บมจ.เอ็กโซติค ฟู้ด (XO) ผู้ส่งออกซอสพริกและซอสปรุงรสไทยรายใหญ่สู่ตลาดโลก โชว์ผลงานไตรมาส 1/2569 มีรายได้จากการขาย 516.90 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 128.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.71% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รับแรงหนุนจากยอดขายในตลาดยุโรปที่ขยายตัวต่อเนื่อง รวมถึงการรับรู้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI ท่ามกลางความนิยมสินค้าอาหารไทยและซอสเอเชียที่ยังเติบโตในตลาดโลก พร้อมเดินหน้าขยายฐานลูกค้าและเพิ่มโอกาสการเติบโตในต่างประเทศต่อเนื่อง โดยเตรียมเข้าร่วมงาน THAIFEX - Anuga Asia 2026 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย ระหว่างวันที่ 26 - 30 พฤษภาคมนี้ เพื่อต่อยอดโอกาสทางธุรกิจและขยายการเติบโตสู่ตลาดโลกเพิ่มเติม
นายจิตติพร จันทรัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO ผู้ผลิตและส่งออกซอสพริก ซอสปรุงรส และอาหารไทยสำเร็จรูป เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 เติบโตแข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการขาย 516.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.83% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 128.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.71% สะท้อนศักยภาพการเติบโตของธุรกิจส่งออกอาหารไทยในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดยุโรปที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง รวมถึงการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการรับรู้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) สำหรับสายการผลิตใหม่ที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ไตรมาส 2/2568 ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง 57.78%
ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตในไตรมาสนี้ มาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายในทวีปยุโรป ซึ่งยังคงเป็นตลาดหลักของบริษัท โดยปริมาณการขายรวมอยู่ที่ 5,565 ตัน เพิ่มขึ้น 6.75% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความนิยมของผลิตภัณฑ์อาหารไทยและซอสเอเชียในตลาดโลกที่ยังเติบโตต่อเนื่อง
ด้านกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 133.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้อัตรากำไรขั้นต้นจะปรับลดลงเล็กน้อย ในไตรมาส 1/2569 เทียบกับไตรมาส 1/2568 อยู่ที่ 45.37% และ 46.48% ตามลำดับ จากการตั้งค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือในกลุ่มวัตถุดิบทางการเกษตรแปรรูป (พริกดอง) หลังการฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดสหรัฐฯ ชะลอกว่าที่บริษัทคาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ดี บริษัทยังคงรักษาระดับความสามารถในการทำกำไรได้ในระดับสูง เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอาหารส่งออก
นอกจากนี้ XO ยังเดินหน้าขยายศักยภาพการผลิตและบริหารจัดการวัตถุดิบอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของตลาดต่างประเทศที่เติบโต โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 2,190.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ขณะที่ยังคงมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และมีส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,833.55 ล้านบาท
ภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาสแรก สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ XO ในตลาดโลก รวมถึงศักยภาพการเติบโตของธุรกิจอาหารไทยและซอสปรุงรสในตลาดส่งออก ท่ามกลางแนวโน้มความต้องการสินค้าอาหารเอเชียที่ยังขยายตัวต่อเนื่องในหลายภูมิภาคทั่วโลก ขณะที่บริษัทได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางค่อนข้างจำกัด เนื่องจากลูกค้าได้มีการวางแผนระยะเวลาการสั่งซื้อและขนส่งสินค้าล่วงหน้ามาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยระยะเวลาขนส่งปรับจากประมาณ 3 - 4 สัปดาห์ เป็น 5 - 6 สัปดาห์ อีกทั้ง ลูกค้าของบริษัทมีสัดส่วนการส่งออกไปยังตะวันออกกลางในระดับไม่สูงมากนัก
นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าขยายฐานลูกค้าในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ผ่านทีมขายและการทำการตลาด รวมถึงการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในหลายประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสในการขยายฐานลูกค้ารายใหม่ ควบคู่กับการเพิ่มคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายเดิม โดยบริษัทเตรียมเข้าร่วมงาน THAIFEX - Anuga Asia 2026 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย ซึ่งจะจัดขึ้นในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 26 - 30 พฤษภาคม 2569 เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและต่อยอดการเติบโตของผลิตภัณฑ์ซอสพริกและซอสปรุงรสไทยในตลาดโลกเพิ่มเติมต่อไป
"เอ็กโซติค ฟู้ด" ปั้นแบรนด์ไทยสู่ตลาดโลก ดันซอสพริกศรีราชาไทยสู่ Premium Global Brand ส่งออกกว่า 80 ประเทศ สร้างยอดขายทะลุ 2 พันล้านบาท
XO จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 สร้างความเชื่อมั่นธุรกิจซอสแข็งแกร่ง
"วาสนา จันทรัช" คว้ารางวัล Best CEO Awards & Young Rising Star พร้อมพา XO กวาดรางวัล SET Awards 2025 ตอกย้ำบทบาทผู้นำองค์กรรุ่นใหม่
XO คว้า 2 รางวัล HR Asia 3 ปีซ้อน ตอกย้ำวัฒนธรรมองค์กร ไม่ได้มีดีแค่ขายซอส แต่ยังน่าร่วมงานมากที่สุดในเอเชีย
XO คว้ารางวัล "บริษัทยอดเยี่ยม mai" 3 ปีซ้อน บนเวที Money & Banking Awards 2025
การเงินธนาคารมอบรางวัลเกียรติยศ MONEY & BANKING AWARDS 2025 ชาติศิริ โสภณพนิช คว้านักการเงินแห่งปี
XO ร่วมงาน THAIFEX - ANUGA ASIA 2025 ตอกย้ำผู้นำซอสพริกส่งออก ผลักดัน "รสชาติไทย" สู่ Global Taste
"เอ็กโซติค ฟู้ด (XO) เปิดตัวโครงการ มุ่งสู่ Net Zero 2050"