เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์ เผยธีมการลงทุนไตรมาส 3 ปี 2569 "ต่อยอดเงินทุน สู่โอกาสแห่งอนาคต"

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์ (HSBC Private Bank) เผยมุมมองการลงทุนไตรมาส 3 ปี 2569 ระบุ "AI - พลังงาน - ความมั่นคงด้านพลังงาน" เป็นธีมหลักของการลงทุนเชิงกลยุทธ์ไตรมาสนี้ อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกและเพิ่มผลประกอบการของภาคธุรกิจ

เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์ เผยธีมการลงทุนไตรมาส 3 ปี 2569 "ต่อยอดเงินทุน สู่โอกาสแห่งอนาคต"

การแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก รวมถึงการให้ความสำคัญกับความมั่นคงด้านพลังงานของแต่ละประเทศ กำลังก่อให้เกิดแรงผลักดันทั้งในด้านความเร่งด่วน เงินทุนสนับสนุน และนโยบายภาครัฐ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการซื้อขายและลงทุนในตลาดทุน ขณะเดียวกัน ธนาคารฯ คาดว่าการลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ จะมีบทบาทเพิ่มขึ้นในการช่วยเติมเต็มช่องว่างด้านเงินทุนสำหรับการลงทุนที่ความต้องการเงินทุนสำหรับการดำเนินธุรกิจหรือพัฒนาโครงการมีมากกว่าปริมาณเงินลงทุนที่มีอยู่จริง

ทั้งนี้ รายงานกลยุทธ์การลงทุนไตรมาส 3 ปี 2569 ภายใต้ธีม "ต่อยอดเงินทุน สู่โอกาสแห่งอนาคต" (Where capital meets the future) เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์ ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจโลก และเชื่อว่าความผันผวนของตลาดยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ โดยบทเรียนที่ผ่านมาจากวิกฤตโควิด-19 และการเปลี่ยนแปลงของพลวัตทางการค้าระหว่างประเทศ แสดงให้เห็นว่าทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจได้เร่งกระจายห่วงโซ่อุปทาน ความสัมพันธ์ทางการค้า และแหล่งพลังงาน เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

นายวิลเลม เซลส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการลงทุน (Chief Investment Officer, Asia) เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์ กล่าวว่า "ความผันผวนยังคงเป็นส่วนหนึ่งของตลาดการเงินโลก เนื่องจากนักลงทุนต้องเผชิญกับความเสี่ยงและพาดหัวข่าวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สิ่งสำคัญคือการรักษาวินัยในการลงทุนผ่านพอร์ตการลงทุนที่มีความยืดหยุ่นและมีการกระจายการลงทุนอย่างเหมาะสมในหลากหลายประเภทสินทรัพย์ ซึ่งสามารถรองรับความไม่แน่นอนในระยะสั้นได้ ขณะเดียวกันยังควรมุ่งเน้นไปที่โอกาสการลงทุนระยะยาวที่เกิดขึ้นจากแนวโน้มการเติบโตเชิงโครงสร้าง"

นอกจากนี้ ธนาคารฯ ยังแนะนำกลยุทธ์การลงทุนที่มุ่งเน้นโอกาสการเติบโตในระยะยาวจากธีม AI ความเป็นอิสระด้านพลังงาน และอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ สำหรับลูกค้ากลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงและลูกค้ากลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงมาก โดยธนาคารฯ มองเห็นโอกาสการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มวัสดุพื้นฐาน และกลุ่มสาธารณูปโภค ซึ่งยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนด้านนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง และยังคงส่งผลเชิงบวกต่อหุ้นเติบโตมากกว่าหุ้นคุณค่า

ทั้งนี้ ธนาคารฯ คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตลอดปี 2569 สะท้อนถึงความสมดุลระหว่างความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจ

เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงค์ แนะ 4 กลยุทธ์การลงทุนไตรมาส 3 ปี 2569

(1) เสริมการลงทุนสำหรับอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย AI

ผลประกอบการของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ออกมาดีกว่าคาด ความกังวลด้านการสร้างรายได้ที่เริ่มคลี่คลาย และระดับมูลค่าที่น่าสนใจภายหลังการปรับฐานของหุ้นซอฟต์แวร์ ได้เปิดโอกาสในการลงทุนในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และบริษัทที่นำ AI ไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ

(2) วางตำแหน่งการลงทุนเพื่อรองรับความมั่นคงและความเป็นอิสระด้านพลังงาน

การเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังเร่งให้หลายประเทศกระจายแหล่งพลังงาน เพิ่มการใช้พลังงานไฟฟ้าแทนการใช้พลังงานจากแหล่งอื่นๆ และลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนโอกาสการลงทุนในระยะยาว

(3) เสริมความยืดหยุ่นของพอร์ตการลงทุนด้วยกลยุทธ์การลงทุนในสินทรัพย์ผสม (Multi-Asset)

ตราสารหนี้ ทองคำ สินทรัพย์ทางเลือก และการกระจายความเสี่ยงด้านสกุลเงิน ยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญของพอร์ตการลงทุนที่มีความยืดหยุ่น โดยสามารถเสริมด้วยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งช่วยสร้างกระแสเงินสดที่มีเสถียรภาพและสามารถปรับตัวตามอัตราเงินเฟ้อได้

(4) คว้าโอกาสจากนวัตกรรมและรายได้ในเอเชีย

กลยุทธ์การลงทุนแบบบาร์เบล (Barbell Strategy) ที่จัดพอร์ตการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงมาก กับ สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำมากควบคู่กัน สามารถช่วยให้นักลงทุนคว้าโอกาสจากวัฏจักรการลงทุนที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมของภูมิภาคเอเชีย ควบคู่ไปกับการสร้างรายได้จากสินทรัพย์คุณภาพ โดยเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตลาดในจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง สิงคโปร์ และเกาหลีใต้

นายแพทริค โฮ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการลงทุน ประจำภูมิภาคเอเชียเหนือ (Chief Investment Officer, North Asia) เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์ กล่าวว่า "ในขณะที่การลงทุนด้าน AI กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก เอเชียอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบจากความเป็นผู้นำด้านเซมิคอนดักเตอร์และความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของโมเดลภาษาขนาดใหญ่อันเป็นระบบ AI ที่ได้รับการฝึกฝนด้วยข้อมูลข้อความมหาศาลจากทั่วโลกเพื่อให้สามารถเข้าใจ ประมวลผล และสร้างภาษามนุษย์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ (Large Language Models) นอกเหนือจาก AI นักลงทุนยังสามารถเข้าถึงโอกาสการลงทุนที่หลากหลายมากขึ้นผ่านศักยภาพในการสร้างรายได้จากตราสารหนี้ ควบคู่กับพัฒนาการเชิงบวกของการปฏิรูปการดูแลกิจการภาคธุรกิจในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีนแผ่นดินใหญ่ และสิงคโปร์"

ทั้งนี้ ธนาคารฯ ยังมองว่าพัฒนาการด้านภูมิรัฐศาสตร์กำลังส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกมีความแตกต่างกันมากขึ้นในแต่ละภูมิภาค ยิ่งตอกย้ำความสำคัญของการคัดเลือกโอกาสการลงทุนที่สามารถแยกแยะผู้ได้รับประโยชน์และผู้ที่อาจได้รับผลกระทบในแต่ละผู้ออกหลักทรัพย์ ภาคธุรกิจ และภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภาพรวมเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศไทย ไตรมาส 3 ปี 2569

แม้ว่าปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทยจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นในช่วงต้นปี 2569 แต่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางธุรกิจและแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ เนื่องจากไทยพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในสัดส่วนที่สูง ส่งผลให้ต้นทุนด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้นกลายเป็นแรงกดดันต่อภาคธุรกิจและภาคการผลิต ในภาคการผลิต ผู้ประกอบการ SMEs ยังคงเผชิญความท้าทายจากภาวะการเงินที่ตึงตัว ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น และการแข่งขันที่รุนแรงจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน ขณะที่การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวยังคงดำเนินไปในอัตราที่ช้ากว่าหลายประเทศในภูมิภาค อาทิ มาเลเซียและเวียดนาม ส่งผลให้ธนาคารฯ คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตประมาณ 1.6% ในปี 2569

ในด้านการลงทุน ตลาดหุ้นไทยนับเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคในช่วงที่ผ่านมา โดยได้รับแรงสนับสนุนจากหลังการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนที่แข็งแกร่งดังกล่าวส่งผลให้ระดับมูลค่าหุ้นปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน แม้ว่าอัตราการเติบโตของกำไรจะยังมีแนวโน้มเติบโตในเลขหลักเดียวฐานสูง (High-Single Digit) แต่ธนาคารฯ มองว่ายังมีความเสี่ยงด้านลบต่อประมาณการกำไรจากผลกระทบของราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง

ด้วยเหตุนี้ ธนาคารฯ จึงมองว่าตลาดหุ้นไทยอาจมีโอกาสที่จำกัดในการสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่าตลาดหุ้นโลกและตลาดหุ้นในภูมิภาคในระยะข้างหน้า ขณะที่ในด้านอัตราแลกเปลี่ยน ธนาคารฯ มีมุมมองเป็นกลางต่อค่าเงินบาท และคาดว่าค่าเงินบาทจะทยอยแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐภายในสิ้นปี 2569


ข่าวเศรษฐกิจโลก+ผลประกอบการวันนี้

ดั๊บเบิ้ล เอ ยังแกร่งต่อเนื่อง ผลประกอบการ Q1 ปี 69 รายได้รวม 5,346 ลบ. กำไร 336 ลบ. ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลก

บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 มีรายได้รวม 5,346 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.61% และมีกำไรสุทธิ 336 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 139.36% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2568 ที่มีรายได้รวม 5,160 ล้านบาท กำไรสุทธิ 140 ล้านบาท ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ค่าเงินบาท และต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น จากการที่เป็นผู้ผลิตแบบครบวงจร (Integrated Mill) ที่ผลิตเยื่อกระดาษ และนำเอา By-products มาผลิตพลังงานสะอาดไปใช้ในกระบวนการผลิตกระดาษ ทำให้บริษัทบริหารควบคุมต้นทุนได้ดีกว่าคู่แข่ง ภาย

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บร... ปตท. ฝ่าวิกฤต มุ่งมั่นดูแลผู้ถือหุ้น ชูผลประกอบการแข็งแกร่ง จ่ายเงินปันผลพิเศษครั้งแรก — ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใ...

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย มองว่าเศรษฐกิจโลกใ... UOB ชี้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ยุคใหม่ AI ขึ้นแท่นแรงขับเคลื่อนหลัก — ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย มองว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2569 กำลังเข้าสู่ช่วง "เปลี่ยนผ่าน" มากกว่ากา...

การสร้างเครือข่ายนักการตลาดที่เข้มแข็ง ยก... สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ย้ำบทบาท Marketing Acceleration ภารกิจสำคัญสานต่อการพัฒนาองค์ความรู้ — การสร้างเครือข่ายนักการตลาดที่เข้มแข็ง ยกระดับศักยภาพของน...