสุดสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าโครงการสุดท้ายจะสิ้นสุดในวันที่ 26 ธันวาคม 2584

ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต


ข่าวบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน+หลักทรัพย์จัดการกองทุนวันนี้

KTAM เจาะโอกาสการลงทุนกลุ่มบริษัทชั้นนำในเวียดนาม IPO กอง KT-VNDIAMOND 4 - 10 มี.ค.นี้

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากข้อมูลของสำนักงานสถิติทั่วไปของเวียดนาม (GSO) ระบุว่า GDP ในปี 2568 เติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 8.02% ขณะที่ในปี 2569 สภาแห่งชาติเวียดนามมั่นใจเดินหน้าตั้งเป้าหมายเชิงรุกที่ 10% ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานจาก Bloomberg ที่ระบุว่าเวียดนามกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง Semiconductor แห่งใหม่ของโลก สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นของตลาดการลงทุนที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากฐานการผลิตค่าแรงถูกสู่การ

BBLAM เสนอขาย IPO กองทุนรวมบัวหลวงธนรัฐ 3... BBLAM เสนอขาย IPO 'กองทุนรวมบัวหลวงธนรัฐ 3/26' วันที่ 5-9 มี.ค. 2569 — BBLAM เสนอขาย IPO กองทุนรวมบัวหลวงธนรัฐ 3/26 หรือ Bualuang Thanarat 3/26 เน้นลงทุนใ...

เมื่อลงทุน DCA ต่อเนื่อง 3 เดือนในกองทุนล... SCBAM ชวนทยอยวางแผนออมเพื่อเกษียณตั้งแต่ต้นปี มอบแคมเปญพิเศษ Fund Back สูงสุด 1,600 บาท(*) — เมื่อลงทุน DCA ต่อเนื่อง 3 เดือนในกองทุนลดหย่อนภาษี เริ่มลงทุ...

นายพรชลิต พลอยกระจ่าง กรรมการผู้จัดการ แล... B-WORK เตรียมจ่ายเงินปันผล ในอัตรา 0.183371 บาทต่อหน่วย วันที่ 25 มี.ค. 2569 นี้ — นายพรชลิต พลอยกระจ่าง กรรมการผู้จัดการ และ Head of Real Estate & Infras...

บลจ.ทิสโก้โชว์ผลงานบริหารกองทุนหุ้นไทยสร้... บลจ.ทิสโก้โชว์ผลงานบริหาร 'กองทุนหุ้นไทย' TISCOHD - A และ TDSThaiESG สร้างผลตอบแทนอันดับ 1 — บลจ.ทิสโก้โชว์ผลงานบริหารกองทุนหุ้นไทยสร้างผลตอบแทนอันดับ 1 ไ...

BBLAM เปิดให้สับเปลี่ยน LTF (เดิม) เข้ากองทุนเปิดทั่วไปผ่าน Bangkok Bank Mobile Banking มีผล 23 ก.พ. 2569

รายงานข่าวจาก บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด (BBLAM ) แจ้งว่า นับตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถ สับเปลี่ยนกองทุน LTF (เดิม) ที่ลงทุนก่อนวันที่ 1...