คุณภูมิใจ วรวนิชชากร ผู้จัดการฝ่ายออกแบบ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) และ คุณอรสา รอดบำเรอ ผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สวนไม้ภราดรภาพ ร่วมกันปลูกต้นไม้ลงดินปลูกที่ได้จากโครงการ WASTE TO WELL-BEING บนพื้นที่สวนของบ้านแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ โดยในปี 2568 บริษัทฯ ได้เริ่มดำเนินโครงการ WASTE TO WELL-BEING ซึ่งเป็นการดำเนินงานระยะนำร่อง ในการพัฒนากระบวนการแปรรูปขยะใบไม้ให้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ และนำไปผลิตเป็นดินปลูกคุณภาพสูง ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และห้างหุ้นส่วนจำกัด สวนไม้ภราดรภาพ โครงการนี้ช่วยลดปริมาณขยะอินทรีย์ที่ต้องเข้าสู่กระบวนการฝังกลบได้ถึง 218 ตัน หรือเทียบเท่าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 173 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (ตั้งแต่ต้นปี - สิ้นเดือนพฤศจิกายน) โดยสามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากเศษใบไม้ได้จำนวน 66 ตัน เมื่อนำไปผสมกับวัสดุปรับปรุงดินอื่น ๆ ตามสัดส่วน จะได้ดินปลูกคุณภาพสูงจำนวน 55,000 ถุง ที่นำไปใช้ในงานสวนภายในโครงการและช่วยลดการซื้อดินปลูกจากภายนอกซึ่งอาจมีคุณภาพไม่สม่ำเสมอหรือเสี่ยงต่อการปนเปื้อนสารเคมีอีกด้วย
คุณภูมิใจ วรวนิชชากร กล่าวว่า "จากการสำรวจปริมาณขยะอินทรีย์ที่เกิดขึ้นจากงานสวนส่วนกลางโครงการในปี 2567 ซึ่งครอบคลุม 83 โครงการ พบว่ามีขยะใบไม้และกิ่งไม้รวมกันมากถึง 4,440 ตัน การจัดการขยะประเภทนี้มักใช้วิธีการเก็บรวบรวมและนำไปกำจัดด้วยวิธีฝังกลบ ซึ่งต้องใช้พื้นที่จำนวนมาก มีต้นทุนการขนส่งและกำจัดสูง และอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) บริษัทฯ จึงได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการนำขยะใบไม้ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงสุดของขยะอินทรีย์ที่เกิดขึ้นในโครงการกลับมาใช้ประโยชน์ โดยพัฒนาเป็นดินปลูกคุณภาพสูง เพื่อนำกลับมาใช้ภายในโครงการแทนการจัดซื้อดินปลูกจากภายนอก"
คุณอรสา รอดบำเรอ กล่าวว่า "สวนไม้ภราดรภาพยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมกับแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ในโครงการ WASTE TO WELL-BEING สำหรับกระบวนการแปรรูปนั้น หลังจากการรวบรวมและคัดแยกขยะใบไม้แล้ว จะเข้าสู่กระบวนการหมักปุ๋ยซึ่งใช้เวลาประมาณ 4-5 เดือน แล้วจึงเป็นกระบวนการทำดินผสม ซึ่งใส่ปุ๋ยหมัก ดินร่วน แกลบดำ และมะพร้าวสับ เมื่อผสมดินปลูกแล้วจึงบรรจุถุง ดินปลูกที่ได้จะมีคุณภาพสูง ไม่มีกลิ่น พร้อมใช้ปลูกต้นไม้อีกครั้ง"
ในส่วนของการดำเนินงานระยะนำร่องนี้ บริษัทฯ ได้รวบรวมขยะใบไม้จากพื้นที่สวนส่วนกลางของ 16 โครงการ แล้วนำเข้าสู่กระบวนการหมักเพื่อผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ และผสมกับวัสดุปรับปรุงดินอื่นๆ จนกลายเป็นดินปลูกคุณภาพสูง และนำไปใช้ใน 8 โครงการ ได้แก่ โครงการ NANTAWAN ราชพฤกษ์ - พรานนก, CHAIYAPRUEK แจ้งวัฒนะ, MANTANA ปิ่นเกล้า - สาย3, inizio สุขสวัสดิ์-ประชาอุทิศ, Villaggio สุขสวัสดิ์ - ประชาอุทิศ, MANTANA 100+ ถ.บางขุนเทียน ชายทะเล, MANTANA 100+ พระราม 2 - บางขุนเทียน และ PRUEKLADA ทางด่วนรามอินทรา - จตุโชติ ผลจากการนำไปใช้ในงานสวน พบว่าต้นไม้มีการเจริญเติบโตและให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการใช้ดินปลูกทั่วไปตามท้องตลาด ทั้งนี้ในส่วนของปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้จากกระบวนการหมักขยะใบไม้ยังผ่านการทดสอบโดยห้องปฏิบัติการโครงการพัฒนาวิชาการดิน ปุ๋ย และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งผลการทดสอบยืนยันว่ามีคุณสมบัติอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ที่กรมวิชาการเกษตรกำหนดไว้
โครงการ WASTE TO WELL-BEING สามารถลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติด้วยการผลิตดินปลูกคุณภาพสูงจากขยะใบไม้ ลดการซื้อดินจากภายนอก ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ลดปริมาณขยะใบไม้ที่ออกสู่ชุมชน และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งและกำจัดขยะอินทรีย์ ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้แก่คู่ค้า เพื่อการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน จากความสำเร็จนี้ บริษัทฯ มีแผนขยายโครงการในระยะต่อไปในปี 2569 โดยจะใช้ดินปลูกคุณภาพสูงจากโครงการ WASTE TO WELL-BEING กับโครงการเปิดใหม่ของแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ซึ่งรวมถึงโครงการที่ต่างจังหวัดด้วย
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ รับรางวัล Top 10 Developers 2025
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ รับรางวัล The Most Powerful Brand in Real Estate 2025
แสนสิริ จับมือ 11 แบงก์ชั้นนำ มอบสินเชื่อบ้านรักษ์โลก สนับสนุนประเทศสู่สังคม Net-Zero ยั่งยืน
InnovestX จับมือ LH Fund เปิด IPO "LH GLOBAL ENHANCED FUND"
ถอนเงินไม่ใช้บัตร ได้ง่ายและสะดวกขึ้น ผ่านเครื่องกรุงศรี เอทีเอ็มทั่วประเทศ
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ รับ 4 รางวัลเกียรติยศจาก PropertyGuru Thailand Property Awards 2025
LH Bank จับมือ ไทยไพบูลย์ประกันภัย ออกเงินฝากออมทรัพย์คุ้มครองชีวิต B You Care พร้อมรับความคุ้มครองอุบัติเหตุ 24 ชั่วโมงทั่วโลก สูงสุด 20 เท่าของเงินฝาก วงเงินคุ้มครองสูงสุด 20 ล้านบาท