SINO ทำกำไรสุทธิ Q3/68 ที่ 21 ล้านบาท เติบโต 67% จากไตรมาสก่อน วางกลยุทธ์มุ่งบริหารต้นทุนและบริหารคลังสินค้ารับมือค่าระวางเรือผันผวน

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

"บมจ.ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น" หรือ SINO ประกาศผลงานไตรมาส 3/2568 เติบโตจากไตรมาสก่อน ทำกำไรสุทธิ 21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67% QoQ และมีรายได้รวม 744 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% QoQ สะท้อนศักยภาพทำกำไรที่ดีขึ้นแม้ได้รับแรงกดดันจากค่าระวางเรือผันผวน ประเมินภาพรวมอุตสาหกรรมขนส่งสินค้าระหว่างประเทศไตรมาส 4/2568 มีทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยลบ วางกลยุทธ์มุ่งเน้นประสิทธิภาพบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย ขยายบริการและฐานลูกค้าคลังสินค้าปลอดอากรเพื่อสร้างรายได้ประจำ รวมถึงเพิ่มรายได้จากบริการขนส่งสินค้าทางอากาศเพื่อเพิ่มศักยภาพทำกำไรและลดผลกระทบค่าระวางเรือที่เป็นทิศทางขาลง

SINO ทำกำไรสุทธิ Q3/68 ที่ 21 ล้านบาท เติบโต 67% จากไตรมาสก่อน วางกลยุทธ์มุ่งบริหารต้นทุนและบริหารคลังสินค้ารับมือค่าระวางเรือผันผวน

นายนันท์มนัส วิทยศักดิ์พันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SINO เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2568 (กรกฎาคม - กันยายน) สามารถผลักดันการเติบโตจากไตรมาสก่อนหน้า โดยบริษัทฯ มีรายได้รวม 744 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% และมีกำไรสุทธิ 21 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 67% เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) เป็นผลจากศักยภาพทำกำไรที่ดีขึ้น สะท้อนจากอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 16% จาก 15% ใน
ไตรมาสก่อนหน้า แม้ได้รับแรงกดดันจากความผันผวนของค่าระวางเรือ (Freight Rate) โดยค่าระวางเรือเส้นทาง
ไทย - สหรัฐอเมริกา ลดลงในเดือนกรกฎาคม - สิงหาคมที่ผ่านมา เนื่องจากมีซัพพลายค่อนข้างมาก

การเติบโตในไตรมาส 3/2568 เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า มีปัจจัยมาจากการปรับขึ้นค่าขนส่งชั่วคราวในเดือนกันยายนที่ผ่านมาซึ่งเป็น Peak Season ของอุตสาหกรรม และได้รับแรงหนุนจากความต้องการเร่งส่งออกสินค้าก่อนถึงช่วงเทศกาลวันหยุดยาวของประเทศจีน อย่างไรก็ตามปริมาณการขนส่งสินค้าทางทะเลในเส้นทางไทย-สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเส้นทางที่สร้างรายได้หลักให้กับบริษัทฯ ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากการส่งออกชะลอตัว ส่วนการขนส่งสินค้าทางทะเลในมาเลเซียและเวียดนามที่ดำเนินการผ่านบริษัทร่วมทุน มีปริมาณใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า

ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปีนี้ (มกราคม - กันยายน) แม้มีรายได้รวม 2,252 ล้านบาท ลดลง 22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่บริษัทฯ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ 60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากการเพิ่มประสิทธิภาพบริหารต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่าย ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 2.7% จาก 1.9% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น หรือ SINO กล่าวต่อว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมขนส่งสินค้าระหว่างประเทศในไตรมาส 4/2568 คาดว่าจะได้รับปัจจัยบวกระยะสั้นจากการเร่งส่งออกสินค้าในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและการลดจำนวนเที่ยวเรือขนส่งของสายการเดินเรือต่างๆ อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยกดดันจากการแข่งขันของผู้ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ กำลังซื้อของผู้บริโภคชะลอตัว และค่าระวางเรือทั่วโลกอยู่ในทิศทางขาลง

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทฯ คาดว่ารายได้รวมทั้งปีจะอยู่ในระดับใกล้เคียงประมาณการเดิมของบริษัท โดยขึ้นอยู่กับทิศทางค่าระวางเรือและภาวะตลาดในช่วงไตรมาสสุดท้าย ทั้งนี้ บริษัทฯ จะมุ่งเน้นการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัยและเสริมความสามารถทำกำไรท่ามกลางตลาดที่ผันผวน โดยแผนการดำเนินงานไตรมาส 4/2568 บริษัทฯ มุ่งเน้นประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย การขยายบริการและฐานลูกค้าคลังสินค้าปลอดอากร (Free Zone) เพื่อสร้างรายได้ประจำ และเพิ่มรายได้จากบริการขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Freight) เพื่อเพิ่มศักยภาพการทำกำไรและลดผลกระทบจากความผันผวนของค่าระวางในธุรกิจขนส่งสินค้าทางเรือ (Sea Freight) โดยหลังจากบริษัทฯ เข้าซื้อกิจการบริษัท เอ.เอส. โลจิสติคส์ จำกัด (ASL) ผู้ให้บริการ Air Freight Forwarder ได้รวมระบบการจัดการและทีมบุคลากรเป็นที่เรียบร้อย ปัจจุบันอยู่ระหว่างรุกขยายฐานลูกค้าในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนยานยนต์ รวมถึงใช้เครือข่ายพันธมิตรต่างประเทศของ ASL ขยายบริการขนส่งไปยังเส้นทางหลัก เช่น จีน-ยุโรป-สหรัฐฯ

"บริษัทฯ เดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งคลังสินค้า การขนส่งทางอากาศ และการลงทุนด้านดิจิทัล เพื่อสร้างความแข็งแกร่ง โดยรายได้จากบริการโลจิสติกส์และขนส่งทางอากาศเริ่มเติบโตต่อเนื่อง ช่วยลดการพึ่งพารายได้จากธุรกิจขนส่งสินค้าทางเรือ และสร้างความยั่งยืนในระยะยาว" นายนันท์มนัส กล่าว


ข่าวระหว่างประเทศ+คอร์ปอเรชั่นวันนี้

Carbon Markets Club เดินหน้าสนับสนุนความร่วมมือระดับภูมิภาค เปิดทางคาร์บอนเครดิตไทยสู่การใช้งานในระดับสากล

นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และประธาน Carbon Markets Club (CMC) เปิดเผยว่า CMC ร่วมกับ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่มบริษัทบางจาก และ Macao Emission Exchange (MEX) ได้เดินหน้าความร่วมมือด้านตลาดคาร์บอนระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง นับจากการลงนามบันทึกความร่วมมือเมื่อปี 2568 เพื่อพัฒนาการซื้อขายใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (RECs) และคาร์บอนเครดิต (T-VER) ระหว่างประเทศ และผลักดันให้ตลาดคาร์บอนในภูมิภาค

สายการบิน ไทย ไลอ้อน แอร์ จัดโปรโมชันพิเศ... สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ จัดโปรโมชันพิเศษ "วางแผนล่วงหน้า ได้ราคาดี๊ดี" ทุกเส้นทางบิน — สายการบิน ไทย ไลอ้อน แอร์ จัดโปรโมชันพิเศษ "วางแผนล่วงหน้า ได้ราคา...

พร้อมให้คำปรึกษาและสนับสนุนผู้ประกอบการเต... ไทยพาณิชย์สานสัมพันธ์ลูกค้ากลุ่มเทรดในพื้นที่ EEC จัดกิจกรรมกอล์ฟเชื่อมเครือข่ายทางธุรกิจ — พร้อมให้คำปรึกษาและสนับสนุนผู้ประกอบการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่...

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว... กลุ่ม ปตท. มั่นใจมีน้ำมัน รองรับการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ — บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่เกิดสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางและ...

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยสถาบันพัฒนาบุคลากร... กรมพัฒน์ x TIFFA ชวนเด็ก Gen Z พัฒนาทักษะด้านโลจิสติกส์ ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน อบรมฟรี มีงานชัวร์ — กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยสถาบันพัฒนาบุคลากรเทคโนโลยีชั้นสูงด...