กรมชลฯ เดินหน้าพัฒนา "อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ใจ (ห้วยหก)" แก้แล้งอย่างยั่งยืน เติมน้ำให้ชุมชน รักษาระบบนิเวศพะเยา

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

ท่ามกลางความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ และปรากฎการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศแบบสุดขั้ว จึงต้องเตรียมพร้อมรับมือ ทั้งการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค และเกษตรกรรม โดยตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา เป็นหนึ่งในพื้นที่ประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงและขาดแคลนน้ำต่อเนื่องในฤดูแล้ง ส่วนในฤดูน้ำหลาก กลับไม่มีแหล่งน้ำสำหรับกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ ทำให้กรมชลประทาน เดินหน้าพัฒนา "โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ใจ (ห้วยหก)" เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน และพลิกฟื้นชีวิตเกษตรกรในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการยื่นหนังสือแจ้งความประสงค์ให้สร้างอ่างเก็บน้ำ จากภาคประชาชนเป็นจุดเริ่มต้น

กรมชลฯ เดินหน้าพัฒนา "อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ใจ (ห้วยหก)" แก้แล้งอย่างยั่งยืน เติมน้ำให้ชุมชน รักษาระบบนิเวศพะเยา

น.อ. สุรชิต ดวงจันทร์ ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำห้วยแม่ใจ (ห้วยหก) ในฐานะผู้ยื่นหนังสือ กล่าวว่า เมื่อเดือนกรกฏาคม ปี 2556 กลุ่มผู้ใช้น้ำห้วยแม่ใจ ได้รวมตัวกันยื่นหนังสือถึงกรมชลประทาน ขอให้สร้างอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ใจ (ห้วยหก) เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ทั้งในการอุปโภคบริโภค รวมถึงภาคการเกษตร ซึ่งพื้นที่กว่าร้อยละ 80 อยู่นอกเขตชลประทาน กรมชลฯ เดินหน้าพัฒนา "อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ใจ (ห้วยหก)" แก้แล้งอย่างยั่งยืน เติมน้ำให้ชุมชน รักษาระบบนิเวศพะเยา

น.อ. สุรชิต ระบุว่า "หากมีอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ใจ (ห้วยหก) จะทำให้ราษฎรมีน้ำอุปโภคบริโภคไม่ขาด และทำให้ภาคการเกษตรวางแผนเพาะปลูกได้ สามารถกักเก็บน้ำ ในฤดูน้ำหลาก บรรเทาปัญหาน้ำท่วม และลดความเสี่ยงเรื่องการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งจากสภาพอากาศแปรปรวน ที่นับวันจะรุนแรงขึ้น"

นางดรรชณี เฉยเพ็ชร ผู้เชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม กรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทาน ได้ร่วมกับภาคราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและราษฎรในพื้นที่ เพื่อศึกษารายละเอียดรอบด้าน และเห็นว่ามีแนวทางช่วยเหลือได้ ด้วยการสร้างอ่างเก็บน้ำในลำห้วยแม่ใจ (ห้วยหก) ในพื้นที่

"มีการศึกษาความเหมาะสมหลาย ๆ ด้าน โครงการนี้ คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี งบต้นทุนโครงการ 490.31 ล้านบาท เป็นค่าชดเชยที่ดินและทรัพย์สิน 47.22 ล้านบาท ซึ่งมีความคุ้มค่าทางด้านเศรษฐศาสตร์ เมื่อมีโครงการ ทำให้รายได้ของครัวเรือนเกษตรจากเดิม 7,874 บาทต่อไร่ เพิ่มขึ้นเป็น 20,569 บาทต่อไร่ หากมีโครการฯ เกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มขึ้น นางดรรชณี กล่าว

โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ใจ (ห้วยหก) รูปแบบเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ความจุกักเก็บ 2.825 ล้านลูกบาศก์เมตร ครอบคลุมพื้นที่รับประโยชน์ทั้งพื้นที่ดอน และพื้นที่ลุ่ม 2,300 ไร่ ในตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา โดยตัวอ่างเก็บน้ำออกแบบเป็นเขื่อนดินถมแกนดินเหนียว ความสูงเขื่อนบริเวณจุดที่สูงสุดประมาณ 40 เมตร ความยาวเขื่อน 208 เมตร พร้อมอาคารระบายน้ำล้นและท่อส่งน้ำ ที่สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถกักเก็บน้ำ และกระจายน้ำสู่พื้นที่เกษตรกรรมได้อย่างต่อเนื่อง

นายสิทธิสง เพ็ชรพลอย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บ้านทุ่งป่าข่า ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา กล่าวว่า ปกติเกษตรกรจะเพาะปลูกช่วงฤดูฝน ส่วนฤดูแล้งแรงงานบางส่วนต้องอพยพไปเป็นแรงงานต่างถิ่นเพื่อหารายได้อื่น ปล่อยให้พื้นที่รกร้างว่างเปล่า แต่หากมีอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ใจ (ห้วยหก) จะทำให้มีน้ำเพียงพอสำหรับการวางแผนเพิ่มรอบการเพาะปลูก ลดต้นทุนในการสูบน้ำเข้าพื้นที่ ทำให้ครอบครัวมีรายได้เพิ่มขึ้น และสมาชิกในครอบครัวก็ไม่ต้องอพยพไปเป็นแรงงานต่างถิ่นด้วย

ปัจจุบันโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ใจ (ห้วยหก) อยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การรับฟังความคิดเห็น การกำหนดมาตรการป้องกันและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการติดตามผลการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่

โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ใจ (ห้วยหก) จังหวัดพะเยา จึงไม่ได้เป็นเพียงโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ แต่เป็น "คำตอบ" ของปัญหาภัยแล้งที่ยาวนานของชุมชน โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากเสียงเล็ก ๆ ของเกษตรกร สู่การขับเคลื่อนเชิงนโยบายของภาครัฐ และวันนี้โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ใจ (ห้วยหก) กำลังกลายเป็นความหวังสำคัญ ในการรับมือภัยแล้งที่นับวันจะรุนแรงขึ้น ให้กลายเป็นการสร้างความมั่นคงด้านน้ำ พร้อมกับเพิ่มศักยภาพภาคการเกษตร และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต


ข่าวการบริหารจัดการน้ำ+บริหารจัดการน้ำวันนี้

กรมชลฯ เดินหน้าศึกษา EIA ประตูระบายน้ำแม่น้ำยม บน-ล่าง รับมือภัยแล้งจากซูเปอร์เอลนีโญ หนุนเกษตรกว่า 6 หมื่นไร่

กรมชลประทาน เร่งขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการน้ำ ในลุ่มน้ำยมอย่างเป็นระบบ ผ่านโครงการอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำยม ตอนบนและตอนล่าง จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ จังหวัดพิจิตร จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่เกษตรกรรม และเพิ่มศักยภาพการสูบน้ำให้สถานีสูบน้ำที่มีอยู่ในปัจจุบัน ดร.พรมงคล ชิดชอบ ผู้อำนวยการกองพัฒนาการบริหารจัดการน้ำและการมีส่วนร่วมกรมชลประทาน ระบุว่าลุ่มน้ำยมประสบภัยน้ำท่วมและน้ำแล้งซ้ำซาก เพราะขาดโครงสร้างควบคุมและกักเก็บน้ำที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ฤดูฝนน้ำไหลผ่านโดยไม่ได้

OR ขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำมันอัจฉริยะครบวงจร ด้วยระบบ OR Digital Supply Chain

OR ยกระดับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานน้ำมันด้วยระบบ OR Digital Supply Chain เชื่อมโยงข้อมูลครบวงจรตั้งแต่จัดซื้อถึงจำหน่าย เพื่อให้มองเห็นสถานการณ์ได้รอบด้าน วางแผนอย่างเป็นระบบ และบริหารจัดการตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน...

ท่ามกลางผืนดินอีสานที่คุ้นชินกับทั้งภาพคว... กรมชลประทานเผยความคืบหน้าโครงการ โขง-เลย-ชี-มูล พลิกอีสานสู่ความมั่นคงทางน้ำ 1.3 ล้านไร่ — ท่ามกลางผืนดินอีสานที่คุ้นชินกับทั้งภาพความแห้งแล้ง และสายน้ำหล...

กรมพัฒนาที่ดิน เผยแพร่องค์ความรู้และเทคโน... เปลี่ยน "ดินปัญหา" ให้เป็นดินสร้างผลผลิต เพิ่มศักยภาพพื้นที่เกษตร สู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง — กรมพัฒนาที่ดิน เผยแพร่องค์ความรู้และเทคโนโลยีการจัดการ "ดิน...

กรมพัฒนาที่ดิน โดยศูนย์ปฏิบัติการพัฒนาที่... จากหยดน้ำสู่รอยยิ้มบนดอย พด. จัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ระบบส่งน้ำ เติมชีวิตใหม่ให้เกษตรกร — กรมพัฒนาที่ดิน โดยศูนย์ปฏิบัติการพัฒนาที่ดินโครงการหลวง (ศพล.) ...