"วอริกซ์" ผู้นำผลิตภัณฑ์ Sport - Health & Lifestyle แบบครบวงจร ยื่นไฟลิ่งเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ยกระดับแบรนด์ไทยก้าวสู่ระดับโลก

พฤหัส ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๕ ๑๔:๒๓
บมจ.วอริกซ์ สปอร์ต ยื่นแบบไฟลิ่งต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) วางเป้าหมายเติบโตสู่แบรนด์ชั้นนำระดับโลกในธุรกิจกีฬา สุขภาพ และไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร พร้อมชูความแข็งแกร่งผู้นำผลิตภัณฑ์แบรนด์เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬา ที่เชี่ยวชาญในเรื่องนวัตกรรมเส้นใยและมีประสิทธิภาพเทียบเท่าระดับสากล
วอริกซ์ ผู้นำผลิตภัณฑ์ Sport - Health Lifestyle แบบครบวงจร ยื่นไฟลิ่งเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ยกระดับแบรนด์ไทยก้าวสู่ระดับโลก

นายวิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัท เป็นผู้จำหน่ายเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาชั้นนำในประเทศไทยภายใต้แบรนด์ 'วอริกซ์' (WARRIX) ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนานวัตกรรมเส้นใยและเนื้อผ้าให้มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับแบรนด์ระดับโลก ผสานเอกลักษณ์ดีไซน์การออกแบบที่เป็นสากลและมีความโดดเด่นทันสมัยเป็นของตัวเอง ด้วยคอนเซปต์ "Warrior" หรือ "นักรบ" แสดงถึงชัยชนะ ความแข็งแรง ดุดัน และเป็นสุภาพบุรุษ พร้อมมุ่งปรับภาพลักษณ์สินค้าสู่ Lifestyle Brand รองรับแผนกลยุทธ์สู่ธุรกิจ Sport - Health & Lifestyle แบบครบวงจร โดยเน้นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกีฬา สุขภาพ กิจกรรมการผจญภัยท่องเที่ยว และไลฟ์สไตล์ต่างๆ เพื่อเป้าหมายพัฒนาแบรนด์ WARRIX สู่แบรนด์ชั้นนำระดับโลก

ปัจจุบัน สินค้าและผลิตภัณฑ์ของวอริกซ์ แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1) สินค้า Licensed Product ประกอบด้วย สินค้าและผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับทีมชาติ โดยได้รับสิทธิจากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย สมาคมบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย กีฬาประเภทอื่นๆ และทีมชาติต่างประเทศ รวมทั้งได้รับสิทธิสนับสนุนทีมสโมสรฟุตบอลในประเทศไทย และสินค้าลิขสิทธิ์อื่นๆ สำหรับองค์กร สถานศึกษา และกิจกรรมต่างๆ 2) สินค้า Non - Licensed Product เป็นสินค้าที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันและปรับเปลี่ยนตามความนิยม ประกอบด้วย สินค้าคอลเลคชั่น (Collection) สินค้าคลาสสิค (Classic) สินค้าทำตามคำสั่ง (Made to Order) และสินค้าอื่นๆ

ทั้งนี้ 'วอริกซ์' ยังมีช่องทางจัดจำหน่ายที่หลากหลายถึง 6 ช่องทาง ได้แก่ 1) ร้านค้าทั่วไป ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ 2) งานโครงการ (Project Base) 3) ช่องทางออนไลน์ 4) ร้านค้าของบริษัทฯ 5) สัญญาสนับสนุนต่างๆ และ 6) งานจัดรายการสินค้า งานแสดงต่างๆ และการขายอื่นๆ ซึ่งช่องทางจัดจำหน่ายที่หลากหลายนี้จะช่วยขับเคลื่อนการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่มีเป้าหมายมุ่งขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์จากนักกีฬาและแฟนกีฬา ไปยังกลุ่มผู้บริโภคอื่นๆ ทุกเพศทุกวัย

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังเดินหน้าพัฒนาธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ โดยเปิดให้บริการคลินิกกายภาพบำบัด Warrix Physiotherapy & Performance Studio สำหรับการพัฒนาศักยภาพของนักกีฬาอาชีพและบุคคลทั่วไปอย่างถูกวิธี โดยมีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีประสบการณ์ในด้านการรักษาฟื้นฟู คอยให้คำปรึกษาและองค์ความรู้ด้านโภชนาการ รวมถึงเทรนเนอร์มืออาชีพ พร้อมด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย และคอร์สเฉพาะทางสำหรับกลุ่มกิจกรรม เช่น ฟุตบอล มาราธอน กอล์ฟ จักรยาน และออฟฟิศซินโดรม เป็นต้น

"วอริกซ์ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์เสื้อผ้ากีฬาเท่านั้น แต่เรามุ่งมั่นสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจ Sport - Health & Lifestyle แบบครบวงจร ผ่านการสนับสนุนอีเวนท์กีฬาอื่นๆ เทศกาลดนตรี และเพิ่มสินค้าให้หลากหลายมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้า โดยมีเป้าหมายพัฒนาโครงการหรือกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักอย่างต่อเนื่อง เช่น ศูนย์สุขภาพ และการขยายรูปแบบธุรกิจสู่ Metaverse โดยนำนักฟุตบอลทีมชาติมาสร้างเป็น NFT เป็นต้น ล่าสุด บริษัทฯ ได้ร่วมมือพันธมิตรรายใหม่ ได้แก่ สัญญาให้การสนับสนุนสมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย และสัญญาให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายของบริษัทฟิตเนสชั้นนำ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านผลการดำเนินงานในระยะยาวอีกด้วย" นายวิศัลย์ กล่าว

ล่าสุด บริษัทฯ ได้แต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงิน ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 180 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 30 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ ปัจจุบัน บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 600 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น โดยเป็นทุนที่ออกและชำระแล้ว จำนวน 210 ล้านบาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 420 ล้านหุ้น โดยมีแผนนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้ลงทุนในโครงการก่อสร้างอาคารคลีนิคกายภาพและศูนย์ออกกำลังกาย ถนนพระราม 9 เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์สุขภาพและออกกำลังกาย และใช้เป็นสำนักงาน ส่วนที่เหลือนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับโครงการต่างๆ

ที่มา: เอ็มที มัลติมีเดีย

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด