นายเจษฎา จันทรประภา ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ (สนน.) กทม. กล่าวถึงการสร้างความเข้าใจกรณีชาวบ้านในซอยแจ้งวัฒนะ 5 ร้องเรียนได้รับผลกระทบและความเดือดร้อนจากการดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อนคลองเปรมประชากร รวมถึงความคืบหน้าการก่อสร้างเขื่อนคลองเปรมประชากรและการแก้ไขปัญหาการรุกล้ำคลองเปรมประชากรในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า จากกรณีมีข้อร้องเรียนประชาชนในซอยแจ้งวัฒนะ 5 ได้รับความเดือดร้อนจากการก่อสร้างเขื่อนริมคลองเปรมประชากรและการก่อสร้างบ้านมั่นคง ซึ่งได้กำหนดแนวก่อสร้าง โดยคณะทำงานเร่งรัดการแก้ไขปัญหาการรุกล้ำลำน้ำสาธารณะและการพัฒนาพื้นที่ริมคลองเปรมประชากร มีผู้อำนวยการเขตในพื้นที่เป็นหัวหน้าคณะทำงาน และมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาคลองเปรมประชากร ได้แก่ สำนักการระบายน้ำ กรมธนารักษ์ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร กองทัพภาคที่ 1 และ สน.ท้องที่ เป็นต้น โดยการกำหนดแนว จากนั้นได้ดำเนินการตามแนวทางที่กำหนดในแผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานระบบคลองและการพัฒนาชุมชนริมคลองเปรมประชากร ซึ่งได้ออกแบบแนวก่อสร้างเขื่อนให้มีความกว้างตามสภาพของคลอง มีความกว้างไม่น้อยกว่า 25 เมตร ส่วนพื้นที่นอกแนวก่อสร้างเขื่อนได้ออกแบบในการพัฒนาด้านที่อยู่อาศัยตามโครงการก่อสร้างบ้านมั่นคงให้กับประชาชนที่รุกล้ำอยู่ในพื้นที่ริมคลองเดิม ดำเนินการโดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ทั้งนี้ สภาพคลองเดิมบริเวณดังกล่าวมีความกว้างประมาณ 12-16 เมตร และในการก่อสร้างเขื่อนริมคลองเปรมประชากรบริเวณดังกล่าว เมื่อก่อสร้างเขื่อนแล้วเสร็จทั้ง 2 ฝั่ง จะขยายคลองให้มีความกว้างไม่น้อยกว่า 25 เมตร จะเห็นว่าการก่อสร้างเขื่อนบริเวณนี้จะเป็นการขยายความกว้างคลอง โดยไม่ได้ถมคลอง หรือทำให้คลองแคบลงตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม แนวก่อสร้างเขื่อนบริเวณชุมชนแจ้งวัฒนะดังกล่าว มีการใช้พื้นที่ด้านหน้าบางส่วนเป็นถนน (ซอยแจ้งวัฒนะ 5) ทำให้แนวก่อสร้างช่วงที่ต่อกับชุมชนมิตรประชา มีแนวไม่เป็นเส้นตรง โดยมีแนวหักเข้ามาในคลองมากกว่าแนวก่อสร้างของชุมชนใกล้เคียง (ชุมชนมิตรประชา) ประมาณ 3-4 เมตร แต่แนวที่ยื่นดังกล่าวยังน้อยกว่าแนวบ้านรุกล้ำเดิมของชุมชนแจ้งวัฒนะ 5 ซึ่งยื่นเข้ามาในคลองประมาณ 5-7 เมตร ดังนั้น การก่อสร้างเขื่อนริมคลองเปรมประชากรบริเวณชุมชนแจ้งวัฒนะ 5 เมื่อเปรียบเทียบกันระหว่างสภาพเดิมก่อนที่จะทำการรื้อย้ายบ้านรุกล้ำออก กับสภาพภายหลังจากการก่อสร้างเขื่อนและการก่อสร้างบ้านมั่นคงแล้วเสร็จนั้น จะเห็นได้ว่าคลองบริเวณดังกล่าวฝั่งด้านชุมชนแจ้งวัฒนะจะมีความกว้างมากกว่าเดิม ส่วนพื้นที่บริเวณริมตลิ่งที่เหลือจากการก่อสร้างเขื่อนยังได้ออกแบบก่อสร้างบ้านมั่นคง เพื่อไว้รองรับผู้ที่อยู่อาศัยรุกล้ำริมคลองเดิม ปัจจุบันได้รื้อย้ายบ้านรุกล้ำชุมชนแจ้งวัฒนะ 5 แล้วจำนวน 55 หลัง สามารถก่อสร้างเขื่อนได้ความยาวประมาณ 200 เมตร ทั้งนี้ การก่อสร้างเขื่อนริมคลองเปรมประชากรบริเวณดังกล่าว สามารถดำเนินการก่อสร้างได้เพียงฝั่งเดียว และไม่สามารถก่อสร้างเขื่อนบริเวณสะพานคนเดินข้ามคลองเดิมได้ เนื่องจากยังมีบ้านรุกล้ำที่อยู่ฝั่งตรงข้าม (ชุมชนเปรมสุขสันต์) ปัจจุบันยังไม่ยินยอมรื้อย้าย เพื่อให้ดำเนินการก่อสร้างเขื่อน โดยในช่วงที่ผ่านมา สำนักงานเขตหลักสี่ สำนักการระบายน้ำ กรมธนารักษ์ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เปิดเวทีชี้แจงสร้างความเข้าใจและร่วมลงพื้นที่ ซึ่งชุมชนอื่น ๆ ในพื้นที่ดังกล่าว (ชุมชนมิตรประชา ชุมชนตลาดหลักสี่ และชุมชนแจ้งวัฒนะ 5) ส่วนใหญ่ได้รื้อย้ายและก่อสร้างเขื่อนและบ้านมั่นคงแล้ว คงเหลือชุมชนเปรมสุขสันต์ ที่ยังไม่ให้ความร่วมมือในการรื้อย้ายออกเพื่อที่จะร่วมกันในการพัฒนาคลองเปรมประชากร ทั้งนี้ หากชุมชนเปรมสุขสันต์ ให้ความร่วมมือรื้อย้ายก็จะสามารถก่อสร้างเขื่อนบริเวณดังกล่าวและขยายคลองได้ความกว้างไม่น้อยกว่า 25 เมตร ส่วนพื้นที่ที่เหลือจากการก่อสร้างเขื่อนสามารถจัดที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคงรองรับผู้รุกล้ำเดิมได้ทั้งหมด
สำหรับความก้าวหน้าการพัฒนาคลองเปรมประชากร ปัจจุบันการพัฒนาคลองเปรมประชากร จากถนนเทศบาลสงเคราะห์ถึงสุดเขตกรุงเทพมหานคร สามารถรื้อย้ายบ้านรุกล้ำในพื้นที่เขตจตุจักร เขตหลักสี่ และเขตดอนเมือง ได้รวมประมาณ 2,300 หลัง (จากทั้งหมด 4,398 หลัง) และสำนักการระบายน้ำได้ก่อสร้าง เขื่อนได้ความยาวประมาณ 15,400 เมตร (จากทั้งหมดประมาณ 25,280 เมตร) คิดเป็นผลงานประมาณร้อยละ 60 ขณะเดียวกัน ยังได้มีพื้นที่ที่ทำการรื้อย้ายแล้วและอยู่ระหว่างการทำงานก่อสร้างเขื่อนความยาวประมาณ 800 เมตร ส่วนพื้นที่ที่ยังติดปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับบ้านรุกล้ำ ได้มีหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ เพื่อชี้แจง สร้างความรู้ สร้างความเข้าใจร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และมีบางพื้นที่ได้เริ่มดำเนินการใช้มาตรการทางด้านกฎหมายควบคู่ไปด้วยกัน
ส่วนการพัฒนาคลองเปรมประชากรเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ที่ได้มอบหมายให้ กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาคลองเปรมประชากร เพื่อแก้ไขปัญหาการรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ แก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำ และพัฒนาพื้นที่ริมคลองให้มีความสะอาดสวยงาม สามารถเป็นทางสัญจร รวมทั้งใช้ประโยชน์ทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมประเพณีได้ด้วย โดยเริ่มตั้งแต่การฟื้นฟูสภาพคลอง การปรับภูมิทัศน์ การสร้างการรับรู้ และการพัฒนาคลองเปรมประชากร และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยให้ กทม. พิจารณาก่อสร้างเขื่อนคลองเปรมประชากรตามสภาพและมอบให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และกรมธนารักษ์ ร่วมกับ กทม. วางผังการจัดหาที่อยู่อาศัยถาวรให้กับผู้ได้รับผลกระทบซึ่งจะต้องรื้อบ้านรุกล้ำทั้งหมดและจัดหาที่อยู่อาศัยใหม่บริเวณริมคลองเปรมประชากร
ทั้งนี้ คลองเปรมประชากร เริ่มต้นจากคลองผดุงกรุงเกษม กทม. ผ่านพื้นที่ของกรุงเทพฯ จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีความยาวรวม 50.8 กิโลเมตร สภาพทั่วไปของคลองเปรมประชากรมีปัญหาการรุกล้ำคลองเป็นจำนวนมาก ชุมชนริมคลองส่วนใหญ่มีสภาพความเป็นอยู่ที่แออัด มีปัญหาขยะและน้ำเสีย สภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรม อีกทั้งสิ่งก่อสร้างรุกล้ำคลองเป็นอุปสรรคในการระบายน้ำ โดยเฉพาะช่วงจากถนนเทศบาลสงเคราะห์ถึงสุดเขตกรุงเทพมหานคร ความยาวประมาณ 13 กิโลเมตร สภาพเดิมมีบ้านรุกล้ำจำนวน 4,398 หลัง คิดเป็นจำนวน 5,616 ครัวเรือน
เขตปทุมวัน เร่งปรับปรุงภูมิทัศน์ แก้ปัญหาน้ำท่วมขัง เพิ่มจุดจอดรถบริเวณศูนย์อิ่มท้องสวนลุมพินี อำนวยความสะดวกให้ประชาชน
กทม. แจงแผนติดตั้งไฟฟ้าทางเดินริมคลอง เดินหน้าขยายพื้นที่ต่อเนื่อง เพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชน
เขตธนบุรี แจงเหตุน้ำรั่วอุโมงค์การก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) สายสีม่วงใต้ งัดมาตรการเชิงรุกป้องกันผลกระทบประชาชน
กทม. เผยความคืบหน้าโครงการปรับปรุงทางเดินริมคลองแสนแสบ เชื่อมต่อการเดินทางครบวงจร คาดแล้วเสร็จทั้งหมดในปี 72
กทม. บูรณาการ รฟม.-ผู้รับจ้าง เร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณแนวก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ถนนสามเสน