บมจ.โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ หรือ "NOBLE" เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 เติบโตโดดเด่น โดยมียอดขาย (Pre-sale) 2,489 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67% (YoY) จากแรงหนุนของดีมานด์ลูกค้าต่างชาติ ควบคู่กับยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่เติบโตแข็งแกร่ง พร้อมเดินหน้าเปิด 4 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 14,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งแนวราบและแนวสูงในทำเลศักยภาพ
นายธงชัย บุศราพันธ์ รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ "NOBLE" ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โครงการที่อยู่อาศัยในทำเลชั้นนำของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เปิดเผยว่า บริษัทฯ สามารถสร้างการเติบโตของยอดขายและยอดโอนกรรมสิทธิ์ได้อย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 1 ปี 2569 สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์การขยายฐานลูกค้าต่างประเทศ ควบคู่กับการทยอยรับรู้รายได้จากโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จในไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทฯ มียอดขาย (Pre-sale) 2,489 ล้านบาท เติบโต 67% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนหลักจากลูกค้าต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจากตลาดหลัก เช่น ไต้หวัน จีน และเมียนมา รวมถึงการขยายตลาดสู่ประเทศศักยภาพใหม่อย่างต่อเนื่อง อาทิ สิงคโปร์ ฮ่องกง สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร รัสเซีย และอินเดีย ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงลูกค้าและการปิดการขาย ขณะเดียวกัน ลูกค้าต่างชาติในกลุ่มนี้ยังมีคุณภาพและมีความสามารถในการโอนกรรมสิทธิ์ในระดับสูง ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถสร้างยอดขายและต่อยอดสู่รายได้ในอนาคตได้อย่างมั่นคง
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ มียอดโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 2,186 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยส่วนใหญ่มาจากโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ตั้งแต่ปลายปี 2568 ได้แก่ โครงการ นิว อีโว อารีย์ และ โนเบิล ฟอร์ม ทองหล่อ ซึ่งยังคงมีการโอนอย่างต่อเนื่องในไตรมาสนี้ รวมถึงโครงการแนวราบอย่าง โนเบิล เทอร์รา พระราม 9 - เอกมัย ที่สามารถขายและโอนอย่างต่อเนื่องจนปิดการขายโครงการได้สำเร็จ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังสามารถปิดการขายโครงการ นิว โนเบิล ไฟฉาย-วังหลัง ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาบริษัทฯ สามารถปิดการขายได้แล้วรวม 2 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 2,400 ล้านบาท
สำหรับภาพรวมผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,535 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 49 ล้านบาท โดยรายได้รวมปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนจากรายได้ธุรกิจให้เช่าและบริการที่ลดลง อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ยังคงเติบโต และได้รับแรงสนับสนุนจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่แล้วเสร็จอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทฯ มียอดขายรอโอน (Backlog) ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 จำนวน 22,273 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ภายในระยะเวลา 4 ปีข้างหน้า สะท้อนถึงความต่อเนื่องของรายได้ในอนาคต
ในปี 2569 บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าตามแผนเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 4 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 14,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งโครงการแนวราบและแนวสูงในทำเลศักยภาพ เพื่อรองรับความต้องการที่อยู่อาศัยจริง (Real Demand) ควบคู่กับการบริหารจังหวะการลงทุนให้สอดคล้องกับภาวะตลาดอย่างเหมาะสม โดยแบ่งเป็นโครงการบ้าน 2 โครงการมูลค่ารวม 3,700 ล้านบาทได้แก่ นิว วูด เวสต์เกต และ นิว สเคป บางนา โครงการคอนโดมิเนียม 2 โครงการมูลค่ารวม 10,300 ล้านบาทได้แก่ โนเบิล สนสำราญ หัวหิน ซึ่งนับเป็นโครงการแรกของบริษัทฯ ในการขยายการพัฒนาไปสู่ต่างจังหวัด และ โนเบิล เอ็มเมอร์ส พร้อมพงษ์ ซึ่งเตรียมเปิดขายอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้
ด้าน นายศิระ อุดล ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กล่าวเสริมว่า บริษัทฯ ประเมินว่าภาคอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่เหลือของปี 2569 ยังได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายการเงินและมาตรการภาครัฐ โดยอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ระดับ 1.00% ซึ่งเอื้อต่อภาระต้นทุนทางการเงินและกำลังซื้อของผู้บริโภค ขณะเดียวกัน การขยายระยะเวลามาตรการผ่อนคลายเกณฑ์ Loan to Value (LTV) ออกไปอีก 1 ปี จะช่วยสนับสนุนการเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อในระยะถัดไป
อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นและกดดันต้นทุนวัสดุก่อสร้าง สะท้อนผ่านดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมีนาคม 2569 ที่เพิ่มขึ้น 6.0% (YoY) และดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (CMI) ที่เพิ่มขึ้น 2.6% (YoY) ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเผชิญภาวะต้นทุนในระดับสูงขึ้น ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้มีการบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุนล่วงหน้า โดยการทำสัญญาก่อสร้างสำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา ได้แก่ นิว เอปิค อโศก-พระราม 9, นิว เรน แจ้งวัฒนะและ นิว โคสต์ คูคต สเตชัน ซึ่งสามารถกำหนดและควบคุมต้นทุนหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพช่วยลดความผันผวนของต้นทุนในการก่อสร้าง
สำหรับปัจจัยที่ยังต้องติดตาม ได้แก่ แนวโน้มราคาพลังงานในช่วงไตรมาส 2-3 ทิศทางอัตราดอกเบี้ย ระดับหนี้ครัวเรือน ความต่อเนื่องของมาตรการภาครัฐ และระดับอุปทานคงค้างในตลาด ภายใต้บริบทดังกล่าว บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาวินัยทางการเงิน การบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ การคัดเลือกทำเลที่มีศักยภาพ และการควบคุมต้นทุน ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการทำกำไรและรักษาความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน รองรับความผันผวน และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
"โนเบิล" เผยครึ่งปีแรก 2568 รายได้ 3,402.1 ล้านบาท มั่นใจครึ่งปีหลังแข็งแกร่งจากโครงการสร้างเสร็จ 4 โครงการ และแคมเปญทางการตลาด พร้อมตุน Backlog ในมือแล้วกว่า 25,200 ลบ.จ่อรับรู้รายได้ต่อเนื่อง 4 ปี
โนเบิล" โชว์ผลดำเนินงานปี 2568 กำไรสุทธิเติบโต 37.4% ตุน Backlog เกือบ 2.2 หมื่นล้านบาท รับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป
"โนเบิล" คว้าเรตติ้งสูงสุด AAA ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จาก SET ESG Ratings 2025
"โนเบิล" เดินหน้าสร้าง Synergy เสริมพันธมิตร ปิดดีลขายโครงการนิว เอปิค อโศก-พระราม 9
"โนเบิล" คว้าเกียรติบัตร "ESG DNA" สร้างวัฒนธรรมองค์กรสู่ความยั่งยืน
NOBLE ชำระคืนหุ้นกู้ครบ 2,184 ลบ. ปลดล็อกภาระหุ้นกู้สำหรับปีนี้ พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ครึ่งปีหลัง เปิดโครงการใหม่และรับรู้รายได้ต่อเนื่อง
TEKA ส่งมอบคอนโดมิเนียม "นิว เมกา พลัส บางนา" เดินหน้ารับงานใหม่ต่อเนื่อง เสริมแกร่ง Backlog ปี 68
TEKA ส่งมอบโครงการ "นิว คอนเน็กซ์ คอนโด ดอนเมือง" มูลค่า 954 ลบ. เสริมความเชื่อมั่นผู้พัฒนาอสังหาฯ เดินหน้าคว้างานใหม่ต่อเนื่อง