กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าสร้างกระแส "Be Healthy, More Productivity" หวังลดปัญหาโรค NCDs ในกลุ่มวัยทำงาน หลังพบคนไทยเสียชีวิตจาก NCDs มากกว่า 400,000 รายต่อปี หรือเฉลี่ยวันละ 1,000 ราย พร้อมชูแนวคิด "Health Literacy" ความรอบรู้ด้านสุขภาพ และ "Lifestyle Medicine" เวชศาสตร์วิถีชีวิต เป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคและเพิ่มคุณภาพชีวิต
แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์ สร้างกระแส Be Healthy, More Productivity ระดับพื้นที่ เขตสุขภาพที่ 12 ณ โรงแรมเซาท์เทอร์นแอร์พอร์ต หาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ว่า ปัจจุบันโรค NCDs เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอ้วน มะเร็ง และโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง กลายเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญทั้งของโลกและประเทศไทย ทั้งนี้ แนวทาง "Lifestyle Medicine"เป็นการใช้วิถีชีวิตในการส่งเสริม ป้องกัน รักษา และฟื้นฟูสุขภาพอย่างยั่งยืน โดยมีหลักสำคัญ 6 ด้าน ได้แก่ การกินอาหารสุขภาพ การมีกิจกรรมทางกาย การนอนหลับที่มีคุณภาพ การจัดการความเครียด การมีความสัมพันธ์ทางสังคมที่ดี และการหลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์
"ทั้งนี้ มีหลักฐานทางวิชาการจำนวนมากยืนยันว่า การมีความรอบรู้ด้านสุขภาพและการปรับพฤติกรรมตามแนวทาง Lifestyle Medicine สามารถลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ได้จริง ทั้งโรคเบาหวาน โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคอ้วน รวมถึงช่วยเพิ่มช่วงอายุที่มีสุขภาพดี ชะลอการเกิดโรคและภาวะแทรกซ้อน ทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว นอกจากนี้ การมีสุขภาพที่ดียังส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานโดยตรง ทั้งการลดการลาป่วย ลดภาวะหมดไฟในการทำงาน เพิ่มสมาธิ พลังงาน และศักยภาพในการทำงาน ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลิตภาพของวัยทำงาน และสนับสนุนการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศในระยะยาว" รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว
นายแพทย์อรรถสิทธิ์ แดงมณี ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา กล่าวเสริมว่า สถานการณ์สุขภาพ วัยทำงานในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 12 ยังน่าเป็นห่วง โดยค่า BMI ปกติและรอบเอวปกติมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนด ขณะที่อัตราป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้นทุกปี นอกจากนี้ ยังพบว่าคนวัยทำงานเพียง 1 ใน 3 มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ และมากกว่าครึ่งบริโภคคาร์โบไฮเดรตและอาหารเค็มเกินเกณฑ์ ส่งผลให้ความสามารถในการควบคุมระดับน้ำตาลและความดันโลหิตของผู้ป่วยมีแนวโน้มลดลง ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา จึงขับเคลื่อนโครงการ "สุขภาวะวัยทำงานไทย ก้าวไกล เขตสุขภาพที่ 12" ผ่านกิจกรรม "Be Healthy, More Productivity" เพื่อสร้าง "Healthy Workplace Ecosystem" หรือระบบนิเวศองค์กรสุขภาวะ ที่เอื้อต่อการมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีของบุคลากร อย่างรอบด้าน ช่วยลดการเจ็บป่วย ลดภาวะหมดไฟในการทำงาน และส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงคุณภาพชีวิตของคนทำงานอย่างยั่งยืน
เอิร์ธ (ประเทศไทย) ร่วมสนับสนุน โครงการ "คาโอห่วงใย โรงเรียนสุขอนามัยสร้างได้" เสริมความรู้ป้องกันไข้เลือดออก
จาก "ปัวโมเดล" สู่ภารกิจโดรนกลางวิกฤตน้ำท่วมน่าน… True SkyBridge พิสูจน์นวัตกรรมใช้จริงเชื่อมโดรน-ข้อมูล-ภารกิจฉุกเฉินบน Command Center เดียว
สธ.ดัน HIA กลไกเชิงนโยบาย สู่ "เมืองสุขภาพดี" 935 แห่งทั่วประเทศ ยกระดับสุขภาวะประชาชนอย่างยั่งยืน
ซีอีโอ กลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล เข้าพบรัฐมนตรีสาธารณสุข หารือแนวทางเสริมความยั่งยืนระบบสุขภาพไทย
PReMA เปิดยุทธศาสตร์ใหม่ ดันไทยสู่ศูนย์กลางสุขภาพและชีววิทยาศาสตร์แห่งภูมิภาค
กระทรวงสาธารณสุข เร่งฟื้นฟู "น่าน" หลังน้ำลด ส่งทีม SEhRT ประเมินสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม ลดเสี่ยงโรค
สธ. ห่วงสุขาภิบาลและสุขอนามัยจากน้ำท่วม เร่งส่งทีม SEhRT ดูแลสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ประสบภัย
สบส.เดินหน้าตำบลจัดการสุขภาพ ชูพลัง อสม.-Gen-H เปลี่ยนค่านิยม "เลิกกินปลาดิบ" ลดเสี่ยงพยาธิใบไม้ตับ-มะเร็งท่อน้ำดี
กรมอนามัยชวนผู้ประกอบการปรับสูตรอาหารตามเกณฑ์ Thailand NPM ลดหวานมันเค็ม ลดNCDs