บ่ายวันหนึ่งในศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์วัดหารเทา ขณะที่แม่ๆ กลุ่มหนึ่งนั่งล้อมวงกัน มือถือถูกวางลงไว้มุมห้อง แต่แทนที่ด้วยกรรไกร กาว และลูกยางเก่า นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่กำลังส่งผลต่อเด็กปฐมวัยในชุมชนหารเทา ตำบลหารเทา อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง
เมื่อหน้าจอโทรศัพท์กลายเป็น "พี่เลี้ยงดิจิทัล" ที่สะดวกที่สุด ปัญหาเด็กเล็กติดจอไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับครอบครัวในชุมชนหารเทาอีกต่อไป ผู้ปกครองหลายคนยอมรับตรงๆ ว่า เคยใช้มือถือเป็นเครื่องมือปลอบลูกยามร้องไห้ หรือหยิบยื่นให้เมื่อต้องการทำงานบ้านสักชั่วโมง จนวันหนึ่งพวกเขาพบว่าลูกๆ เริ่มโกรธเมื่อถูกเอาโทรศัพท์ออกไป และไม่รู้จะเล่นอะไรถ้าไม่มีจอ
โครงการ "เปลี่ยนมือถือเป็นมือแม่ : ครอบครัว 3 ดี นำเด็กปฐมวัยห่างหน้าจอ" ของศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์วัดหารเทา เป็นหนึ่งในสมาชิกโครงการ "พัฒนาระบบนิเวศสื่อสุขภาวะเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย" ขับเคลื่อนโดยกลุ่ม wearehappy องค์กรสาธารณประโยชน์ ภายใต้การหนุนเสริมของสำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา (สำนัก 11) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่ส่งเสริมให้เด็กได้ใช้สื่อสร้างสรรค์ ลดเวลาหน้าจอ ไม่ใช่ด้วยการห้ามหรือออกกฎเข้มงวด แต่ด้วยการสร้าง "ระบบนิเวศสุขภาวะ" ภายในบ้านที่ดึงดูดให้เด็กๆ อยากห่างจอด้วยตัวเอง
กิจกรรมแรกที่ศูนย์จัดขึ้นคือ "มือแม่นักสร้างสื่อ" เวิร์กชอปที่ชวนผู้ปกครองมานั่งล้อมวงสร้างของเล่นจากวัสดุรีไซเคิลด้วยมือตัวเอง ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม 2569 รวมทั้งหมด 6 ชุดกิจกรรม ได้แก่ ตัวเลขหรรษา กังหันจากลูกยาง กลิ้งลูกเทนนิสในแก้ว ภาพตัดต่อนิทาน กลิ้งลูกแก้วในขวด และเตาย่างบาร์บีคิวจิ๋ว
แนวคิดเบื้องหลังนั้นเรียบง่าย คือของเล่นที่แม่ทำเองมีคุณค่าที่ของเล่นซื้อมาไม่มี นั่นคือเวลา ความรัก และเรื่องราวที่ฝังอยู่ในทุกร่องรอยของการลงมือ
ปรัชญาหลักของโครงการยึดหลัก "3 ดี" เป็นแกนกลาง ที่ครอบครัวนำไปใช้ได้จริงในทุกวัน
"สื่อดี" คือการสร้างและเลือกสื่อที่กระตุ้นพัฒนาการและความคิดสร้างสรรค์ แทนที่สื่อจอที่เด็กรับฝ่ายเดียว "พื้นที่ดี" คือการจัดมุมเรียนรู้ในบ้าน โซนของเล่น และพื้นที่สวน เพื่อให้บ้านกลายเป็นสนามเด็กเล่นตามธรรมชาติ และ "ภูมิดี" คือการส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้ชีวิตจริงผ่านงานบ้าน งานครัว งานสวน และภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างความภาคภูมิใจในรากเหง้าของตัวเอง
ศูนย์ยังจัดตั้ง "ธนาคารสื่อสร้างสรรค์" ระบบยืม-คืนสื่อที่เปิดโอกาสให้ทุกครอบครัวเข้าถึงของเล่นที่หลากหลาย โดยเฉพาะครอบครัวที่มีทุนน้อยซึ่งไม่สามารถซื้อสื่อให้บุตรหลานได้ มีผู้ปกครองยืมสื่อกลับบ้านแล้วทั้งสิ้น 36 คน
นอกจากนี้ยัง สร้างการมีส่วนร่วมด้วยการให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมกำหนด "กติกาครอบครัว" ด้วยตัวเอง ไม่ใช่การรับคำสั่งจากภายนอก เมื่อทุกคนในบ้านเห็นพ้องกัน กติกาจึงถูกยึดถือด้วยความเต็มใจ กติกาที่กำหนดร่วมกันมีสามข้อ คือ
"ขณะรับประทานอาหารหรือเวลาเข้านอนงดเล่นโทรศัพท์ทุกคนในบ้าน"
"ทำกิจกรรมงานบ้าน งานครัว งานสวนทดแทนการเล่นโทรศัพท์โดยให้เด็กมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน"
"สร้างพื้นที่ปล่อยพลังรอบบ้านเพื่อให้มีทางเลือกเสมอ"
นอกจากกิจกรรมในศูนย์ ทีมงานยังใช้กลุ่มไลน์เป็นพื้นที่ติดตามและให้กำลังใจ ผู้ปกครองทั้ง 11 คนส่งภาพถ่ายและคลิปสั้นของกิจกรรมที่บ้านอย่างสม่ำเสมอสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ซึ่งไม่ใช่เพื่อการประเมิน แต่เพื่อการแบ่งปัน
ภาพในกลุ่มไลน์สะท้อนชีวิตจริงที่เปลี่ยนไป เด็กชายตัวเล็กๆ กำลังล้างรถร่วมกับพ่อ เด็กหญิงที่ช่วยทำครัว เด็กที่วิ่งเล่นในสวนหลังบ้าน ล้วนเป็นภาพที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตจริง ทำให้เห็นว่า เด็กๆ ที่เข้ากิจกรรมไม่สนใจเล่นโทรศัพท์ แต่หันมาทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวมากขึ้น
"สื่อดีไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แค่ต้องอยู่ใกล้มือเด็ก" ดร.สรวงธร นาวาผล ผู้อำนวยการกลุ่ม wearehappy องค์กรสาธารณประโยชน์ ซึ่งทำงานด้านการพัฒนาเด็กและครอบครัวมาอย่างต่อเนื่อง ให้มุมมองต่อแนวทาง "สื่อดี" ว่า หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การห้ามหรือจำกัดสื่อดิจิทัลเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การ "เติมเต็ม" ด้วยสื่อที่ดีกว่าแทน
"สื่อดีสำหรับเด็กปฐมวัยไม่จำเป็นต้องซับซ้อนหรือราคาแพง สิ่งที่อยู่รอบตัวเด็กอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นนิทาน ของเล่นพื้นบ้าน สิ่งของในบ้าน หรือธรรมชาติรอบบ้าน ล้วนเป็นสื่อชั้นดีทั้งนั้น ถ้าผู้ปกครองรู้จักหยิบมาใช้" ดร.สรวงธรกล่าว
ดร.สรวงธรอธิบายว่า สิ่งที่ทำให้สื่อเหล่านี้มีคุณค่าต่อพัฒนาการเด็กมากกว่าสื่อดิจิทัล คือการที่เด็กได้ลงมือสัมผัส คิด และจินตนาการด้วยตัวเอง ต่างจากการดูหน้าจอที่เด็กรับข้อมูลฝ่ายเดียวโดยไม่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ใดเลย "เมื่อเด็กหยิบใบไม้มาเล่น เขาต้องคิดเองว่ามันจะเป็นอะไร จะทำอะไรกับมัน นั่นคือการฝึกสมองที่ดีที่สุดในวัยนี้"
สำหรับผู้ปกครองที่ยังลังเลว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ดร.สรวงธร แนะนำให้มองรอบตัวในบ้านก่อน เพราะทุกอย่างสามารถกลายเป็นสื่อการเรียนรู้ได้ ไม่ว่าจะเป็นกล่องกระดาษ ฝาขวดน้ำ หรือแม้แต่เมล็ดพืชในสวนหลังบ้าน สิ่งสำคัญคือผู้ปกครองต้องอยู่ตรงนั้นด้วย ไม่ใช่แค่วางสื่อไว้ให้แล้วหันไปทำอย่างอื่น "เด็กไม่ได้ต้องการของเล่นราคาแพง เขาต้องการเวลาของพ่อแม่ที่นั่งเล่นด้วยกัน นั่นต่างหากคือสื่อที่ดีที่สุดในชีวิตเขา"
ของเล่นชิ้นเล็กๆ ที่ทำจากลูกยางและกระดาษ อาจไม่ได้มีราคาค่างวด แต่มันบรรจุสิ่งที่ซื้อไม่ได้ไว้ข้างใน นั่นคือเวลาของแม่ รอยยิ้มของลูก และความสัมพันธ์ที่ไม่มีจอไหนแทนได้
พัทลุงประกาศ 'ปฏิญญาพัทลุง' 30 อปท. ร่วมกับสสส. ผนึกกำลังขับเคลื่อน 'เปลี่ยนมือถือเป็นมือแม่' สร้างรากฐานพัฒนาการเด็กปฐมวัยอย่างยั่งยืน
แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. จับมือ พมจ.พัทลุงชู 'การอ่าน’ เป็นยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพัฒนาเด็กปฐมวัยรอบด้าน
กรมพัฒนาที่ดิน ร่วมยินดี "หมอดินเกษร" คว้าเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2569 สาขาการพัฒนาที่ดินฯ พลิกฟื้นดินเสื่อมโทรม สร้างรายได้ยั่งยืนสู่ชุมชน
วว. ถ่ายทอดองค์ความรู้เพิ่มมูลค่าทางการตลาดพืชท้องถิ่น จังหวัดพัทลุง...ขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG ให้ยั่งยืน
AUCT เตรียมเปิดประมูลขายอสังหาริมทรัพย์ผ่านระบบ AUCT BID ทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยและการลงทุนในจังหวัดนครปฐมและพัทลุง
เซเว่น อีเลฟเว่น ส่งต่อคุณค่าผ้ามัดย้อมไทยให้ใจฟูไปกับ "เสื้อมัดย้อม พี่จอง คัลแลน" ลวดลายแห่งภูมิปัญญาไทยจาก "กลุ่มผ้ามัดย้อมเม็ดคราม" จ.พัทลุง
พัทลุง เตรียมจัดใหญ่ "หรอยเพ! พัด-ลุง อะเมซิงพัทลุงไลฟ์เฟสติวัล 2025 ชวนนักท่องเที่ยวมากินหรอย ทำหรอย เที่ยวหรอย โชว์หรอย 18 - 21 เมษายน นี้
เคทีซีร่วมกับบางกอกแอร์เวย์สและดุสิตธานี จัดกิจกรรม Exclusive Trip ขอบคุณสมาชิก บัตรเครดิต KTC-BANGKOK AIRWAYS พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง