ความสำเร็จในการทำ "โรดโชว์" ของไทย - newswit

กรุงเทพ--25 เม.ย.--ธนาคารแห่งประเทศไทย ประเทศไทยประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งในการกลับสู่ตลาดเงินทุนใหญ่ของโลกคือ สหรัฐอเมริกา ด้วยการสามารถออก "แยงกี้บอนด์" ขายในตลาดทุนสหรัฐได้สูงถึง 600 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้โดยพิจารณาความสำเร็จนี้ได้จาก 1. ทั้งที่ตลาดของสหรัฐอยู่ในภาวะที่ยากลำบากในการที่จะออกตราสารเพื่อขายในขณะนั้น และภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศไทยก็ออกมาในเชิงลบ แต่การเสนอขาย "แยงกี้บอนด์" ก็ยังได้รับความสนใจอย่างท่วมท้นจากนักลงทุนยักษ์ใหญ่ข้ามชาติในสหรัฐความต้องการซื้อพันธบัตรของไทยยังมีอย่างเข้มแข็ง แม้สถาบันจัดอันดับมูดดี้จะประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของไทยลงจาก A2 เป็น A3 ก่อนหน้าการกำหนดราคาขาย 1 วันก็ตาม * โครงการ "โรดโชว์" ที่สหรัฐ ได้กระทำผ่านศูนย์กลางการเงินที่สำคัญของสหรัฐ แต่ละแห่งที่มีการนำเสนอได้รับความสนใจอย่างดี โดยเฉพาะที่มหานครนิวยอร์ค มีนักลงทุนขนาดใหญ่ที่สนใจเข้าร่วมกว่า 120 คน ซึ่งเกินความคาดหมายที่คาดไว้ว่าจะมีประมาณ 50-60 คน * หลังจากทำ "โรคโชว์" เสร็จสิ้นลงแล้ว ได้นำพันธบัตร 500 ล้านเหรียญสหรัฐ อายุ 10 ปี ออกขายตามวงเงินเป้าหมายที่ตั้งไว้ใน ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐบวกด้วยส่วนต่างในอัตราร้อยละ 0.90 ต่อปี ปรากฎว่ามีผู้สั่งซื้อเข้ามามากกว่า 800 ล้านเหรียญสหรัฐ จนต้องต้ดสินใจเพิ่มจำนวนการขายออกไปอีก 100 ล้านเหรียญสหรัฐ * อัตราดอกเบี้ยสามารถตกลงกันได้ที่ราคาร้อยละ 7.75 * จำนวนพันธบัตรที่ขายได้กระจายไปยังลูกค้าที่เป็นนักลงทุนคุณภาพประมาณ 60 ราย ซึ่งรวมทั้งบริษัทประกันชั้นนำของสหรัฐ กองทุนบำเหน็จบำนาญ และบริษัทที่ปรึกษาการลงทุนข้ามชาติ และถ้าแยกในเชิงภูมิศาสตร์สามารถจำหน่ายให้แก่ผู้ซื้อที่มีภูมิลำเนาในสหรัฐได้ร้อยละ 70 ในเอเชียร้อยละ 20 และในยุโรปร้อยละ 10 2. ระดับราคาหรืออัตราดอกเบี้ยที่กู้ยืมได้เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ใกล้เคียง หรือดีกว่าไทยแล้วถือว่าประเทศไทยกู้ยืมเงินได้ในครั้งนี้ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า ในตลาดรอง (secondary market) สำหรับพันธบัตรไทยที่ออกจำหน่ายครั้งนี้ได้รับการตอบสนองในเชิงบวก โดยมีระดับช่วงห่างระหว่างการซื้อขายที่ใกล้เคียงกัน ประเทศไทยนับได้ว่าประสบความสำเร็จในเป้าหมายกลยุทธ์ระยะยาวทั้งปวงอาทิ * สามารถกลับมาวางมาตรฐานเงินกู้ที่มีขนาดใหญ่และมีสภาพคล่องที่สูงได้อีกครั้งหนึ่ง * ราคาขายหรืออัตราดอกเบี้ยสำหรับการกู้เงินที่เพิ่มขึ้นอีก 100 ล้านเหรียญก็ยังสามารถกู้ได้ในอัตราเดียวกันกับจำนวนเงินกู้ส่วนแรก ด้วยแรงซื้อที่สูงเช่นนี้ ทำให้บริษัทที่ปรึกษาร่วมคือ โซโลมอน บราเธอร์ส มีความเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ว่าในวันข้างหน้าแนวโน้มของตลาดรองก็ยังคงเป็นไปในเชิงบวกสำหรับตราสารเงินกู้ของเอกชนไทยโดยรวมที่จะออกใหม่ ช่วงที่ทำ "โรคโชว์" ที่สหรัฐเริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 5 เมษายน 2540 ถึงวันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายน 2540 รวมเวลา 6 วัน เมืองที่ไปทำ "โรคโชว์" ได้แก่ ชิคาโก มีนเนโปลิส บอสตัน และนิวยอร์ค ผู้ร่วมคณะ "โรคโชว์" ครั้งนี้มีผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทยร่วมด้วยสองท่านคือ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (คุณเริงชัย มะระกานนท์) และผู้อำนวยการฝ่ายกำกับและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (คุณธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล) วัตถุประสงค์ที่สำคัญในการทำ "โรดโชว์" ในสหรัฐอเมริกาครั้งนี้มีอยู่ด้วยกัน 3 ประการคือ (1) ต้องการทดสอบตลาดและความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อเศรษฐกิจประเทศไทย (2) เพื่อเป็นบรรทัดฐานให้แก่เอกชนที่จะไปออกตราสารระดมเงินทุนในต่างประเทศในโอกาสต่อไปจะได้มีอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง และ (3) เป็นการช่วยปรับเปลี่ยนโครงสร้างหนี้สินของประเทศจากโครงสร้างที่เป็นการก่อหนี้ระยะสั้นโดยภาคเอกชนจะเปลี่ยนเป็นการก่อหนี้ระยะยาวโดยภาครัฐบาลแทน ด้วยระยะเวลาในการทำงานที่สั้น ทำให้กำหนดการทำงานนั้นเรียกได้ว่าทั้งโหมหนักและเหน็ดเหนื่อย เพราะต้องตื่นเริ่มงานกันตั้งแต่ตี 4 เพื่อไปชี้แจงให้กลุ่มนักลงทุนต่าง ๆ ที่สนใจให้เข้าใจสภาพภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยที่ถูกต้องแท้จริงตามสถานที่ต่าง ๆ ที่คณะที่ปรึกษาแนะนำทั้งเป็นกลุ่มและแบบตัวต่อตัว ต้องทำงานกันอย่างหามรุ่งหามค่ำ แข่งกับเวลาตลอด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยได้ใช้โอกาสนี้อธิบายข้อสังสัยต่าง ๆ ให้กับนักลงทุนต่างประเทศฟัง ทิ้งปัญหาเรื่องการส่งออกหนี้อสังหาริมทรัพย์ของสถาบันการเงิน มาตรการช่วยเหลือ การจัดตั้งองค์การบริหารสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์และมาตรการสนับสนุนให้สถาบันการเงินควบกิจการกัน ตลอดจนมาตรการปรับโครงสร้างสถาบันการเงินและมาตรการในการรักษาค่าเงินบาท ทำให้นักลงทุนต่างชาติมีความมั่นใจในเศรษฐกิจไทยมากขึ้น องค์ประกอบของคณะ "โรดโชว์" ครั้งนี้ประกอบด้วยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นหัวหน้าคณะ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ดร.โอฬาร ไชยประวัติ นายกสมาคมธนาคารไทย คุณธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ผู้อำนวยการฝ่ายกำกับและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ดร.พงศธร สิริโยธิน เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คุณพรรณี สถาวโรดม ผู้อำนวยการกองนโยบายเงินกู้ กระทรวงการคลัง คุณกิตติ ธนกิจอำนวย คุณวิโรน์ นวลแข และคุณศิรินทร์ นิมมานเหมินท์ โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทโซโลมอน บราเดอร์ส และเลห์แมน บราเดอร์ส ซึ่งเป็นผู้รับประกันการจัดจำหน่ายพันธบัตรในครั้งนี้ร่วมเดินทางไปด้วย--จบ--

ข่าว กระทรวงการคลั ล่าสุด