โลก: ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยูโรโซน และญี่ปุ่น แม้สหรัฐฯ จะชะลอแผนโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่านออกไปจนถึงวันที่ 6 เมษายน พร้อมยื่นข้อเสนอ 15 ข้อเพื่อแลกกับการยุติสงคราม แต่อิหร่านยืนยันจะไม่เข้าร่วมการเจรจาโดยตรง เว้นแต่สหรัฐฯ ให้หลักประกันว่าจะไม่กลับมาโจมตีอีก ขณะที่ การเข้าร่วมสงครามและคำขู่ปิดช่องแคบเบบเอลมันเดบของกลุ่มฮูตี อาจทำให้การสู้รบในตะวันออกกลางรวมถึงวิกฤติพลังงานมีแนวโน้มยืดเยื้อต่อไป ทั้งนี้ ผลกระทบต่อกิจกรรมในภาคธุรกิจเริ่มปรากฎชัดเจนขึ้น โดยดัชนี PMI รวมเบื้องต้น (Flash PMI) ของสหรัฐฯ ยูโรโซนและญี่ปุ่น ในเดือนมีนาคมอยู่ระดับต่ำสุดในรอบ 11 เดือน 10 เดือน และ 3 เดือน ตามลำดับ โดยเฉพาะในภาคบริการที่ชะลอตัวชัดเจน ประกอบกับแรงกดดันด้านต้นทุนทั้งจากราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้นและภาวะชะงักงันของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเห็นได้จากระยะเวลาการส่งมอบสินค้าที่ยาวนานขึ้นและความเชื่อมั่นภาคธุรกิจที่ปรับลดลง
จีน: ผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันเริ่มปรากฎ แม้จีนอ่อนไหวน้อยกว่าหลายประเทศ โดยจีนขยายเพดานราคาขายปลีกดีเซลและเบนซินรอบใหม่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 4.45 และ 4.02 บาทต่อลิตร โดยมีผลวันที่ 24 มีนาคม หากไม่ได้กำหนดเพดานดังกล่าว เพดานราคาดีเซลและเบนซินอาจเพิ่มขึ้นถึง 8.45 และ 7.64 บาทต่อลิตรตามกลไกการปรับราคาปัจจุบัน ทั้งนี้ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะเพิ่มแรงกดดันต่อค่าครองชีพ อุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแออยู่เป็นทุนเดิม และธุรกิจที่ต้องพึ่งพาปิโตรเลียม
ไทย: การส่งออกของไทยมีสัญญาณชะลอตัวแม้ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20 โดยในเดือนกุมภาพันธ์ การส่งออกมีมูลค่า 29,439.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 9.9% นำโดยคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (+49.8%) และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (+6.3%) ส่วนตลาดส่งออกสำคัญที่เติบโตสูง ได้แก่ สหรัฐฯ (+40.5%) และญี่ปุ่น (+9.7%) ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 32,273.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 31.8% ส่งผลให้ ดุลการค้าขาดดุล 2,833.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
แม้ว่าการส่งออกยังขยายตัวต่อเนื่องตามวัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ แต่การเติบโตชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญ (เทียบกับ +24.4% ในเดือนมกราคม) ทั้งนี้สวนทางกับการนำเข้าที่มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะการนำเข้าจากจีน (+59.7% ในเดือนกุมภาพันธ์) สำหรับในระยะนี้ การส่งออกอาจได้อานิสงส์จากการเร่งสั่งซื้อ (Front loading) ในช่วงที่สหรัฐฯ ยกเลิกการใช้อัตราภาษีตอบโต้ (Reciprocal tariff) ที่ 19% แต่ใช้อัตราภาษีตามมาตรา 122 ที่ 10% แทน อย่างไรก็ตาม ผลบวกดังกล่าวอาจเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว เนื่องจากสหรัฐฯ กำลังเปิดการไต่สวนทางการค้ากับไทยตามมาตรา 301 เพื่อเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมกับสินค้าเป้าหมาย อาทิ สินค้า ยานยนต์และชิ้นส่วน ยาง และเครื่องจักร ซึ่งมีสัดส่วนการส่งออก ที่ราว 8.5% 4.1% และ 3.4% ตามลำดับ นอกจากนี้ การส่งออกยังเผชิญปัจจัยกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางซึ่งส่งผลให้วัตถุดิบหลายประเภทขาดแคลน (เช่น ปิโตรเคมี) และอุปสงค์จากตะวันออกกลางลดลง (เช่น รถยนต์นั่ง) รวมทั้งต้นทุนการผลิตและการขนส่งที่สูงขึ้น
ข้อมูลเพิ่มเติม
วิจัยกรุงศรี: https://www.krungsri.com/th/research/home
อีเมล: [email protected]
TGE โชว์ Q1/69 รายได้ขายและบริการ 246.7 ลบ. กำไรสุทธิ 48 ลบ. รับรู้รายได้ขายไฟฟ้า - บริหารจัดการโรงไฟฟ้าไบโอแก๊สเพิ่มขึ้น
สถานการณ์ตลาดน้ำมัน สัปดาห์วันที่ 18-22 พฤษภาคม 2569 และแนวโน้มสัปดาห์วันที่ 25-29 พฤษภาคม 2569
ACE โชว์ฟอร์ม Q1/69 โรงไฟฟ้าโซลาร์เด่น หนุนกำไรโต 39.0% กวาดรายได้รวม 1,591.6 ลบ. ตุนโครงการในมือรอ COD อีกเพียบ
ราช กรุ๊ป ประกาศกำไรสุทธิ 1,228 ล้านบาท ไตรมาสแรกปี 2569 เดินหน้าพัฒนาธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัล
TSE เปิดผลงาน Q1/69 รายได้ 327 ลบ. กำไรจากการดำเนินงาน 95.49 ลบ. EBITDA แตะ 117 ลบ. เดินหน้า New Solar Big Lot เฟส 1-2 ดันผลงานโตต่อเนื่อง
EP เทิร์นอะราวด์แล้ว! Q1/69 พลิกกำไร 127.44 ล้านบาท รับรู้รายได้โรงไฟฟ้าลมเวียดนามชัด ดันรายได้โต 68.11%
ETC โชว์งบ Q1/2569 กำไรสุทธิเติบโตรับอานิสงส์ปลอดดอกเบี้ย
WHA Group โชว์ผลประกอบการแข็งแกร่งตามแผนงาน พร้อมเติบโตต่อเนื่องในทุก Business Hubs