กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยจากประกาศคำแนะนำด้านโภชนาการของประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 2026 ซึ่งให้ความสำคัญกับการบริโภคอาหารธรรมชาติที่ผ่านกระบวนการน้อย ลดอาหารแปรรูปขั้นสูง ลดการเติมน้ำตาล เน้นโปรตีนคุณภาพ สะท้อนถึงโภชนาการระดับสากลที่มุ่งเน้นคุณภาพเป็นสิ่งที่กรมอนามัยรณรงค์มาอย่างต่อเนื่อง ผ่าน "ธงโภชนาการ" ที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับคนไทย
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า แนวทางการบริโภคอาหารของแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันตามวัฒนธรรมอาหาร สังคม เศรษฐกิจ และสถานการณ์สุขภาพ ตามกรอบข้อแนะนำแนวทางการบริโภคอาหาร (Food Based Dietary Guidelines) ขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และองค์การอนามัยโลก (WHO) จากการที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีการเผยแพร่ Dietary Guidelines for Americans ในรูปแบบพีระมิดอาหารใหม่ ซึ่งมีความสอดคล้องกับประเทศไทยที่ใช้รูปแบบธงโภชนาการเพื่อสื่อสารให้ประชาชนเห็นภาพรวมของการบริโภคอาหารอย่างสมดุล ที่เน้นเลือกกินอาหารธรรมชาติผ่านกระบวนการปรุงรสน้อยที่สุด (Whole food) เน้นผักผลไม้สดหลากสี ธัญพืชเต็มเมล็ด ไม่ขัดสี (Whole grain) และคำนึงถึงคุณภาพของโปรตีน หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปสูง อาหารรสหวานจัด เค็มจัด และอาหารที่มีไขมันสูง
"ทั้งนี้ ธงโภชนาการของประเทศไทยพัฒนามาจากเกณฑ์ปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563 (Dietary Reference Intake for Thais 2020) และข้อมูลการสำรวจการบริโภคอาหารของประเทศไทยในแต่ละกลุ่มวัย มากำหนดปริมาณอาหารที่ควรได้รับอย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับวัฒนธรรมการกินอาหารของคนไทย เพื่อส่งเสริมสุขภาพและป้องกันภาวะขาดสารอาหารและโรค NCDs โดยกำหนดให้พื้นที่แต่ละหมวดอาหาร สื่อถึง "ปริมาณการบริโภคที่ควรได้รับ" กลุ่มอาหารที่อยู่ส่วนบนหรือมีพื้นที่มากกว่าเป็นกลุ่มที่สามารถบริโภคได้ในปริมาณมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มอื่น สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไทยที่กินข้าวเป็นหลัก เหมือนกับหลายๆ ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่เน้นการกินข้าวไม่ขัดสี เพื่อเพิ่มใยอาหารและวิตามิน ลดความเสี่ยงเบาหวาน และวัฒนธรรมการกินของคนไทยที่กินอาหารแบบสำรับอาหาร และเป็นประเทศเกษตรกรรมที่มีความหลากหลายของอาหาร
นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของ "คุณภาพโปรตีน" ในปริมาณที่เพียงพอตามที่ธงโภชนาการ แหล่งโปรตีนคุณภาพ เช่น ปลา ไข่ เนื้อสัตว์ปีก อาหารทะเล รวมถึงโปรตีนจากพืชอย่างถั่วเมล็ดแห้งและผลิตภัณฑ์จากถั่ว ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ติดมันที่มีไขมันอิ่มตัวสูง หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปขั้นสูง การกินโปรตีนอย่างเหมาะสมมีบทบาทสำคัญต่อการคงมวลกล้ามเนื้อ ลดความเสี่ยงภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย (sarcopenia) โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ รวมถึงแนะนำดื่มนมรสจืด 2 แก้วต่อวัน หรืออาจแทนด้วยนมถั่วเหลืองเสริมแคลเซียม หรือ โยเกิร์ตรสจืด ที่เป็นแหล่งแคลเซียมที่สำคัญ ควบคู่กับการออกกำลังกายแบบลงน้ำหนักและการใช้แรงต้าน จะช่วยเสริมความแข็งแรงของกระดูก ลดความเสี่ยงภาวะกระดูกพรุนได้ในระยะยาว
"ทั้งนี้ กรมอนามัยจะเปิดตัวธงโภชนาการฉบับใหม่ในปี 2569 นี้ ที่ยังคงยึดหลักความสมดุลและมีความทันสมัยยิ่งขึ้น โดยเน้นแนวทางสำคัญ 3 ประการ 1) ฉลาดเลือกกิน ลดหวาน มัน เค็ม และเลี่ยงอาหารแปรรูปขั้นสูง 2) ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล ปรับปริมาณให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่นวัยทำงาน หรือผู้สูงอายุ 3) กินอย่างยั่งยืนส่งเสริมการกินอาหารท้องถิ่นตามฤดูกาล เพื่อความยั่งยืนทางอาหารและสุขภาพ "เราต้องการให้คนไทยมองเรื่องโภชนาการเป็นเรื่องง่าย ใกล้ตัว และทำได้จริง การกินอาหารไทยให้เป็นยาป้องกันโรค และใช้วัตถุดิบธรรมชาติ คือทางออกที่ยั่งยืนที่สุดสำหรับสุขภาพคนไทย" รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว
กรมอนามัย-ไลอ้อน (ประเทศไทย) เดินหน้า "เด็กไทยฟันดี" ปี 2 ขยายโอกาสเข้าถึงบริการทันตกรรมเชิงป้องกัน สร้างรากฐานสุขภาพช่องปากที่ดีอย่างยั่งยืน
กรมอนามัยประกาศรางวัล GREEN Health Quality Awards 2026 เชิดชูโรงแรม-แหล่งท่องเที่ยว-อุทยานแห่งชาติ ต้นแบบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
วันประชากรโลก 2569 กรมอนามัย ชู "เด็กเกิดน้อย แต่ต้องเติบโตอย่างมีคุณภาพ" เร่งสร้างทุนมนุษย์รับสังคมสูงวัย
เปิดเวทีประชุมวิชาการทันตสาธารณสุขแห่งชาติ ครั้งที่ 12 ขับเคลื่อน สุขภาพช่องปากไทย มุ่งดูแล "ทุกช่วงวัย ทุกช่วงวัน"
กรมอนามัย-รพ.วันเวลา ส่งเสริมการวางแผนรักษาล่วงหน้า ด้วย "บันทึกวันเวลา" สร้างช่วงสุดท้ายของชีวิตอย่างมีความหมาย
วันไอโอดีนแห่งชาติ กรมอนามัยชูแพลตฟอร์มดิจิทัลติดตามหญิงตั้งครรภ์-คุณภาพเกลือทั่วไทย
กรมอนามัยเปิดเวทีระดมสมองผู้เชี่ยวชาญระดับชาติ ชูผลสำรวจสุขภาพเด็กไทย NHES 7 ขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาเด็กปฐมวัยและเยาวชนอย่างบูรณาการ
กรมอนามัย หนุน "10 เสาหลักสุขภาพดี ทุกเพศเข้าถึงได้" พร้อมพัฒนาหลักสูตรบริการสุขภาพสำหรับผู้มีความหลากหลายทางเพศ
สธ. ผนึกทุกภาคส่วน เปิดเวที Active Living Forum 2026 สร้างประเทศไทยแอคทีฟ