สหรัฐฯ อนุมัติยาใหม่รักษาโรคหนองใน ครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ ไทยร่วมการทดลองทางคลินิก รับมือเชื้อดื้อยา

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

องค์กรไม่แสวงผลกำไร Global Antibiotic Research & Development Partnership (GARDP) ประกาศในวันนี้ว่า องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ได้อนุมัติ ยาปฏิชีวนะแบบรับประทานแบบครั้งเดียวสำหรับรักษาโรคหนองในแบบไม่ซับซ้อน ภายใต้ชื่อ Nuzolvence ซึ่งนับเป็นหนึ่งในวิธีรักษาใหม่สำหรับโรคหนองในในรอบหลายทศวรรษ และเป็นยาตัวแรกที่ได้รับการพัฒนาด้วยแนวทางใหม่แบบไม่แสวงกำไรด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อรับมือกับปัญหาเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะที่มีจำนวนเพิ่มขี้นเรื่อย ๆ ด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อหนองในรายใหม่มากกว่า 82 ล้านรายทั่วโลกในแต่ละปี Nuzolvence ถือเป็นความหวังใหม่สำหรับผู้ป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์นี้ เชื้อ Neisseria gonorrhoeae ได้พัฒนาการดื้อยาต่อยาปฏิชีวนะเกือบทุกชนิดที่เคยใช้รักษา และปัจจุบันเหลือเพียง ceftriaxone เป็นทางเลือกสุดท้าย แต่ก็เริ่มพบสัญญาณการดื้อยาเพิ่มขึ้นมาก โดยบางภูมิภาครายงานว่าพุ่งสูงถึงหกเท่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หากไม่มีการพัฒนายาใหม่ที่มีประสิทธิภาพ โรคหนองในอาจกลายเป็นโรคที่รักษาไม่ได้อีกครั้งจากวิกฤตเชื้อดื้อยา

สหรัฐฯ อนุมัติยาใหม่รักษาโรคหนองใน ครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ ไทยร่วมการทดลองทางคลินิก รับมือเชื้อดื้อยา

ในประเทศไทย โรคหนองในแม้ดูเหมือนห่างหายจากหน้าสื่อ แต่ไม่ได้ลดลง ตรงกันข้ามกลับพบการระบาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าในช่วงปี 2565-2567 ทั้งนี้ เมื่อประกอบกับปัญหาเชื้อดื้อยาที่รุนแรงขึ้น การรักษาผู้ป่วยยิ่งท้าทายมากขึ้นกว่าเดิม ประเทศไทยจึงมีบทบาทสำคัญในการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ของ Nuzolvence ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาที่ใหญ่และครอบคลุมที่สุดที่เคยมีมาสำหรับยารักษาโรคหนองใน โดยไทยเป็นหนึ่งในห้าประเทศที่เข้าร่วมการทดลอง พร้อมบุคคลากรและกลุ่มผู้ป่วยที่สะท้อนสถานการณ์จริงของภาระโรคในประเทศ

แพทย์หญิงรสพร กิตติยาวมาลย์ หัวหน้าผู้วิจัย ศูนย์การแพทย์บางรัก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า "ในฐานะแพทย์เห็นว่าปัญหาหนองในดื้อยาจะส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้คนในประเทศไทย สถานการณ์ผู้ป่วยโรคหนองในเพิ่มขึ้นในแต่ละปี การดำเนินการวิจัยยาใหม่ๆในการรักษาหนองในในประเทศไทยจะเป็นประโยชน์ จะช่วยเพิ่มทางเลือกการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการรักษาในรูปแบบรับประทานครั้งเดียว ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการควบคุมโรคหนองใน และมีความสำคัญต่อการลดโรคและป้องกันการแพร่กระจายของหนองในดื้อยารุนแรงทั่วโลก"

การทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 นี้ไม่เพียงเป็นการทดลองที่ใหญ่ที่สุดที่เคยมีมาสำหรับยาต้านหนองในตัวใหม่ แต่ยังครอบคลุมพื้นที่และประชากรได้หลากหลายที่สุดด้วย มีผู้เข้าร่วม 930 คน จาก 16 ศูนย์ทดลองใน 5 ประเทศ ได้แก่ เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ แอฟริกาใต้ ไทย และสหรัฐอเมริกา ตั้งใจออกแบบให้ครอบคลุมพื้นที่ที่มีภาระโรคสูง และรวมกลุ่มประชากรที่มักถูกมองข้าม เช่น ผู้หญิง วัยรุ่น และผู้ติดเชื้อเอชไอวี

"การอนุมัติครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการรักษาหนองในดื้อยาหลายขนาน เพราะอัตราการดื้อยากำลังเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการพัฒนายาปฏิชีวนะ" นายแพทย์มานิกา บาลาเสการัม ผู้อำนวยการบริหาร GARDP กล่าว "Nuzolvence แสดงให้เห็นว่าแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนายาปฏิชีวนะนั้นเป็นไปได้—เป็นแนวทางที่ให้ความสำคัญต่อสาธารณสุข เสริมการเข้าถึงในประเทศที่มีภาระโรคสูง และช่วยรักษาประสิทธิภาพของยาในระยะยาว"

การขึ้นทะเบียนและจำหน่าย Nuzolvence ในหลายประเทศทั่วโลกสามารถดำเนินการได้ เนื่องจาก GARDP ได้รับสิทธิ์ครอบคลุมประเทศรายได้ต่ำทั้งหมด ประเทศรายได้ปานกลางส่วนใหญ่ และบางประเทศรายได้สูง ส่วน Entasis Therapeutics, Inc. และ Innoviva Specialty Therapeutics ยังคงถือสิทธิ์เชิงพาณิชย์ในตลาดสำคัญ ได้แก่ อเมริกาเหนือ สหภาพยุโรป และเอเชีย-แปซิฟิก

ในส่วนของการเข้าถึงยา GARDP กำลังก้าวหน้าในการยื่นขอขึ้นทะเบียนในประเทศไทยและแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญและมีบทบาทเด่นในการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 โดยเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา Nuzolvence ได้ยื่นขอ ขึ้นทะเบียนในไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเตรียมยื่นในแอฟริกาใต้ช่วงต้นปีหน้า

การผลักดันยาตัวนี้เกิดขึ้นได้จากบทบาทของ GARDP ในการระดมความร่วมมือและเงินสนับสนุนจากรัฐบาลและองค์กรนานาชาติรวมถึงรัฐบาลเยอรมนี สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ ลักเซมเบิร์ก นครเจนีวา สภาวิจัยการแพทย์แอฟริกาใต้ และ มูลนิธิ Leo Model โดยต่อยอดจากการค้นพบสารต้นแบบของบริษัทแอสตร้าซิเนก้า และจากการทดลองทางคลินิกระยะที่ 2 ที่ได้รับการสนับสนุนจากสถาบัน NIAID ของสหรัฐอเมริกา


ข่าวผู้ติดเชื้อ+เชื้อดื้อยาวันนี้

สคร.12 สงขลา ร่วมรณรงค์ วันวัณโรคสากล 24 มีนาคม 2569 Yes! We Can End TB "ยุติวัณโรค เราทำได้"

24 มีนาคม ของทุกปีเป็นวันวัณโรคสากล สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา (สคร.12 สงขลา) ร่วมรณรงค์ภายใต้ประเด็น Yes! We Can End TB "ยุติวัณโรค เราทำได้" ลดปัญหาวัณโรคที่ส่งผลต่อสังคมไทย จากรายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ปี 2568 ระบุว่าวัณโรคยังคงเป็นโรคติดเชื้อที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดของโลก โดยมีผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ประมาณ 10.7 ล้านรายต่อปี และมีผู้เสียชีวิตจากวัณโรค 1.23 ล้านราย รวมถึงผู้ติดเชื้อเอชไอวีกว่า 150,000 ราย สำหรับประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2568 องค์การอนามัย

สถานการณ์โรคตับในประเทศไทยกำลังเข้าขั้นวิ... เด็ก มจธ.เจ๋ง ปั้น AI ตรวจค่า 'ตับ' รู้ผลใน 7 วินาที ลดเหลื่อมล้ำการรักษามะเร็งตับให้คนไทย — สถานการณ์โรคตับในประเทศไทยกำลังเข้าขั้นวิกฤติ จากข้อมูลพบว่าค...

นางดวงพร ปิณจีเสคิกุล ผู้อำนวยการสำนักอนา... กทม. ติดตามสถานการณ์-เฝ้าระวังการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์อย่างใกล้ชิด — นางดวงพร ปิณจีเสคิกุล ผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) กทม. กล่าวกรณีกรมควบคุม...

นายเกรียงไกร ตั้งจิตรมณีศักดา ผู้อำนวยการ... กทม. เฝ้าระวัง "ไวรัสนิปาห์" เตรียมความพร้อมสถานพยาบาลในสังกัด-ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ประชาชน — นายเกรียงไกร ตั้งจิตรมณีศักดา ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ (สน...

นายเกรียงไกร ตั้งจิตรมณีศักดา ผู้อำนวยการ... กทม. ติดตามเฝ้าระวังการแพร่ระบาดโรคฝีดาษวานรในกรุงเทพฯ อย่างใกล้ชิด — นายเกรียงไกร ตั้งจิตรมณีศักดา ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ (สนพ.) กทม. กล่าวถึงความคืบหน...

กทม. เตรียมพร้อมมาตรการเฝ้าระวังป้องกัน 'ฝีดาษลิง' กำชับคนกรุงป้องกันตนเองเคร่งครัด

นางเลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ (สนพ.) กทม. กล่าวถึงการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคฝีดาษวานรในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมทั้งการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ ของสถานพยาบาลสังกัด กทม. เพื่อรองรับการดู...