ศธ. ให้ของขวัญประชาชนในช่วงปีใหม่ เปิดศูนย์พัฒนาอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ กระทรวงศึกษาธิการ ประจำจังหวัด

อังคาร ๒๘ ธันวาคม ๒๐๒๑ ๐๙:๔๓
นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์พัฒนาอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ กระทรวงศึกษาธิการ ประจำจังหวัด (Ministry of Education Career and Entrepreneurship Center) หรือ ศูนย์ CEC และโครงการอาชีวะจิตอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชน เทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2565 ณ วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี
ศธ. ให้ของขวัญประชาชนในช่วงปีใหม่ เปิดศูนย์พัฒนาอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ กระทรวงศึกษาธิการ ประจำจังหวัด

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากนโยบายของรัฐบาล ในการเตรียมพร้อมกำลังคนและการเสริมสร้างศักยภาพของประชากรในทุกช่วงวัย มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพทุนมนุษย์ของประเทศ โดยพัฒนาคนให้เหมาะสมตามช่วงวัย เพื่อให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยมุ่งพัฒนาทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการในตลาดแรงงานและทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 ส่งเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจกระแสใหม่ อาทิ เศรษฐกิจ ดิจิทัล เศรษฐกิจฐานชีวภาพ เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม รวมทั้งการพัฒนาวิสาหกิจตั้งใหม่ (Start Up) และวิสาหกิจเพื่อสังคม รวมถึงการสร้างสังคมผู้ประกอบการเพื่อต่อยอดฐานการผลิตและบริการการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจและบริการ โดยคำนึงถึงขีดความสามารถในการรองรับของระบบนิเวศและศักยภาพของพื้นที่

กระทรวงศึกษาธิการจึงได้จัดตั้ง "ศูนย์พัฒนาอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ กระทรวงศึกษาธิการ ประจำจังหวัด ทั้ง 77 จังหวัด" ขึ้น โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการ ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานคณะกรรมการการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมทั้งผนึกกำลังกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ในการเข้ามาเป็นหุ้นส่วนในการพัฒนาอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการฝึกอบรมทักษะอาชีพให้กับนักเรียน นักศึกษา และประชาชน ตามความต้องการที่สอดคล้องกับบริบทเชิงพื้นที่ที่มีความแตกต่างกัน รวมทั้งการเสริมสร้างทักษะการเป็นผู้ประกอบการ เพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษาและประชาชนสามารถนำความรู้และทักษะไปใช้ในการประกอบอาชีพอิสระได้ต่อไป

ด้าน ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า การดำเนินงานพัฒนาอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ มุ่งเน้นการสร้างเสริมทักษะและประสบการณ์อาชีพสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษา การฝึกอาชีพ วิชาชีพระยะสั้น ที่เป็นการ Up Skill Re Skill และ New Skill ในสาขาอาชีพต่าง ๆ ให้กับนักศึกษา ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ กำลังแรงงาน ผู้ว่างงาน ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ประชาชนทั่วไป และประชาชนที่เป็นผู้ด้อยโอกาส พลาดและขาดโอกาส ให้มีทักษะฝีมือและสมรรถนะอาชีพ ตามความต้องการของชุมชน สังคม สถานประกอบการ และตลาดแรงงาน ให้สามารถก้าวสู่โลกอาชีพและมีงานทำอย่างมีคุณภาพ

นอกจากนี้ยังมีการฝึกอบรมและพัฒนาการเป็นผู้ประกอบการ โดยร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เป็นหุ้นส่วนสำคัญ อาทิ ธนาคารออมสิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี เพื่อต่อยอดองค์ความรู้ด้านอาชีพไปสู่การเป็นผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม (INNOPRENUER) ภายใต้สังคมยุคดิจิทัล มีความเข้าใจในการบริหารจัดการธุรกิจ การออม และการลงทุน จนนำไปสู่การประกอบอาชีพอิสระหรือดำเนินการธุรกิจ SME's อย่างมีคุณภาพต่อไป

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อว่า การจัดงานในวันนี้ เพื่อเป็นการนำเสนอผลการขับเคลื่อนศูนย์พัฒนาอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ กระทรวงศึกษาธิการ ประจำจังหวัดของปีงบประมาณ 2564 และการแสดงเจตนารมณ์ในการเป็นหุ้นส่วนสนับสนุนการเป็นผู้ประกอบการ ภายใต้ศูนย์พัฒนาอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ กระทรวงศึกษาธิการ ประจำจังหวัด รวมทั้งผลการพัฒนาผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม ภายใต้ศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และส่งความสุขเนื่องในโอกาสปีใหม่ ปี 2022 ฝึกอบรมวิชาชีพระยะสั้น Re-Skill, Up-Skill และ New Skill ฟรี แก่นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และประชาชน จำนวนไม่น้อยกว่า 77 หลักสูตร ทุกจังหวัด เป้าหมาย 38,500 คน ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2564 เป็นต้นไปถึงวันที่ 31 มกราคม 2565

โอกาสนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบโล่รางวัลชนะเลิศโครงการอาชีวะสร้างสรรค์ แปรฝันสู่ธุรกิจ ประจำปี 2564 โดยมีรางวัลดังนี้ รางวัลชนะเลิศ มี 3 รางวัล ได้แก่ แผนธุรกิจเกาหยุก วิทยาลัยการอาชีพตรัง แผนธุรกิจแมท-จันท์ (Mat-Chan) วิทยาลัยเทคนิคจันทบุรี และแผนธุรกิจศรีคราม วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 มี 7 รางวัล ได้แก่ หมี่เบตงสูตรงาดำ วิทยาลัยการอาชีพเบตง คุกกี้โปรตีนจากเห็ดแครง วิทยาลัยเทคนิคกระบี่ Snacky Herb กระชายเขย่า วิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชร น้ำพริกตะไคร้ปลากะตัก Chilianchovy วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ อินดี้ ล็อฟท์ เฟอร์นิเจอร์ วิทยาลัยเทคนิคอุตรดิตถ์ ขนมแคร๊กเกอร์เมี่ยงคำ "คำไทย" วิทยาลัยพณิชยการเชตุพน "พริกซี๊ด" น้ำพริกปลาช่อนเสริมโปรตีนจากถั่วเหลือง วิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทรา รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 มี 10 รางวัล ได้แก่ NICC Wooden Gift วิทยาลัยการอาชีพนครศรีธรรมราช R-GRAINS กระยาสารทธัญพืชพอดีคำ วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร ชาบูเสียบไม้ วิทยาลัยการอาชีพวิเชียรบุรี หอยสีทองเลี้ยงแล้วรวย วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุดรธานี BRAHE SCREEN วิทยาลัยเทคนิคนนทบุรี MTC BABER วิทยาลัยเทคนิคแม่สอด ห้างหุ้นส่วนสามัญ อวดดี ผลิตภัณฑ์ผ้ามัดย้อมจากย่านอวดเชือก วิทยาลัยเทคนิคพังงา Techniccon 3D วิทยาลัยเทคนิคอุดรธานี เม็ดชาไข่มุก ตรา Jelly Beat วิทยาลัยอาชีวศึกษาสงขลา และเมี่ยงคำสติ๊ก วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี

ต่อจากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีเปิดโครงการอาชีวะจิตอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชน เทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2565 เพื่อให้บริการในการดูแล บำรุงรักษา และซ่อมแชมยานพาหนะของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนที่ออกเดินทาง ท่องเที่ยว และเดินกลับไปยังภูมิลำเนาในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยจะออกให้บริการตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2564 ถึง 4 มกราคม 2565 รวมระยะเวลา 7 วัน

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด