OMODA & JAECOO เปิดตัว JAECOO 5 EV TWO TONE เสริมภาพลักษณ์ SUV ไฟฟ้า พรีเมียมในตลาดไทย

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

OMODA & JAECOO (โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม ประกาศเปิดตัว JAECOO 5 EV Long Range Max (Two Tone) ยนตรกรรมไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ที่ต่อยอดความสำเร็จจาก JAECOO 5 EV (Single-Tone) ซึ่งเป็นรถ SUV ไฟฟ้าในเซกเมนต์ B ที่ได้รับการตอบรับอย่างสูงในประเทศไทย โดยรุ่น Two-Tone โดดเด่นด้วยการออกแบบสีภายนอกแบบ 2 สีผสานเอกลักษณ์ Light off-road เข้ากับความทันสมัยแบบเมือง ซึ่งสะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน

OMODA & JAECOO เปิดตัว JAECOO 5 EV TWO TONE เสริมภาพลักษณ์ SUV ไฟฟ้า พรีเมียมในตลาดไทย

JAECOO 5 EV Long Range Max (Two Tone) เปิดตัวพร้อมราคาจำหน่ายที่สะท้อนความมุ่งมั่นของ OMODA & JAECOO ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มค่า เข้าถึงได้ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมาพร้อมราคาพิเศษ 649,000 บาท จากราคาปกติ 679,000 บาท สำหรับลูกค้าที่ทำการจองและรับรถภายในช่วงวันที่ 5-31 มกราคม 2569 ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขยายโอกาสให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถเข้าถึงยนตรกรรมไฟฟ้าที่ผสานดีไซน์ สมรรถนะ และนวัตกรรมได้อย่างสมดุล

จากความสำเร็จของ OMODA & JAECOO ในปี 2568 กวาดยอดขายไปแล้วกว่า 18,388 คัน โดยมี JAECOO 5 EV เป็นรุ่นหลัก คิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% ของยอดขายทั้งหมด ทั้งนี้ JAECOO 5 EV Long Range Max (Two Tone) จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาด้านการออกแบบและการขยายทางเลือกให้กับผู้บริโภค โดยมีจำหน่ายเฉพาะในรุ่น JAECOO 5 EV Long Range Max เท่านั้น ซึ่งมีสีภายนอกให้เลือก 4 สี ได้แก่ Cloudy Grey, Snowy White, Light Sea Green และ Bahamas Blue
การประกาศเปิดตัว JAECOO 5 EV Long Range Max (Two Tone) ในครั้งนี้ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ OMODA & JAECOO ในการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าที่ผสานดีไซน์ นวัตกรรม และสมรรถนะเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมดุล พร้อมเดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่มีคุณภาพ ทันสมัย และยั่งยืนให้แก่ผู้บริโภคในระยะยาว

ทดลองขับรถ OMODA & JAECOO ได้แล้ววันนี้ที่ ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ OMODA & JAECOO ทั่วประเทศ หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.omodajaecoo.co.th/th


ข่าวนวัตกรรมยานยนต์+ตัวตนของแบรนด์วันนี้

Bosch ร่วมงาน Future Mobility Thailand 2026 ขับเคลื่อนนวัตกรรมยานยนต์สู่อนาคตที่เหนือกว่า

ขับเคลื่อนนวัตกรรมยานยนต์สู่อนาคตด้วยการผสานเทคโนโลยีการขับเคลื่อน ซอฟต์แวร์ และการผลิตขั้นสูงเข้าด้วยกัน เผยศักยภาพของซอฟต์แวร์ในฐานะผู้ขับเคลื่อนยานยนต์ จากระบบขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ไปสู่ระบบขับเคลื่อนด้วย AI และการผลิตเพื่อเชื่อมต่อถึงกัน เน้นย้ำความเชี่ยวชาญตลอดห่วงโซ่คุณค่าแบบบูรณาการ ผ่านโซลูชันระบบอัตโนมัติในโรงงานและการผลิตอัจฉริยะจาก บ๊อช เร็กซ์รอธ ประเทศไทย อุตสาหกรรมการขับเคลื่อนกำลังก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ จากยานยนต์ที่เน้นฮาร์ดแวร์เป็นหลัก สู่ระบบที่เชื่อมต่อและการขับ