เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย ฉลองครบรอบ 7 ปีก่อตั้งบริษัท โดยตลอด 7 ปีที่ผ่านมา เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ยึดมั่นในพันธกิจ "มุ่งเน้นที่ลูกค้าโดยมีประสิทธิภาพเป็นรากฐาน" โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะและเครือข่ายโลจิสติกส์ดิจิทัล เพื่อมอบบริการด้านโลจิสติกส์แบบครบวงจร เชื่อมต่อโลกอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างประโยชน์ให้แก่ทั่วโลกผ่านโลจิสติกส์
เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ได้เพิ่มการลงทุนทั้งในด้านขนาดการดำเนินงานและโครงสร้างพื้นฐาน ปัจจุบันศูนย์คัดแยกพัสดุในประเทศไทยมีพื้นที่รวมมากกว่า 450,000 ตารางเมตร โดยมีความสามารถในการคัดแยกพัสดุต่อวันมากกว่า 20 ล้านชิ้น บุคลากรรวมกว่า 80,000 คน และมีลูกค้าพันธมิตรเกือบ 200,000 ราย สร้างเครือข่ายขนส่งที่ครอบคลุมทั่วประเทศ รองรับความต้องการโลจิสติกส์ทุกรูปแบบอย่างมั่นคง
ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ระบบอัตโนมัติชั้นนำ เครือข่ายบริการครอบคลุม และการส่งมอบประสบการณ์ที่สะดวกสบายแก่ลูกค้า เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ไม่เพียงสร้างมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทย แต่ยังได้รับการยอมรับจากตลาดและผู้บริโภคอย่างสูง กลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักของตลาดโลจิสติกส์ไทย
ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุม ระบบอัตโนมัติระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม เครือข่ายด้านบริการที่กว้างขวาง และประสบการณ์ลูกค้าที่มีคุณภาพสูงและสะดวกสบาย เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ไม่เพียงแต่สร้างมาตรฐานในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของไทยเท่านั้น แต่ยังได้รับการยอมรับอย่างสูงจากตลาดและผู้บริโภค และค่อยๆ กลายเป็นกำลังสำคัญในภาคโลจิสติกส์ของประเทศ
ปี 2568: หมุดหมายสำคัญของการเติบโต เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย
ปี 2568 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการเติบโต บริษัทมีอัตราการเติบโตทางธุรกิจต่อเนื่องด้วยอัตราที่สูงกว่า 40% ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ครองตำแหน่งผู้นำส่วนแบ่งการตลาด ซึ่งช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งในตลาดยิ่งขึ้น
เพื่อตอบสนองต่อแผนพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและสังคมของประเทศไทย (พ.ศ. 2561-2580) บริษัทได้เพิ่มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ดิจิทัล เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการจัดส่งในช่วงปลายทาง (Last-mile Delivery)
ในปี 2568 เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เป็นผู้ให้บริการรายแรกในประเทศไทยที่นำระบบคัดแยกและลำเลียงอัตโนมัติระดับอุตสาหกรรมมาใช้ในเครือข่ายการจัดส่งช่วงปลายทาง การยกระดับสู่ระบบอัจฉริยะอย่างครบวงจรนี้ ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุนในทุกขั้นตอนอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังเสริมความเสถียรของบริการ ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในระยะยาว
ในด้านการขยายเครือข่ายบริการ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ยังคงมุ่งเน้นความสะดวกสบายของลูกค้าเป็นสำคัญ โดยปัจจุบันมีร้านค้า J&T Home มากกว่า 6,500 แห่ง และสถานีเทอร์มินัลมากกว่า 1,000 แห่ง อีกทั้งยังขยายจุดรับ-ส่งพัสดุไปยังพื้นที่ที่มีอัตราการใช้งานสูง เช่น มหาวิทยาลัย ร้านสะดวกซื้อ และสถานีบริการน้ำมัน เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ เพื่อให้สอดคล้องต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในยุคดิจิทัล ในปี 2569 เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ได้เปิดตัวบริการ "Scan to Pick Up" บริการเข้ารับพัสดุถึงบ้าน เพียงสแกน QR Code ก็สามารถเรียกพนักงานเข้ารับพัสดุได้ทุกที่ ทุกเวลา ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้บริการ สะท้อนถึงการยกระดับระบบจัดสรรงานและเส้นทางขนส่งให้มีความอัจฉริยะ และปรับให้เหมาะกับผู้ใช้บริการแต่ละรายได้ดียิ่งขึ้น
เดินหน้าสู่ความยั่งยืน เติบโตเคียงข้างสังคมไทย
ในฐานะบริษัทขนส่งชั้นนำของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ได้สร้างอาชีพในประเทศไทยราว 80,000 ตำแหน่ง โดยยึดมั่นในแนวคิด "เติบโตเคียงข้างชุมชน และมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม" โดยนอกเหนือจากการดำเนินธุรกิจหลัก บริษัทยังได้ต่อยอดความเชี่ยวชาญไปสู่การพัฒนาสังคมในหลากหลายมิติ ทั้งด้านการศึกษา สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอุตสาหกรรม
ในปี 2568 บริษัทได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นจัดตั้งทุนการศึกษา เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาแก่นักศึกษารวม 30 ราย อีกทั้งยังร่วมมือกับสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เปิดโอกาสให้นักศึกษาสาขาโลจิสติกส์กว่า 70 ราย เข้าเยี่ยมชมและเรียนรู้การทำงานจากสถานประกอบการจริง
ด้านสังคมและชุมชน เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ร่วมกับ มูลนิธิกระจกเงา มอบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แก่โรงเรียนที่ขาดแคลน รวมถึงให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ในภาคใต้ โดยจัดส่งสิ่งของจำเป็น อาทิ อาหาร น้ำดื่ม และเสื้อผ้า
ด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยในปี 2568 บริษัทได้ร่วมกับกรมป่าไม้ ในการดูแลและติดตามการเติบโตของพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแควระบมและป่าสียัดที่ 19 ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 10 ปี
นอกจากนี้ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ยังเป็นหนึ่งในผู้ริเริ่มใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ถุงรักษ์โลกแบบใช้ซ้ำได้ ถุงกันน้ำย่อยสลายได้ เทปกาวย่อยสลายได้ และระบบใบปะหน้าพัสดุดิจิทัลแบบหน้าเดียว ปัจจุบัน ถุงรักษ์โลกแบบใช้ซ้ำได้ถูกนำมาใช้ครอบคลุมเส้นทางขนส่งหลักถึง 100%
สำหรับการจัดส่งในระยะสุดท้าย บริษัทได้เริ่มใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในปี 2568 โดยใช้พลังงานสะอาดเพื่อทดแทนการขนส่งที่ใช้เชื้อเพลิงแบบดั้งเดิม ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนการดำเนินงาน เพื่อให้การขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกลายเป็นมาตรฐานใหม่
นอกจากนี้ ด้วยการใช้จุดแข็งด้านเครือข่ายโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมและความสามารถในด้านบริการระดับมืออาชีพ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ได้ริเริ่มโครงการความร่วมมือและการสนับสนุนที่มุ่งเน้นการพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศไทยหลายโครงการ โดยในปี 2568 เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดตัวโครงการ J&T Suppports Local Farmers สนับสนุนเกษตรกรไทยด้วยส่วนลดค่าบริการจัดส่ง โดยมีจุดประสงค์ลดต้นทุนการขนส่งแก่เกษตรกร อำนวยความสะดวกในด้านบริการจัดส่งผลไม้สดในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยขยายช่องทางการจำหน่ายผลผลิต ในขณะเดียวกัน บริษัท ยังได้ร่วมมือกับสมาคมทุเรียนไทยและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านการจัดการโลจิสติกส์สินค้าเกษตรขั้นสูง ช่วยสร้างมาตรฐานและควบคุมโลจิสติกส์สินค้าเกษตรในประเทศ และเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของสินค้าเกษตรให้เติบโตในตลาดที่กว้างขึ้น
Ms. Winni Li ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส กล่าวว่า "การเป็นองค์กรที่เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนได้นั้น ขึ้นอยู่กับการขับเคลื่อนประสิทธิภาพและการพัฒนาอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน เราไม่เพียงให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังสามารถเติบโตและพัฒนาไปพร้อมกับสังคมไทยผ่านการบริหารจัดการที่สอดคล้องต่อแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการบริหารจัดการองค์กร"
ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าและความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างยั่งยืน ด้านการขนส่งในประเทศ บริษัทได้ทำหน้าที่เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างภูมิภาค ซึ่งช่วยส่งเสริมการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ ขณะที่การขนส่งหว่างประเทศ บริษัทได้ใช้ศักยภาพด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศและพิธีการทางศุลกากรในการเชื่อมโยงสินค้าไทยสู่ตลาดอาเซียนและตลาดโลก
ในอนาคต เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส จะยังคงเดินหน้าลงทุนด้านเทคโนโลยีควบคู่กับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทยสู่ความอัจฉริยะ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นผู้ใช้บริการเป็นศูนย์กลาง พร้อมสร้างระบบนิเวศโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ สะดวกสบาย และยั่งยืนยิ่งขึ้น เพื่อร่วมผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศไทยอย่างยั่งยืน
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เสริมโลจิสติกส์ภาคเกษตร หนุนเกษตรกรไทยเติบโตยั่งยืน
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส จับมือ คาลเท็กซ์ ขยายจุดให้บริการรับ-ส่งพัสดุ ยกระดับความสะดวกสบายแก่ลูกค้าทั่วประเทศ
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส จับมือ อีจัน เดินหน้าโครงการ "ของขวัญห้าพันชิ้น" สนับสนุนโอกาสทางการเรียนรู้แก่เด็กและเยาวชนไทย
J&T Home เปลี่ยนพื้นที่บ้าน เป็นโอกาสสร้างรายได้เสริม กับเครือข่ายโลจิสติกส์ระดับประเทศ
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส จับมือ กรมส่งเสริมการเกษตร พัฒนาโลจิสติกส์ภาคการเกษตร หนุนคนไทยอุดหนุนสินค้าเกษตรไทย ส่งตรงจากสวนถึงผู้บริโภค
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เปิดบ้านต้อนรับคณะ SME Development Center หอการค้าไทย
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส จัดกิจกรรมอบรมกฎหมายจราจร ประจำปี 2568 ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยบนท้องถนน
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เปิดตัว EV Bike รุ่นใหม่ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโลจิสติกส์สู่มาตรฐาน ESG ยกระดับการขนส่งสีเขียว