นางสาวพิศมัย เรืองศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา (สนศ.) กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการดำเนินการกรณีข้อร้องเรียนครูโรงเรียนสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ สำนักงานเขตประเวศ มีพฤติกรรมยักยอกเงินออมของเด็กนักเรียน รวมถึงมาตรการบริหารจัดการโครงการเงินออม/เงินฝากของเด็กนักเรียน เพื่อความโปรงใสและป้องกันเหตุทุจริตว่า สนศ. ได้ติดตามตรวจสอบกรณีที่เกิดขึ้น โดยระหว่างการสอบสวนวินัยกับข้าราชการครูรายดังกล่าว กทม. ได้รับข้อร้องเรียนเพิ่มเติมว่า กรณีนี้มีผู้ถูกกล่าวหาเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในหน่วยงานเดียวกันร่วมกันกระทำผิดวินัยหลายราย จึงได้สั่งการให้สำนักงานเขตฯ ยกเลิกกระบวนการสอบสวนเดิมและดำเนินการสอบสวนให้ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งกระบวนการตรวจสอบทางวินัยของ กทม. มีหลักเกณฑ์และขั้นตอนตามที่กฎหมายกำหนดไว้ โดยต้องผ่านการตรวจสอบสำนวนจากคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร (ก.ก.) ซึ่งประกอบด้วย ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ทักษะ ความเชี่ยวชาญทางด้านวินัย และมีความเป็นกลาง เป็นผู้ตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมาย ตั้งแต่กระบวนการสอบสวนตั้งแต่ชั้นสืบสวนข้อเท็จจริง สอบสวนวินัย และการกำหนดโทษแก่ผู้กระทำผิดวินัย
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันธนาคารโรงเรียนฯ หยุดดำเนินการแล้ว การแก้ไขปัญหาเบื้องต้นให้แก่นักเรียนและผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบจากเหตุดังกล่าว ผู้อำนวยการโรงเรียนได้ให้คณะกรรมการชุดเดิมหยุดปฏิบัติหน้าที่ และมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการทำงานชุดใหม่ ลงวันที่ 1 มี.ค. 67 โดยให้คณะกรรมการชุดใหม่เป็นผู้ดำเนินการปิดบัญชีให้กับเด็กนักเรียน จากฐานข้อมูลเอกสารบัญชีที่ยังไม่ได้ปิดบัญชีในระบบ ณ วันที่ 28 ก.พ. 67 ซึ่งเจ้าหน้าที่ธนาคารออมสินได้พิมพ์รายงานต่อครูที่ดำเนินการปิดบัญชีในขณะนั้น การปิดบัญชีเป็นการใช้วิธีการทำด้วยมือ ซึ่งจะโปร่งใสกว่าการทำในระบบของธนาคาร โดยโรงเรียนได้ปิดบัญชีให้นักเรียนที่ได้แจ้งความประสงค์ขอปิดบัญชีแล้ว แต่ยังมีบางส่วนที่ไม่ทราบว่าจะปิดบัญชีได้ทั้งหมดหรือไม่ เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าบัญชีของนักเรียนที่ยังไม่ได้ปิดบัญชีจบการศึกษาเมื่อใด หรือมีถิ่นที่อยู่ที่ใดบ้าง ซึ่งโรงเรียนฯ ได้ประชาสัมพันธ์แจ้งข่าวสารให้นักเรียนที่จบการศึกษา หรือลาออก ที่เคยเปิดบัญชีไว้ทราบผ่านกลุ่มไลน์ และเพจเฟซบุ๊กของโรงเรียน เพื่อให้มาดำเนินการปิดบัญชีที่โรงเรียนต่อไป
ทั้งนี้ สนศ. ได้แจ้งให้ผู้อำนวยการเขตกำชับ ควบคุม ดูแล และซักซ้อมความเข้าใจกับโรงเรียนในสังกัด ให้ถือปฏิบัติและดำเนินการตามข้อสั่งการของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเกี่ยวกับการดำเนินโครงการธนาคารโรงเรียน โดยการดำเนินโครงการในลักษณะครูทำหน้าที่รับฝากเงินและรวบรวมนำส่งให้กับธนาคารนั้น หากไม่มีกระบวนการควบคุมตรวจสอบที่โปร่งใส หรือรัดกุมเพียงพอ ย่อมเป็นช่องทางให้เกิดการทุจริต หรือกระทำผิดกฎหมายอันอาจส่งผลให้ กทม. เสื่อมเสียชื่อเสียงและได้รับความเสียหาย ทั้งยังเป็นการเพิ่มภาระหน้าที่ความรับผิดชอบให้กับครู ดังนั้น หากโรงเรียนใดจะดำเนินโครงการดังกล่าวต่อไปให้เป็นไปในลักษณะนักเรียนนำเงินมาฝากกับธนาคารโดยตรงเท่านั้น
BUSINESS+ จับมือ ม.หอการค้าไทย จัดงาน "Thailand Top Company Awards 2026" เชิดชูองค์กรธุรกิจไทยต้นแบบแห่งความสำเร็จ
ดั๊บเบิ้ล เอ ยืนยัน "คงราคากระดาษ" ท่ามกลางต้นทุนที่สูงขึ้น พร้อมเตรียมสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการใช้งาน
BWG ผนึกกำลัง Centre Point Hotels Group เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่านโครงการ "ส่งขยะกลับบ้าน" สู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน
SCBX ผนึก SCG ลงนามความร่วมมือด้าน AI และการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา
พญาไทศรีราชา ต้อนรับกรมสวัสดิการฯ ศึกษาดูงานองค์กรต้นแบบสร้างเสริมสุขภาวะระดับประเทศ
กทม. ผนึกกำลัง เจแอลแอล ประเทศไทย ยกระดับโครงการจัดการขยะทั่วเมือง
WHAIR ทุบสถิติรายได้สูงสุด 1,017 ล้านบาท โชว์กำไรโต 18% พร้อมจ่ายปันผล 0.1755 บาท/หน่วย ชูความแข็งแกร่งพอร์ตสินทรัพย์คุณภาพใน EEC
"SAPPE" ร่วมงาน Opp Day กางแผนปี 2569 ตั้งเป้ารายได้โต 15% เร่งดัน 'Mogu Mogu' สู่ Global Brand