AMARC ผลงานปี 68 มาตามนัด ทำกำไรกว่า 158 ลบ. โตเฉียด 300% บอร์ดชงผู้ถือหุ้นจ่ายปันผลเป็นเงินสดหุ้นละ 0.10 บ. ขึ้น XD 27 เม.ย. 69 นี้

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กางโรดแมป 3 ปี ชู 5 กลยุทธ์ ปั้น New S-Curve ยกระดับแล็บมุ่งสู่การเติบโตระดับสากล

AMARC ผลงานปี 68 มาตามนัด ทำกำไรกว่า 158 ลบ. โตเฉียด 300% บอร์ดชงผู้ถือหุ้นจ่ายปันผลเป็นเงินสดหุ้นละ 0.10 บ. ขึ้น XD 27 เม.ย. 69 นี้

AMARC ศักยภาพเติบโตแข็งแกร่ง ผลประกอบการปี 2568 กำไรสุทธิอยู่ที่ 158.56 ลบ. เพิ่มขึ้นถึง 297.4% รายได้จากการบริการรวม 491.01 ล้านบาท โต 42.4% จากปีก่อน สาเหตุหลักจากการเติบโตของรายได้ในธุรกิจบริการตรวจวิเคราะห์ ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก โดยเฉพาะกลุ่มผักและผลไม้ส่งออก รวมถึงการขยายขอบข่ายการให้บริการในกลุ่มยา สมุนไพร อาหารเสริม เครื่องสำอาง ปุ๋ย ธัญพืช และอาหารทะเล ส่งผลให้ปริมาณงานและรายได้-กำไร เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ด้านบอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผล 0.10 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD 27 เม.ย. 69 นี้ และกำหนดจ่ายเงินปันผล วันที่ 8 พ.ค. 69 เผยทิศทางปี 69 เชื่อยังมีแรงส่งเติบโตได้ต่อเนื่องจากปี 68 ที่ผ่านมา พร้อมกางโรดแมป 3 ปี ชู 5 กลยุทธ์ ปั้น New S-Curve ยกระดับ Smart Lab มุ่งสู่การเติบโตยั่งยืนระดับสากล

ดร.ชินดนัย ไชยยอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเซีย จำกัด (มหาชน) หรือ AMARC เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในปี 2568 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 158.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 118.66 ล้านบาท หรือ 297.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ที่มีกำไร 39.90 ล้านบาท มีรายได้จากการบริการรวม 491.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 146.16 ล้านบาท หรือ 42.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ที่มีรายได้จากการบริการรวม 344.85 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากบริการตรวจวิเคราะห์จำนวน 461.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 149.26 ล้านบาท คิดเป็น 47.8% เทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งยังคงเป็นรายได้หลักของบริษัท โดยรวมแล้วการเติบโตของรายได้จากบริการตรวจวิเคราะห์มาจากทั้งการเพิ่มขึ้นของปริมาณงานจากลูกค้าเดิม และการขยายไปยังกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่มีศักยภาพ ส่งผลให้บริการตรวจวิเคราะห์ยังคงเป็นรายได้หลักและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตของบริษัทฯ

ขณะที่มีรายได้จากบริการสอบเทียบจำนวน 14.35 ล้านบาท เติบโต 2.79% จากปีที่ผ่านมา โดยภาพรวมยังคงเติบโตจากการขยายตัวของธุรกิจตามปกติ (Organic Growth) ปัจจัยสำคัญมาจากการขยายขอบเขตการให้บริการ รายได้ที่เพิ่มขึ้น ยังเป็นผลจากการขยายฐานลูกค้าใหม่ ควบคู่การพัฒนาศักยภาพของทีมงานสอบเทียบ ทั้งด้านจำนวนบุคลากรและความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ส่งผลให้บริษัทฯสามารถรองรับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น และให้บริการได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งโดยรวมแล้วบริการสอบเทียบยังคงเติบโตต่อเนื่อง และเป็นอีกหนึ่งบริการที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของบริษัทฯในปีที่ผ่านมา

ส่วนรายได้จากบริการตรวจสอบและรับรองระบบ มีจำนวน 15.41 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้า 18.47% สาเหตุหลักจากการรับรู้รายได้โครงการภาครัฐลดลง เนื่องจากมีบางโครงการมีการแข่งขันด้านราคาสูง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯยังคงมีรายได้จากลูกค้าเอกชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะงานตรวจรับรองมาตรฐาน GMP และ GAP รวมถึงการขยายงานในกลุ่มลูกค้าอื่นเพิ่มเติม เพื่อช่วยรองรับและรักษาระดับรายได้ของธุรกิจในภาพรวม

นอกจากนี้ บริษัทฯยังมีรายได้อื่นจำนวน 3.65 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากดอกเบี้ยจากเงินฝากและเงินลงทุนระยะสั้นของบริษัท ซึ่งเป็นการบริหารสภาพคล่องส่วนเกินให้เกิดประโยชน์ และรายได้จากการจัดฝึกอบรมและสัมมนาให้กับลูกค้าและหน่วยงานต่างๆ

"การเพิ่มขึ้นของรายได้และกำไร สาเหตุหลักจากการเติบโตของรายได้ในธุรกิจบริการตรวจวิเคราะห์ ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก โดยเฉพาะกลุ่มผักและผลไม้ส่งออก รวมถึงการขยายขอบข่ายการให้บริการในกลุ่มยา สมุนไพร อาหารเสริม เครื่องสำอาง ปุ๋ย ธัญพืช และอาหารทะเล ส่งผลให้ปริมาณงานและรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะเดียวกัน แม้ว่าบริษัทฯจะมีต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ แต่การเพิ่มขึ้นดังกล่าวอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับรายได้ที่ขยายตัว ประกอบกับโครงสร้างรายได้ที่มีสัดส่วนของงานตรวจวิเคราะห์เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นบริการที่มีอัตรากำไรสูง ส่งผลให้ภาพรวมความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯปรับตัวดีขึ้น และสนับสนุนให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า" ดร.ชินดนัย กล่าว

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผล สำหรับผลประกอบการในงวดปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท โดยจ่ายจากกำไรสุทธิส่วนที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดยวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 27 เมษายน 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 28 เมษายน 2569 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 8 พฤษภาคม 2569

ดร.ชินดนัย กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับทิศทางธุรกิจในปี 2569 เชื่อว่ายังมีแรงส่งเติบโตได้ต่อเนื่องจากปี 2568 ที่ผ่านมา โดย AMARC ได้ประกาศโรดแมป 3 ปี (2569-2571) ขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 5 กลยุทธ์หลัก มุ่งสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระดับสากล พร้อมตั้งเป้าเป็นประตูหน้าด่านด้านมาตรฐานสินค้าไทยผ่านเครือข่ายห้องปฏิบัติการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ

สำหรับการดำเนินงานในระยะแรก AMARC มุ่งเน้นการ รุกจุดยุทธศาสตร์ (Strategic Expansion) โดยมีแผนเปิดห้องปฏิบัติการในเขตเศรษฐกิจพิเศษและจุดขนส่งสำคัญ เพื่อลดต้นทุนแฝงและเพิ่มความรวดเร็วในการบริการให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าโดยตรง ควบคู่ไปกับการ ขยายฐาน High Margin ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีอัตราการเติบโตสูงและมีความต้องการการตรวจสอบอย่างเข้มงวดตามมาตรฐานสากล อาทิ กลุ่มยา เครื่องสำอาง อาหารเสริม และสมุนไพร เพื่อยกระดับอัตราการทำกำไรให้แข็งแกร่งและสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคง

ทั้งนี้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการวิเคราะห์ผลให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น AMARC เตรียมรุกแผน ผนึกพันธมิตร (Partnership) ผ่านรูปแบบการร่วมทุน (Joint Venture) ในธุรกิจห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อขยายขอบข่ายการบริการให้ครบวงจร พร้อมผลักดันวิสัยทัศน์ Smart Lab (Tech Hub) ด้วยการลงทุนในเครื่องมือวิทยาศาสตร์ขั้นสูงและแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการข้อมูลและลดระยะเวลาการรายงานผล มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมห้องปฏิบัติการที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาค

นอกจากนี้ บริษัทฯ พร้อมรับเทรนด์โลกด้วยการแตกไลน์สู่ธุรกิจตรวจและรับรองเฉพาะทางด้านสิ่งแวดล้อม (New S-Curve) เพื่อรองรับเกณฑ์ ESG (Environmental, Social, and Governance) และกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นทั่วโลก ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างรายได้รูปแบบใหม่ (Recurring Income) และเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจในระยะยาว

"แผนโรดแมป 3 ปีนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการขยายอาณาจักรการตรวจสอบมาตรฐาน แต่ยังเป็นการสร้างความแข็งแกร่งในโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพสินค้าของไทย เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainable Growth) และตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อคู่ค้าและนักลงทุนในระดับสากล โดย AMARC มั่นใจว่ายุทธศาสตร์นี้จะส่งผลให้บริษัทก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการทดสอบและวิจัยที่ครบวงจรที่สุดในระดับภูมิภาค พร้อมสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว" ดร.ชินดนัย กล่าว


ข่าวเครื่องสำอาง+ผลประกอบการวันนี้

แต่งแต้มสีสันแห่งความโรแมนติก ด้วยคอลเลกชันฤดูใบไม้ผลิจาก PAUL & JOE

เครื่องสำอาง PAUL & JOE (พอล แอนด์ โจ) จากประเทศฝรั่งเศส เปิดตัว "2026 SPRING COLLECTION" ที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากความฝันและเสน่ห์แห่งปารีส ผสานความอ่อนหวานและความเปล่งประกายรับฤดูใบไม้ผลิ ประกอบด้วย NEW LIPSTICK SHEER เฉดสีใหม่สุดละมุน มอบความฉ่ำวาวให้ริมฝีปากแลดูเปล่งปลั่ง, NEW LIPSTICK CASE 02 เคสดีไซน์ใหม่ผสานกลิ่นอายศิลปะแบบปารีเซียง, NEW COMPACT II ตลับคอมแพคลายดอกคริซานเทมัมสุดไอคอนิก พร้อมเมคอัพงานผิวครบไลน์ ทั้ง FACE COLOR BLUSH, HIGHLIGHT และ SHADING เพื่อพวงแก้มระเรื่อ ผิวโกลว์สวย และ

บัตรเครดิต กรุงศรี จัดโปรแรงรับต้นปี 'กิน... กิน-ช้อป คุ้มจัดหนัก คืนจัดเต็ม' กับบัตรเครดิต กรุงศรี รับเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 3,300 บาท — บัตรเครดิต กรุงศรี จัดโปรแรงรับต้นปี 'กิน-ช้อป คุ้มจัดหนัก คื...

เครื่องสำอาง COVERMARK (คัฟเวอร์มาร์ค) จา... COVERMARK X WACOAL มอบสิทธิพิเศษข้ามแบรนด์สุดคุ้ม — เครื่องสำอาง COVERMARK (คัฟเวอร์มาร์ค) จากประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับ WACOAL (วาโก้) แบรนด์ชุดชั้นในยอดนิ...

นางสาวนพรัตน์ มาลัยวงค์ ผู้ก่อตั้งและกรรม... 88TH นำแบรนด์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ LYO บุกเวที อย. Expo 2026 ผลักดันภูมิปัญญาไทยสู่ระดับสากล — นางสาวนพรัตน์ มาลัยวงค์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริษัท บริษัท ...