สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA จัดงาน "CEA Forum 2026" เปิดวิสัยทัศน์และกลยุทธ์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยปี 2569 พร้อมจัดเสวนาร่วมกับหน่วยงานรัฐและ ผู้ประกอบการเอกชน ภายใต้ธีม "Empower Creative Thailand, Ignite Economic Impact พลังสร้างสรรค์ สู่เศรษฐกิจสร้างชาติ" ชี้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป้าหมาย (คอนเทนต์ - ดนตรี - โฆษณา - สถาปัตยกรรม - การออกแบบ) คือเครื่องยนต์สร้างฐานรายได้ใหม่ให้กับประเทศ พร้อมเปิดแผนพัฒนา ผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์ตั้งแต่ระดับชุมชนไปจนถึงภาคการผลิต โดย CEA เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทักษะสร้างสรรค์ ด้วยการเตรียมเปิด "New TCDC" 20 จังหวัดทั่วประเทศ, ขับเคลื่อนการสร้าง "แบรนด์เมือง" ผ่านโครงการ "เนรมิต" (Neramyth - Creative City & Place Branding) , ผลักดันดนตรีของไทยสู่ตลาดต่างประเทศ"Music Exchange 2026" พร้อมด้วย "Thailand International Content IP Expo (TICIP)" ตลาดซื้อขายโปรเจ็กต์คอนเทนต์ระดับนานาชาติแห่งแรกของไทย ฯลฯ ตั้งเป้าปี 2569 สร้างผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์มืออาชีพกว่า 300,000 ราย ผลักดันการเกิดผลงานใหม่ (New IP) กว่า 350 รายการในเชิงพาณิชย์ หนุนมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ (GVA) ของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เติบโต 5%
Creative Economy อนาคตเศรษฐกิจไทยในยุคโลกผันผวน
นายไชยยง รัตนอังกูร ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ขึ้นกล่าวปาฐกถาเปิดงาน CEA Forum 2026 ภายใต้หัวข้อ Creative Nation & Global Outlook 2026 สะท้อนภาพเศรษฐกิจไทยที่มีความท้าทายสูงหลังได้รับการประเมินว่าจะเติบโตเพียง 1.5 - 2% เนื่องจากได้รับปัจจัยกดดันหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น "สงครามการค้า 2.0" ซึ่งส่งผลให้สินค้าจีนทะลักเข้าสู่ประเทศไทย หรือปัจจัยทาง "ภูมิรัฐศาสตร์" ที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งในหลายภูมิภาคทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีปัจจัย "ความเสี่ยงสภาพอากาศสุดขั้ว" ซึ่งมีผลกระทบทั้งต่อภาคการเกษตรและภาคท่องเที่ยวของไทย ดังนั้น ประเทศไทยจึงไม่สามารถพึ่งพิงเฉพาะภาคการผลิตและการค้าในซัปพลายเชนรูปแบบเดิม ซึ่งอาศัยข้อได้เปรียบเรื่องต้นทุนแรงงานและที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ได้อีกต่อไป
นายไชยยง กล่าวต่อว่า การรับมือโจทย์ใหญ่ของประเทศทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนและพัฒนาเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจกลุ่มใหม่ โดยกลุ่มอุตสาหกรรม "เศรษฐกิจสร้างสรรค์" จะเข้ามาเป็นเครื่องยนต์ที่ช่วยสร้างฐานรายได้ใหม่ให้กับประเทศไทยได้ เศรษฐกิจสร้างสรรค์คือการสร้างรายได้จากความคิดสร้างสรรค์ ประกอบขึ้นจาก "ไอเดีย เนื้อหา และ IP" (* Intellectual Property หมายถึง ทรัพย์สินทางปัญญา) ถ่ายทอดและส่งออกผ่านบริการดิจิทัล คอนเทนต์ และประสบการณ์ เช่น ดนตรี ภาพยนตร์ เกม การออกแบบ การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ฯลฯ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ไม่ได้แข่งขันด้านต้นทุนราคาเป็นหลัก แต่เน้นการแข่งขันด้านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ทั้งยังสามารถส่งข้ามพรมแดนไปทั่วโลกได้รวดเร็ว ซึ่งลดความเสี่ยงด้านซัปพลายเชนโลจิสติกส์
นอกจากนี้ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ยังมีแต้มต่อสำหรับผู้เล่นรายเล็ก เพราะสามารถกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่นและเมืองรองได้มาก ผ่านการพัฒนา IP ให้เข้าถึงตลาดต่างประเทศโดยไม่ต้องพึ่งโครงสร้างการลงทุนขนาดใหญ่ ส่งเสริมชุมชนให้ปรับเปลี่ยนการขายวัตถุดิบแบบดั้งเดิม สู่การขายประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์ของสินค้าผ่านเรื่องเล่าและการสร้างแบรนด์ ดังนั้นปี 2569 จึงนับเป็นปีทองแห่งโอกาสที่ประเทศไทยจะได้ส่งเสริมศักยภาพ เพื่อเป็นชาติแห่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์หรือ "Creative Nation" และสร้างเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจในรูปแบบใหม่
เปิดกลยุทธ์ CEA เร่งเครื่องเศรษฐกิจใหม่ พัฒนาเมือง คน และ New IP ปั้นรายได้ผู้ประกอบการสร้างสรรค์โต 30%
ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ขึ้นกล่าวในช่วง Creative Economy Strategic Direction 2026 ขยายภาพความสำคัญของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย โดยระบุว่าปัจจุบันมูลค่าของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย (GVA) นั้นสูงถึง 1.44 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 8.01% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (GDP) และเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสามารถในการฟื้นตัวได้เร็วกว่าและสูงกว่าภาพรวมเศรษฐกิจเมื่อเกิดวิกฤต ทั้งยังช่วยสร้างมูลค่าการส่งออกได้ถึง 3.91 แสนล้านบาท และสร้างตำแหน่งงานให้ประเทศโดยมีผู้ประกอบอาชีพนักสร้างสรรค์อยู่ถึง 9.8 แสนคนในไทย ดังนั้น อุตสาหกรรมสร้างสรรค์จึงไม่ใช่อุตสาหกรรมเสริม แต่เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ควรได้รับการสนับสนุน
ดร. ชาคริต กล่าวต่อว่า การวางแผนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในปี 2569 ให้ประสบผลสำเร็จได้นั้น จะต้องคำนึงถึง 6 เทรนด์และการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรม อันได้แก่ "Tech & AI Acceleration" - AI จะช่วยเพิ่มมูลค่าการผลิตคอนเทนต์, "Platform Power" - โอกาสไร้พรมแดนบนแพลตฟอร์ม, "Creator Economy" - เศรษฐกิจครีเอเตอร์ไทยซึ่งพุ่งแตะ 4.5 หมื่นล้านบาท, "Regional Rising" - พลังท้องถิ่นพุ่งแซงเมืองหลวง, "New Consumerism" - ชนชั้นกลางใหม่ที่พร้อมจ่ายให้ประสบการณ์และดิจิทัลไลฟ์สไตล์ และสุดท้ายคือ "High-Value IP" - การสร้างมูลค่าจากทรัพย์สินทางปัญญา (IP)
ดังนั้น การวางกลยุทธ์ของ CEA ในปี 2569 ได้พัฒนามาให้สอดคล้องกับบริบทใหม่ โดยมุ่งยกระดับเพื่อ เปลี่ยน "ทุนวัฒนธรรม" ไปสู่ "เศรษฐกิจฐาน IP" ที่มีมูลค่าสูงและจับต้องได้จริง ผ่าน 4 กลยุทธ์สำคัญ คือ 1) พัฒนาคนด้วย AI และความคิดสร้างสรรค์ เช่น การยกระดับสู่ New TCDC ไปทุกภูมิภาค และติดอาวุธทักษะ AI ให้คนทำงาน 2) ยกระดับเมืองสู่เวทีโลก เช่น การสร้าง City Branding เพื่อให้เมืองมีจุดขายที่ชัดเจน 3) เปลี่ยนวัฒนธรรมเป็นทรัพย์สิน ที่บ่มเพาะผลงานได้ตั้งแต่ต้นน้ำ - ปลายน้ำ และ 4) ขยายธุรกิจด้วยแพลตฟอร์ม เช่น การจัดงาน Bangkok International Content Market (BICM) ภายใต้งาน Thailand
International Content IP Expo (TICIP) ซึ่งเป็นตลาดซื้อขายคอนเทนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เพื่อให้ขายงานได้จริง
ดร. ชาคริต กล่าวสรุปว่าจากกลยุทธ์ทั้งหมด CEA จะผลักดันไปสู่เป้าหมายสำคัญ 4 ข้อในปีนี้ ได้แก่ 1) สร้างผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์เพิ่มขึ้นอีก 3 แสนราย 2) สร้างผลงาน New IP ใหม่มากกว่า 350 รายการเพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์ 3) ผลักดันรายได้เฉลี่ยของผู้ประกอบการสร้างสรรค์ให้เพิ่มขึ้นมากกว่า 30% และ 4) ผลักดัน GVA ของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้เติบโต 5% โดยทั้งหมดจะช่วยให้เศรษฐกิจสร้างสรรค์เข้ามาเป็นฟันเฟืองหลักเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้อย่างเต็มภาคภูมิ
ยกระดับ "New TCDC" 20 จังหวัด สนับสนุน "แบรนด์เมือง" และ "นักสร้างสรรค์" กระจายองค์ความรู้สร้างสรรค์อย่างทั่วถึง
ด้าน นายพิชิต วีรังคบุตร รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวถึงแผนงานการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ในปี 2569 ในช่วง Creative City & People Development โดย CEA มีไฮไลต์โครงการและเป้าหมายสำคัญตลอดปี เช่น วาระครบรอบ 20 ปีของ "ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ" (Thailand Creative & Design Center: TCDC) ในปี 2568 TCDC เตรียมมุ่งสู่บทบาทใหม่ โดยปรับจากการเป็นพื้นที่แรงบันดาลใจสู่แพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาคนและเพิ่มทักษะสร้างสรรค์ พร้อมตั้งเป้าหมายการเปิด "New TCDC" แห่งใหม่ใน 20 จังหวัดทั่วไทย ตลอดจนการเปิดให้บริการ CEA สาขาภาคใต้ที่ "สงขลา" ซึ่งเป็นสาขาหลักที่จะดูแลอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ของไทยในปีนี้
นอกจากนี้ CEA ยังตั้งเป้าหมายการจัดเทศกาลสร้างสรรค์ (Festival) ให้เป็นเครื่องมือพัฒนาเมืองและสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่ ตั้งแต่ระดับเล็กไปจนถึงระดับเมือง ซึ่งปีนี้ CEA ได้จัดทำโครงการ "เนรมิต" (Creative City & Place Branding) เพื่อขับเคลื่อน "แบรนด์เมืองสร้างสรรค์" ใน 9 จังหวัดกระจายทุกภูมิภาค, กิจกรรม "Festival Creator 2026" เพื่อสนับสนุนการพัฒนา "ผู้จัดเทศกาล" ในท้องถิ่นและช่วยให้เกิดเทศกาลที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และมีความต่อเนื่องในระยะยาว ทั้งหมดนี้เพื่อให้การพัฒนาเมืองในประเทศเติบโตโดยไม่กระจุกอยู่รวมกัน แต่กระจายการเติบโตอย่างทั่วถึง ส่งเสริมให้ทุกเมือง "น่าอยู่ น่าลงทุน และน่าเที่ยว" อย่างเป็นระบบและยั่งยืน
เศรษฐกิจสร้างสรรค์กับการขับเคลื่อนภาคธุรกิจ คอนเทนต์ - ดนตรี - โฆษณา - สถาปัตยกรรม - การออกแบบ สู่เวทีระดับโลก
นายอินทพันธุ์ บัวเขียว รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ขึ้นกล่าวต่อในช่วง Creative Industry Development นำเสนอแผนการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย ทั้งในกลุ่มคอนเทนต์ ดนตรี โฆษณา สถาปัตยกรรม การออกแบบ และสินค้าและบริการสร้างสรรค์ โดยปีนี้ยังคงโฟกัสที่คอนเทนต์ (ภาพยนตร์ ซีรีส์ และแอนิเมชัน) และดนตรีอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการ Content Lab 2026 ที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพื่อพัฒนาทักษะและยกระดับศักยภาพโปรเจ็กต์ของนักสร้างสรรค์สายภาพยนตร์ ซีรีส์ และแอนิเมชัน พร้อมกันนี้ CEA ยังร่วมจัดงาน "Thailand International Content IP Expo (TICIP)" กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP) และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เพื่อเปิดตลาดซื้อขายโปรเจ็กต์คอนเทนต์ระดับนานาชาติ และสร้างตลาดซื้อขาย IP คอนเทนต์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย ช่วงเดือนกรกฎาคม 2569
ขณะที่การผลักดันศิลปินไทยและอุตสาหกรรมดนตรีสู่ตลาดสากล CEA จัดทำโครงการ "Music Exchange 2026" ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยใช้กลยุทธ์ PUSH ตั้งเป้าส่งศิลปินไทยกว่า 40 ศิลปิน/วง เข้าร่วมงานเทศกาลดนตรีนานาชาติกว่า 40 งานใน 11 ตลาดเป้าหมายทั่วทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกา เพื่อขยายฐานแฟนคลับ ชื่อเสียง และโอกาสทางธุรกิจให้กับศิลปินไทย รวมถึงใช้กลยุทธ์ PULL ควบคู่ในการดึงตัวแทนธุรกิจดนตรีระดับสากลจาก 5 ประเทศหลัก ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และเวียดนาม เข้าจับคู่ธุรกิจกับบริษัท/ค่ายเพลงไทยกว่า 75 แห่ง ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มจำนวนการมองเห็น (Eyeballs) ให้กับศิลปินไทยในระดับนานาชาติไม่น้อยกว่า 24 ล้านครั้ง และเป็นตัวคูณสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับอุตสาหกรรมดนตรีขึ้นอีกเท่าตัว
"ปี 2569 เป็นปีที่เราจะตอกย้ำภาพของประเทศไทยในฐานะ "Creative Nation" ทดแทนภาพของเศรษฐกิจที่พึ่งพิงการแข่งขันด้วยแรงงานราคาถูกหรือปริมาณการผลิต เปลี่ยนผ่านสู่การแข่งขันทางเศรษฐกิจด้วยความคิดสร้างสรรค์ เรื่องเล่า ประสบการณ์ และทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างเครื่องยนต์ใหม่ให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างมั่นคง" นายไชยยง กล่าวปิดท้าย
เซ็นทรัลพัฒนา คว้ารางวัล Prime Minister Award 2025 'Innovation for Sustainability' ตอกย้ำผู้พัฒนา Centre of Life และผู้นำการเติบโตอย่างยั่งยืน สู่เป้าหมาย NET Zero 2050
ช้อปปี้ฉลองครบรอบ 10 ปี ด้วยแคมเปญ 12.12 มอบความคุ้มค่ากว่า 3.2 หมื่นล้านบาทให้ผู้ใช้งาน
ไทยพาณิชย์ จับมือ กรมลดโลกร้อน หนุนโครงการ G-Green นำร่องด้วย Green Hotel Plus ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว สร้างความยั่งยืนให้สังคมไทย
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เปิดบ้านต้อนรับคณะ SME Development Center หอการค้าไทย
บพข. เปิดเวที "PMUC Co-Creation" ครั้งที่ 1 ติวเข้มสูตรขอทุนสำหรับผู้ประกอบการ/เอกชน เจาะ 4 GIGA Clusters ปั้นนวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
กรุงไทย เปิดตัวสินเชื่อกรุงไทยรู้ใจคู่ค้าภาครัฐ เสริมสภาพคล่อง SME รับนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ประสานความร่วมมือ BEDO เสริมแกร่งผู้ประกอบการด้วย "สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์" หรือ "GI" เดินหน้าขึ้นทะเบียน - ควบคุมคุณภาพต่อเนื่อง เพื่อสร้าง "ชุมชนผู้ผลิต GI" ที่เข้มแข็ง
อัครา จับมือ GIT-ห้างทองแม่ทองสุก-จุฬาฯ จัดเวทีเสวนาขับเคลื่อนอุตสาหกรรมทองคำไทยสู่สากล พร้อมต่อยอดนวัตกรรมหางแร่ สู่อนาคตเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน