เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน) (MPS) ร่วมกับพันธมิตร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ดาโอ จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด จัดงานสัมมนาภายใต้หัวข้อ "Geopolitics & Geoeconomics: Implications for Global Markets and Investment Strategy" เพื่อถ่ายทอดมุมมองเศรษฐกิจโลกและกลยุทธ์การลงทุน ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากภาวะสงครามและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยภายในงานได้รับความสนใจจากลูกค้าผู้ทรงเกียรติ ตลอดจนผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ณ ห้อง Lumphini Grand Hall โรงแรม Grande Centre Point Lumphini, Bangkok
คุณเกษมสิทธิ์ ปฐมศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ท่ามกลางความเสี่ยงจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก บริษัทมุ่งมั่นแสวงหาโอกาสการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืนให้แก่ลูกค้า โดยการจัดงานสัมมนาครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้ลูกค้าสามารถกำหนดกลยุทธ์การลงทุนและบริหารพอร์ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับความผันผวนของภาวะตลาด
รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังอยู่ในช่วง "การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่" ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศ และระบบการค้าโลก ซึ่งอาจนับเป็นการเปลี่ยนแปลงในรอบ 500-600 ปีของระเบียบโลกเดิม โดยสะท้อนผ่านแนวคิดที่ว่า "บางทศวรรษไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่บางสัปดาห์กลับเปลี่ยนแปลงเทียบเท่าหลายทศวรรษ" ซึ่งชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ระยะสั้น แต่กำหนดทิศทางของโลกในระยะยาว
ในมิติของภูมิรัฐศาสตร์โลก ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา คือบทบาทของประธานาธิบดี "โดนัลด์ ทรัมป์" แห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งมองว่าไม่ใช่ "สาเหตุ" ของความเปลี่ยนแปลงโลก แต่เป็นตัวเร่งให้ความเปลี่ยนแปลงนั้นรุนแรงขึ้น ปัจจุบันภาพรวมการเปลี่ยนแปลงกำลังนำไปสู่โลกในรูปแบบที่เรียกว่า "Law of the Jungle" หรือโลกที่กฎหมายมีบทบาทลดลง อำนาจของรัฐมหาอำนาจมีบทบาทเพิ่มขึ้น ประเทศขนาดเล็กจะเผชิญความเสี่ยงมากขึ้นในระบบที่ไม่มี "กลไกคุ้มครอง" เหมือนในอดีต
ทั้งนี้ ความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามคือผลกระทบต่อโครงสร้างพลังงานโลก โดยเฉพาะตลาดน้ำมัน ประเด็นที่น่ากังวลมากกว่าสงครามที่ยืดเยื้อ คือความเป็นไปได้ของ "การทำลายโครงสร้างน้ำมันโลก" ซึ่งอาจสร้างแรงกระแทกต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง และกลายเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางตลาดการเงินในระยะต่อไป
คุณประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก กลยุทธ์สำคัญของนักลงทุนไม่ใช่เพียงการเลือกสินทรัพย์ แต่คือการจัดพอร์ตและกระจายความเสี่ยงให้สอดคล้องกับจังหวะตลาด เพื่อเปิดโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดี
ภายใต้สภาวะตลาดปัจจุบัน นำเสนอแนวทางการลงทุนผ่านกองทุนส่วนบุคคล Merchant Global Selection Fund (MGSF) ซึ่งมีผู้จัดการกองทุนเป็นผู้คัดสรรการลงทุนในกองทุนรวมชั้นนำ ด้วยแนวทาง Active Allocation ที่สามารถปรับพอร์ตตามสถานการณ์ โดยเน้นคัดเลือกกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในสินทรัพย์ที่มีศักยภาพในแต่ละช่วงเวลา เพื่อบริหารการลงทุนให้สอดคล้องกับภาวะตลาดที่มีความผันผวน
ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเริ่มมีสัญญาณเชิงบวกจากเสถียรภาพทางการเมืองที่ชัดเจน เป็นปัจจัยสนับสนุนให้หุ้นไทยกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง โดยกองทุนส่วนบุคคล Merchant All Cap Fund เป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับการลงทุนในช่วงนี้ เนื่องจากเน้นแนวทาง Active Management คัดเลือกหุ้นรายตัวเชิงลึก และรับโอกาสจากการฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไป
คุณกมลยศ สุขุมสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยสงครามและทิศทางนโยบายการเงิน แต่ยังมองเห็นโอกาสลงทุนเชิงโครงสร้างที่เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะใน 3 ธีมหลัก ได้แก่ เทคโนโลยี AI พลังงานโครงสร้างพื้นฐาน และโลหะมีค่า พร้อมแนะนำ 3 กองทุน ได้แก่ A-GRID, A-RING และ A-SLVP เพื่อรองรับโอกาสการลงทุนท่ามกลางความผันผวนของตลาด
คุณกรณรุจ เอื้อนุกูล ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ดาโอ จำกัด กล่าวว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค "The Law of the Jungle" ซึ่งประเทศที่มีศักยภาพเท่านั้นจะสามารถอยู่รอดได้ ท่ามกลางบริบทดังกล่าว การลงทุนในอุตสาหกรรม Defense จึงกลายเป็นหนึ่งในธีมที่มีศักยภาพเติบโตระยะยาว พร้อมนำเสนอกองทุน DAOL-DEFENSE เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของโลกที่มีความไม่แน่นอนสูง
คำเตือน : ข้อมูลและความคิดเห็นที่ปรากฏในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ เป็นการนำเสนอภาพรวมและมุมมองที่ได้จากการสัมมนาเท่านั้น มิได้มีเจตนาเป็นการให้คำแนะนำการลงทุนหรือการเสนอขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล เงื่อนไข และความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต
บลจ.อีสท์สปริง โชว์จ่ายปันผลกองทุนต่างประเทศ-หุ้นไทย รวม 3 กอง มูลค่า 55 ล้านบาท
BRRGIF เตรียมจ่ายเงินลดทุน 0.26 บาท วันที่ 14 ก.ย. นี้
BTSGIF เตรียมจ่ายเงินลดทุน 0.193 บาท วันที่ 10 ก.ย. 2569 นี้
SUPEREIF จ่ายปันผลครั้งที่ 25 ในอัตรา 0.26500 บาทต่อหน่วย กำหนดจ่ายวันที่ 10 กันยายน 2569 นี้
3BBIF เตรียมจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 38 ในอัตรา 0.1400 บาทต่อหน่วย วันที่ 2 ก.ย. นี้
บลจ.อีสท์สปริง จ่ายปันผล 2 กองหุ้นไทย-ตราสารหนี้ไทย " ES-SET50DV2 และ ES-TSARN"รวมมูลค่า 78 ล้านบาท ดีเดย์ 7 ส.ค. 69 นี้
K-WealthPLUS Series ทะลุแสนล้าน! KAsset จับมือพันธมิตรการลงทุน J.P. Morgan Asset Management รุก Lifetime Investment Solutions สร้างอนาคตมั่นคงตลอดช่วงชีวิต
บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดตัว SCBUSDADVANTAGE กองทุน Hedge Fund กองแรกจาก SCBAM
บลจ.อีสท์สปริง ตอกย้ำผู้นำกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มุ่งพาสมาชิกสู่ความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณ