ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ชวนมองให้ลึกกว่า "คำบนกล่อง" พร้อมชี้ไข่ไก่ปลอดกรงคือก้าวแรกสู่สวัสดิภาพสัตว์ที่ดีขึ้น
เมื่อคำว่า "ไข่ไก่อารมณ์ดี" เริ่มปรากฏให้เห็นมากขึ้นบนผลิตภัณฑ์และในบทสนทนาเรื่องอาหารในประเทศไทย คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่าไข่ฟองนั้นมาจากไหน แต่คือ แม่ไก่ที่อยู่เบื้องหลังไข่ฟองนั้นมีชีวิตอย่างไร ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล องค์กรพิทักษ์สัตว์ระหว่างประเทศ ชวนผู้บริโภคทำความเข้าใจเรื่องสวัสดิภาพแม่ไก่ พร้อมชี้ว่าการเปลี่ยนจากระบบกรงสู่ระบบปลอดกรง (Cage-Free) เป็นหนึ่งในก้าวแรกที่ช่วยให้แม่ไก่มีพื้นที่และโอกาสแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติมากขึ้น
ความสนใจเรื่องสวัสดิภาพแม่ไก่ไม่ได้เป็นเพียงกระแสในภาคธุรกิจหรือผู้ผลิตเท่านั้น แต่ยังสอดคล้องกับความสนใจของผู้บริโภคไทย ข้อมูลจากงานวิจัยที่เผยแพร่ใน Frontiers in Animal Science[1] ซึ่งสำรวจผู้บริโภค 4,292 คน ใน 14 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย สะท้อนว่าประเด็นสวัสดิภาพแม่ไก่ไม่ได้ไกลตัว โดย 74.6% ของผู้ตอบแบบสำรวจในไทยเชื่อว่าแม่ไก่ไข่ส่วนใหญ่ในประเทศถูกเลี้ยงในระบบกรง ขณะที่ 68.6% มีแนวโน้มเลือกซื้อไข่จากแม่ไก่ที่ไม่ได้ถูกเลี้ยงในกรง
"คำว่า 'ไข่ไก่อารมณ์ดี' เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจชีวิตของแม่ไก่มากขึ้น แต่สิ่งสำคัญคือการมองให้ลึกกว่าชื่อเรียก ว่าแม่ไก่ได้รับการเลี้ยงดูในระบบแบบไหน การเปลี่ยนจากระบบกรงสู่ระบบปลอดกรงจึงเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของแม่ไก่ได้อย่างเป็นรูปธรรม" ศนีกานต์ รศมนตรี ผู้อำนวยการซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ประเทศไทย กล่าว
แล้ว "ปลอดกรง" สำคัญอย่างไร?
หนึ่งในข้อจำกัดสำคัญของระบบกรงคือการจำกัดการเคลื่อนไหวและโอกาสในการแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติของแม่ไก่ เช่น การกางปีก เกาะคอน อาบฝุ่น ทำรัง และคุ้ยเขี่ยหาอาหาร ขณะที่ระบบปลอดกรงที่มีการจัดการอย่างเหมาะสมเปิดโอกาสให้แม่ไก่แสดงพฤติกรรมเหล่านี้ได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม Cage-Free ไม่ได้หมายความว่าปัญหาด้านสวัสดิภาพทั้งหมดจะหมดไป คุณภาพชีวิตของแม่ไก่ยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งความหนาแน่นในการเลี้ยง สุขภาพของฝูง คุณภาพอากาศ การเข้าถึงอาหารและน้ำ รวมถึงการจัดการโรงเรือนและการดูแลจากผู้เลี้ยง
การเปลี่ยนแปลงกำลังเกิดขึ้นในภาคธุรกิจ
การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบอาหารที่คำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในระดับผู้บริโภค แต่กำลังขยายไปสู่ภาคธุรกิจในประเทศไทย โดยซิเนอร์เจีย แอนนิมอลทำงานร่วมกับบริษัทชั้นนำหลายแห่งเพื่อผลักดันนโยบายไข่ไก่ปลอดกรง (Cage-Free Egg Policy) อาทิ Chatrium Hospitality, Banyan Tree, ZEN Group, Sukishi, Minor Food และ Minor Hotels
ขณะเดียวกัน ONYX Hospitality Group ได้เปลี่ยนมาใช้ไข่ไก่ปลอดกรง 100% แล้ว สะท้อนให้เห็นว่าภาคธุรกิจกำลังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของระบบอาหาร และการยกระดับมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์สามารถเกิดขึ้นได้ผ่านความร่วมมือระหว่างผู้บริโภค ภาคธุรกิจ และผู้ผลิต
สำหรับผู้บริโภค "ไข่ไก่อารมณ์ดี" อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการตั้งคำถาม แต่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเกิดขึ้นเมื่อเราเริ่มมองไปไกลกว่าคำบนบรรจุภัณฑ์ และให้ความสำคัญกับ ชีวิตของสัตว์ที่อยู่เบื้องหลังอาหารที่เราเลือกในแต่ละวัน
ลัช ประเทศไทย จับมือ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก เปิดตัวแคมเปญ "Asian Elephant Shower Jelly" ยุติการใช้ช้างเพื่อความบันเทิง
ไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับภูมิภาคด้านความโปร่งใสและความรับผิดชอบของภาคธุรกิจ การประเมินระบบไข่ไก่ปลอดกรงของเอเชีย ปี 2025
องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกระบุไทยพร้อมขึ้นแท่นศูนย์กลาง Elephant-Friendly Tourismรองรับกระแสนักท่องเที่ยวจีนที่ใส่ใจสวัสดิภาพสัตว์และการท่องเที่ยวเชิงจริยธรรมเพิ่มขึ้น
การแก้โลกร้อนจะล้มเหลว หากยังละเลย "ระบบอาหารที่เป็นธรรม"
องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก มอบวัคซีนพิษสุนัขบ้าต่อเนื่อง 10,000 เข็ม เนื่องในวันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลกเพื่อสร้างชุมชนปลอดภัย
ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล จัดนิทรรศการภาพถ่าย "ชีวิตในกรง" เผยความจริงเบื้องหลังจากฟาร์มไข่ไก่ 37 ประเทศทั่วโลก
องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก จับมือ อบต.หนองสนิท จ.สุรินทร์ และปศุสัตว์ หนุนเกษตรกรพลิกฟาร์มสู่ระบบอาหารที่เท่าเทียม มีมนุษยธรรมและยั่งยืน
ไข้หวัดนกระบาดในบราซิล สัญญาณเตือนถึงเวลาเปลี่ยนระบบอาหารโลก